สรุปสเปก All-New Mitsubishi Pajero 2026 โฉมใหม่หมดทั้งคัน พลังดีเซล ขับสี่เต็มระบบ

 สรุปสเปก All-New Mitsubishi Pajero 2026 รถยนต์เอสยูวีแบบ Cross-Country ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดทั้งคันอย่างเป็นทางการ  พลังดีเซล ขับสี่เต็มระบบ 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว All-New Mitsubishi Pajero รถยนต์เอสยูวีแบบ Cross-Country ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดทั้งคันอย่างเป็นทางการในรอบปฐมทัศน์โลก โดยวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์เรือธงเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งสะท้อนทิศทางและตัวตนของแบรนด์มิตซูบิชิ มอเตอร์สในยุคต่อไป

All-New Pajero จะผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์สในประเทศไทย และเริ่มทำตลาดในประเทศไทยเป็นแห่งแรก ก่อนเปิดตัวในญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป บริษัทมีแผนทยอยเปิดตัวรถรุ่นนี้ในประมาณ 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง

ตำนาน Pajero ยอดผลิตสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน

Mitsubishi Pajero เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2525 โดยพัฒนาขึ้นในฐานะรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Cross-Country ซึ่งผสานสมรรถนะการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดและความทนทานเข้ากับความสะดวกสบายใกล้เคียงรถยนต์นั่ง

Pajero ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญต่อกระแสรถยนต์เพื่อการพักผ่อน หรือ RV Boom ในประเทศญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1990ตลอดการผลิตรวม 4 เจเนอเรชัน Pajero มียอดผลิตสะสมมากกว่า 3.29 ล้านคัน และมีฐานผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก จนกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

เพิ่มนิยามใหม่  Prestige  สู่ความเป็นรถยนต์เรือธง

All-New Pajero ยังคงพัฒนาบนปรัชญาผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่เจเนอเรชันแรก ประกอบด้วยสองคุณสมบัติหลัก ได้แก่

  • Confidence ความมั่นใจจากสมรรถนะออฟโรดและความน่าเชื่อถือ
  • Comfort ความสะดวกสบายของผู้โดยสารและความง่ายในการควบคุม

สำหรับเจเนอเรชันใหม่นี้ มิตซูบิชิได้เพิ่มคุณสมบัติสำคัญอีกด้านคือ Prestige หรือความสง่างามและคุณภาพระดับพรีเมียม เพื่อยกระดับ Pajero ให้เหมาะสมกับสถานะรถยนต์เรือธงของแบรนด์ ตัวรถมาพร้อมสัดส่วนแข็งแกร่ง เส้นสายแนวนอนที่ชัดเจน และห้องโดยสารซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้งาน เทคโนโลยี และความประณีต พร้อมนำรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์จาก Pajero รุ่นก่อนกลับมาตีความใหม่ทั้งภายนอกและภายใน

รถยังได้รับระบบควบคุมการขับเคลื่อน Super-All Wheel Control หรือ S-AWC ซึ่งประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก เข้ากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II หรือ SS4-II รวมถึงโครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame และช่วงล่างที่ออกแบบให้รักษาการสัมผัสของยางกับพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประธานมิตซูบิชิชู Pajero ใหม่ นำทิศทางรถทั้งแบรนด์

นายเคสุเกะ คิชิอุระ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบุว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวสำหรับทศวรรษ 2030 บริษัทต้องการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและมูลค่าขององค์กร ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ การเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ และการต่อยอดจุดเด่นเฉพาะตัวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

All-New Pajero ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดังกล่าวออกมาเป็นรูปธรรม โดยจะทำหน้าที่นำทางทั้งรถยนต์ในตระกูล Pajero รุ่นต่อไปและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส บริษัทวางตำแหน่งรถรุ่นนี้เป็นเอสยูวี Cross-Country ระดับพรีเมียมที่ผู้ขับขี่สามารถไว้วางใจได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมเตรียมทยอยเปิดตัวในตลาดต่างๆ ทั่วโลก

All-New Pajero ได้รับการพัฒนาให้สืบทอดเอกลักษณ์จากรถรุ่นก่อน พร้อมสร้างวิวัฒนาการให้เหมาะกับยุคใหม่ หลังจากการเปิดตัว Pajero เจเนอเรชันที่ 4 ผ่านมาเป็นเวลาประมาณ 20 ปี

แนวคิดการออกแบบมีชื่อว่า Grand Charisma โดยให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง มีระดับ และเหมาะสมกับการเป็นรถยนต์เรือธงเจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์

