“ฟินันเซีย ไซรัส” แนะ “ซื้อ” ASW เป้า 9 บ. ลุ้นกำไร Q3 โตต่อ รับโอนคอนโดภูเก็ต-JV หนุน

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 563 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 184% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายวิจัย โดยได้รับแรงหนุนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการของ THE TITLE ในจังหวัดภูเก็ต และโครงการร่วมทุน (JV)
ยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น 68% จากไตรมาสก่อน และ 110% จากปีก่อน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.4 พันล้านบาท จากการเริ่มโอนโครงการ The TITLE Serenity Naiyang มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายแล้ว 76% รวมถึงการโอนต่อเนื่องของโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จในไตรมาส 1/2569
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวสู่ 44.8% จาก 42.7% ในไตรมาสก่อน และ 39.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม จากการมีสัดส่วนรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมในจังหวัดภูเก็ตที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น
ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 108 ล้านบาท จาก 11 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุน 42 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการโอนโครงการร่วมทุนใหม่ ได้แก่ Modiz Vault Kaset Sripatum และ Kave Genesis Nakhon Pathom
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ลดลงเหลือ 23.3% จาก 26.7% ในไตรมาสก่อน และ 25.9% ในปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นตามการเติบโตของรายได้ แม้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 93 ล้านบาท จากจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จเพิ่มขึ้น
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ASW มีกำไรสุทธิ 792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย
โดยทางฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเริ่มโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ 3 โครงการ ซึ่งมีมูลค่า Backlog รวม 4,900 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการในจังหวัดภูเก็ต 2 โครงการ และโครงการของ ASW อีก 1 โครงการ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการ The TITLE Heritage Bang Tao มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายแล้ว 55% รวมถึงการโอนต่อเนื่องของโครงการที่สร้างเสร็จในไตรมาส 2/2569
นอกจากนี้ คาดว่ากำไรไตรมาส 4/2569 จะยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มเติมอีก 2 โครงการ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท โดยมองว่ากำไรมีแนวโน้มเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่มูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียงประมาณ 5 เท่า และคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 8% ในปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะต่อไป
Back to top button