Alpine วางหมากสู่แบรนด์พรีเมียมเฉพาะกลุ่ม ตั้งเป้าขาย 15,000 คันต่อปี พร้อมลุยตลาดสหรัฐฯ ภายในปี 2030 - Carvariety

Alpine เดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับแบรนด์สู่ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงระดับพรีเมียม โดยตั้งเป้าสร้างภาพลักษณ์ให้เป็น “แบรนด์เฉพาะกลุ่มยิ่งกว่า Porsche” พร้อมรักษาความพิเศษและความหายากของผลิตภัณฑ์ มากกว่าการมุ่งเน้นยอดขายจำนวนมาก แม้มีแผนพัฒนารถยนต์รวม 6 รุ่นในอนาคต แต่บริษัทระบุว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวรุ่นใหม่เพิ่มเติมจนกว่าจะถึงช่วงปี 2030
มุ่งสร้างแบรนด์ที่เน้นความพิเศษ มากกว่าปริมาณการขาย





หลังจากเปิดตัว A290 แฮทช์แบ็กสมรรถนะสูง และ A390 ครอสโอเวอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ Alpine ได้เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดย Philippe Krief ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Alpine ระบุว่า บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าที่จะเป็นคู่แข่งของ Porsche ในด้านปริมาณยอดขาย
Krief กล่าวว่า ในแง่ของยอดจำหน่าย Alpine มีขนาดธุรกิจใกล้เคียงกับ Ferrari มากกว่า โดยคาดการณ์ว่ายอดขายทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 คันต่อปี
เขายังย้ำว่า Alpine ต้องการรักษาความเป็นแบรนด์เฉพาะกลุ่มที่มีความพิเศษมากกว่า Porsche เพื่อสร้างความหายากของรถแต่ละรุ่น และรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
“เราไม่ได้ต้องการเป็น Ferrari และก็ไม่ได้ตั้งเป้าจะเป็น Porsche เป้าหมายของเราคือการเป็นแบรนด์ที่มีความเฉพาะตัวมากกว่า Porsche พร้อมรักษาความหายากและความสามารถในการทำกำไรของผลิตภัณฑ์”
ช่วงปี 2030 จะมีรถหลัก 3 รุ่น
ปัจจุบัน Alpine ยุติการผลิต A110 รุ่นเครื่องยนต์สันดาปแล้ว ทำให้ไลน์อัปรถยนต์ของแบรนด์เหลือเพียง A290 และ A390 ซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์มร่วมกับ Renault
ในอนาคต Alpine เตรียมเปิดตัว A110 เจเนอเรชันใหม่ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ช่วงก่อนปี 2030 บริษัทจะมีรถยนต์หลักเพียง 3 รุ่น ได้แก่
- Alpine A290
- Alpine A390
- Alpine A110 รุ่นใหม่ (EV)
อย่างไรก็ตาม Krief ยืนยันว่า ยังไม่มีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพิ่มเติมในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า เนื่องจากบริษัทต้องการมุ่งพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ก่อน
เตรียมเพิ่มรุ่นที่ 5 และ 6 หลังเปิดตัว A110 ใหม่
แม้จะไม่มีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในระยะสั้น แต่ Alpine ยืนยันว่าแผนระยะยาวยังคงครอบคลุมการขยายไลน์อัปเป็น 6 รุ่น
หลังการเปิดตัว A110 Coupe รุ่นใหม่ และ A110 รุ่น 2+2 บริษัทมีแผนพัฒนารถรุ่นที่ 5 และรุ่นที่ 6 เพื่อขยายฐานลูกค้าในอนาคต
เดินหน้าขยายตลาดสู่ทวีปอเมริกาเหนือ





นอกจากการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดยุโรปแล้ว Alpine ยังเตรียมรุกตลาดอเมริกาเหนืออย่างจริงจัง โดยมีแผนเข้าสู่ ประเทศแคนาดาภายในปี 2030 ก่อนขยายสู่ สหรัฐอเมริกา ในลำดับถัดไป
Krief มองว่าตลาดรถสปอร์ตทั่วโลกยังมีศักยภาพสูง โดยระบุว่าตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถสปอร์ตมียอดขายเฉลี่ยประมาณ 350,000 คันต่อปี และเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดอยู่ในสหรัฐอเมริกา ทำให้ตลาดแห่งนี้มีความสำคัญต่อการเติบโตของแบรนด์ในอนาคต
แผน SUV เรือธงยังถูกพักไว้
ก่อนหน้านี้ Alpine เคยมีแนวคิดพัฒนารถ SUV ขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นเรือธงสำหรับตลาดสหรัฐฯ แต่โครงการดังกล่าวถูกชะลอออกไป
แม้บริษัทจะไม่ได้ปิดโอกาสในการพัฒนาโมเดลดังกล่าวในอนาคต แต่ Krief เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีแพลตฟอร์มที่เหมาะสมภายในเครือ Renault Group สำหรับการพัฒนารถรุ่นนี้ จึงยังไม่มีความคืบหน้าในช่วงเวลานี้
ด้วยแนวทางการเติบโตที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ Alpine จึงกำลังสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์รถสปอร์ตพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยความพิเศษ ความหายาก และการออกแบบที่แตกต่าง โดยหวังสร้างเอกลักษณ์ของตนเองในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงระดับโลก มากกว่าการแข่งขันด้านยอดขายกับผู้ผลิตรายใหญ่ในเซกเมนต์เดียวกัน
แหล่งที่มา : Autocar