การออกแบบภายนอก

ตัวรถยังคงสัดส่วนทรงตั้งที่แข็งแกร่งและแนวเส้นสายแนวนอนซึ่งสืบทอดจาก Pajero เจเนอเรชันแรก ก่อนพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่และพื้นผิวตัวถังที่มีมิติ สะท้อนสมรรถนะและภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง

การออกแบบส่วนหน้าได้รับแรงบันดาลใจจาก เคนโด ศิลปะการต่อสู้ด้วยดาบของญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญกับระเบียบวินัย ความสงบนิ่ง และความแข็งแกร่งจากภายใน

กระจังหน้ามีให้เลือกสองรูปแบบ ได้แก่

  • กระจังหน้าแบบซี่แนวนอน สื่อถึงความแม่นยำของงานฝีมือญี่ปุ่น
  • กระจังหน้าแบบรังผึ้ง สื่อถึงความแข็งแรงและความงามที่เกิดจากการใช้งาน

ไฟหน้าได้รับการออกแบบเป็นรูปทรงตัว T สร้างภาพลักษณ์ทันสมัยและก้าวหน้า

รายละเอียดที่เชื่อมโยงกับ Pajero รุ่นก่อนประกอบด้วยเสา C ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของ Pajero รุ่นแรก และองค์ประกอบทรงหกเหลี่ยมบริเวณด้านท้าย ซึ่งนำภาพของยางอะไหล่ที่เคยติดตั้งอยู่ด้านหลังมาตีความใหม่

การออกแบบภายใน

แผงหน้าปัดใช้การจัดวางในแนวนอน ซึ่งสืบทอดแนวคิดจาก Pajero เจเนอเรชันแรก โดยผสมผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับบรรยากาศหรูหรา

หน้าจอแบบต่อเนื่องประกอบด้วยจอขนาด 14.3 นิ้วจำนวนสองจอ พร้อมกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ของ Pajero รวมถึงระบบแสดงผล Multi Meter ซึ่งนำมาตรวัดสามช่องอันเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นก่อนกลับมาตีความใหม่ในรูปแบบดิจิทัล

แผงหน้าปัดและแผงประตูใช้วัสดุสัมผัสนุ่ม พร้อมรายละเอียดการเย็บซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Kimekomi งานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มมิติและความรู้สึกพรีเมียมภายในห้องโดยสาร

สีตัวถังและสีภายใน

สีตัวถังได้รับการพัฒนาเพื่อส่งเสริมรูปลักษณ์แข็งแกร่งและบุคลิกระดับพรีเมียม โดยมีสีหลักที่นำเสนอเป็นพิเศษสองสี ได้แก่

  • Armor Copper Metallic ให้ความรู้สึกแข็งแรงและมีน้ำหนักคล้ายโลหะ ช่วยขับเน้นพื้นผิวและสัดส่วนอันทรงพลังของตัวรถ
  • Phantom Blue Metallic สีน้ำเงินอมเทาที่มีความสง่างาม พร้อมประกายสีทองซึ่งจะปรากฏแตกต่างกันตามมุมและสภาพแสง

ภายในมีทางเลือกสี Camel ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโทนสีธรรมชาติของวัสดุแท้ ช่วยลดการมองเห็นร่องรอยจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างความแตกต่างอย่างมีระดับเมื่อจับคู่กับสีดำ

ยกระดับความเงียบภายในห้องโดยสาร

All-New Pajero ได้รับการปรับปรุงฉนวนกันเสียงอย่างครอบคลุม เพื่อให้ผู้โดยสารทุกแถวสามารถสนทนากันได้ตามปกติ แม้ขณะเดินทางด้วยความเร็วสูงหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนมาก

นอกจากกระจกบังลมหน้าแล้ว กระจกประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังใช้กระจกอะคูสติก พร้อมเพิ่มมาตรการลดเสียงรบกวนตามจุดต่างๆ ของตัวถัง ช่วยลดทั้งเสียงลมและเสียงเครื่องยนต์

ระบบอินโฟเทนเมนต์และบริการเชื่อมต่อ

หน้าจอแนวนอนขนาด 14.3 นิ้วมาพร้อมกราฟิกที่ออกแบบให้เข้าใจง่ายและสร้างบรรยากาศของการผจญภัย มีภาพเคลื่อนไหวขณะเริ่มต้นระบบ เอฟเฟกต์เฉพาะของโหมดขับขี่แต่ละแบบ และภาพพื้นหลัง 16 รูปแบบ ซึ่งเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวันแบบเรียลไทม์

ระบบ Multi Meter สามารถแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการขับขี่ เช่น

  • ระดับความสูง
  • ทิศทางจากเข็มทิศ
  • อุณหภูมิ
  • องศาการก้ม–เงยและการเอียงของตัวรถ
  • สถานะการทำงานของระบบ AYC

ระบบ Smartphone-link Display Audio รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย เพื่อใช้งานแผนที่ เพลง และแอปพลิเคชันที่รองรับ

Confidence สมรรถนะออฟโรดและความน่าเชื่อถือ

All-New Pajero นำระบบ SS4-II ซึ่งผ่านการพัฒนาในสภาพแวดล้อมอันสมบุกสมบันทั่วโลกมาทำงานร่วมกับ S-AWC เพื่อสร้างสมรรถนะรอบด้านในระดับรถยนต์เรือธง

รถใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่มีกำลังสูงแต่ควบคุมง่าย โครงสร้าง Ladder Frame ความแข็งแกร่งสูง และช่วงล่างซึ่งช่วยให้ยางสัมผัสพื้นได้อย่างต่อเนื่อง รองรับทั้งเส้นทางออฟโรดและการใช้งานบนถนนลาดยาง

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะใหม่

เครื่องยนต์ดีเซลสะอาดขนาด 2.4 ลิตร ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันเดี่ยวแบบช่วงการทำงานกว้าง หรือ Wide-Range Single VGT ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร อย่างไรก็ตาม บางสเปกจะให้แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ตอบสนองได้ดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงการใช้ความเร็วสูง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะรุ่นใหม่ พร้อมโหมดสปอร์ต ให้การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่องและนุ่มนวล

ชุดขับเคลื่อนยังได้รับการปรับปรุงด้านความเงียบ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับได้ทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด

Ladder Frame และระบบช่วงล่างสมรรถนะสูง

โครงสร้าง Ladder Frame ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์การแข่งขันแรลลี่และการทดสอบในสภาพแวดล้อมสมบุกสมบันตลอดหลายทศวรรษ

มีการใช้เหล็กแรงดึงสูงเพิ่มขึ้นเพื่อลดน้ำหนัก พร้อมขยายพื้นที่หน้าตัดของเฟรม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งต่อแรงบิดตัวและแรงดัดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลดีต่อเสถียรภาพ การควบคุม ความสบาย ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ

ระบบช่วงล่างประกอบด้วย

  • ด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone
  • ด้านหลังแบบคานแข็ง Five-Link ที่พัฒนาขึ้นใหม่

ช่วงล่างถูกออกแบบให้ยางรักษาการสัมผัสกับพื้นถนน ส่งเสริมสมรรถนะออฟโรด พร้อมให้ความรู้สึกของพวงมาลัยเป็นธรรมชาติและลดการโคลงของตัวรถ

แนวทางการพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงความสามารถในการลุย แต่กำหนดเรื่อง Off-Road Comfort หรือความสบายบนเส้นทางออฟโรดเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความสามารถบนทางทุรกันดารกับความนุ่มนวลบนถนนปกติ จุดยึดตัวถังได้รับการเสริมความแข็งแรง เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์ขณะขับผ่านพื้นผิวขรุขระ พร้อมช่วยยกระดับการควบคุมและความสบาย

S-AWC และระบบขับเคลื่อน SS4-II

All-New Pajero ติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ S-AWC เพื่อให้การตอบสนองเป็นธรรมชาติและเพิ่มเสถียรภาพของตัวรถ

ระบบ Super Select 4WD-II มีโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่

  • 2H: ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • 4H: ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-Time
  • 4HLc: ขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมล็อกเฟืองท้ายกลาง
  • 4LLc: ล็อกเฟืองท้ายกลางพร้อมชุดเกียร์อัตราทดต่ำ

S-AWC ยังประสานการทำงานของระบบต่างๆ ได้แก่

  • AYC: ควบคุมการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาผ่านระบบเบรกคู่หน้า
  • ASTC: ควบคุมเสถียรภาพและการยึดเกาะ พร้อมกระจายแรงขับให้เหมาะกับพื้นผิวลื่น
  • ABS: ลดโอกาสล้อล็อกและรถไถลขณะเบรก

ระบบจะปรับแรงขับเคลื่อนและแรงเบรกของล้อทั้งสี่ตามการควบคุมของผู้ขับและสภาพถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสบายในสภาพอากาศหรือพื้นผิวที่แตกต่างกัน

มีโหมดขับขี่ให้เลือกทั้งหมด 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock พร้อมจานเบรกขนาด 18 นิ้วและหม้อลมเบรกไฟฟ้า

นอกจากนี้มิตซูบิชิปรับตำแหน่งอุปกรณ์และการจัดวางเบาะนั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารทุกแถวมีพื้นที่ใช้สอยอย่างเพียงพอ พร้อมให้ความสำคัญกับความสบายของเบาะแถวที่สาม การเข้า–ออก ความเงียบ และระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะระหว่างเดินทางไกล

ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง

ตำแหน่งเบาะคนขับถูกยกให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและช่วยให้ผู้ขับประเมินขนาดตัวรถได้ง่าย

เบาะแถวที่สองสามารถเลื่อนได้เป็นระยะทาง 150 มิลลิเมตร และมีกลไกพับตลบ ช่วยให้เข้า–ออกเบาะแถวที่สามได้สะดวกขึ้น

เบาะแถวที่สามมีพื้นที่เหนือศีรษะเพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ พร้อมพื้นที่วางเท้าที่ช่วยให้ผู้โดยสารสอดปลายเท้าเข้าไปใต้เบาะแถวที่สองได้

เบาะแถวหน้าและแถวที่สองได้รับการออกแบบให้รองรับสรีระตามธรรมชาติ ส่วนตำแหน่งการนั่งแถวที่สามได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มความสบาย

นอกจากนี้ยังมีระบบระบายอากาศในเบาะ ซึ่งกระจายความเย็นทั่วบริเวณที่นั่ง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน แยกตั้งอุณหภูมิได้ เพื่อดูแลผู้โดยสารตั้งแต่แถวหน้าจนถึงแถวที่สาม

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยขับ

All-New Pajero ติดตั้งเทคโนโลยีป้องกันอุบัติเหตุและระบบช่วยเหลือผู้ขับที่ทำงานตามสภาพแวดล้อมในการขับขี่ ประกอบด้วย

  • Forward Collision Mitigation หรือ FCM: ลดความรุนแรงจากการชนด้านหน้า ตรวจจับคนเดินเท้า ผู้ขี่จักรยาน ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ และช่วยตรวจสอบบริเวณทางแยก
  • Predictive Forward Collision Warning หรือ PFCW: แจ้งเตือนความเสี่ยงจากการชนด้านหน้าล่วงหน้า
  • Emergency Assist for Pedal Misapplication หรือ EAPM: ช่วยลดผลกระทบจากการเหยียบแป้นผิด
  • Emergency Lane Assist หรือ ELA: ระบบที่ติดตั้งใน Pajero เป็นครั้งแรก ใช้กล้องหน้าและเรดาร์ตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจรและรถโดยรอบ พร้อมเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีความเสี่ยงหลุดออกนอกช่องทาง
  • Front Cross Traffic Alert หรือ FCTA: ตรวจจับรถที่กำลังเข้ามาจากด้านข้างบริเวณทางแยกและเตือนผู้ขับ

ระบบช่วยขับ MI-PILOT

รถติดตั้งระบบ MI-PILOT สำหรับช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบช่องทางเดียว โดยประสานการทำงานระหว่าง

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทาง LKA

ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและประคองรถให้อยู่ในช่องจราจร เพื่อลดความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทางไกล

All-New Pajero ยังติดตั้งถุงลมนิรภัยทั้งหมด 8 ตำแหน่ง รวมถึง ถุงลมนิรภัยตรงกลางแบบ SRS ซึ่งมิตซูบิชินำมาใช้เป็นครั้งแรก ช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้โดยสารด้านหน้าจะกระแทกกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

กล้องมองรอบคันแบบ 3 มิติ

ระบบ 3D Multi Around Monitor นำภาพจากกล้องสี่ตัวรอบรถมาประมวลผลร่วมกับโมเดลรถแบบสามมิติ เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมรอบตัวรถอย่างครอบคลุม ระบบประมวลผลภาพประมาณ 30 เฟรมต่อวินาทีและแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยในการจอดรถ การขับผ่านพื้นที่แคบ และการประเมินเส้นทางขณะขับออฟโรด

นอกจากนี้ยังมีมุมมองพื้นที่ใต้ส่วนหน้าของรถ ช่วยให้ผู้ขับตรวจสอบพื้นผิวซึ่งปกติอยู่ในจุดอับสายตา โดยเฉพาะเมื่อต้องผ่านทางลาดชันหรือพื้นหิน มุมมองดังกล่าวจะแสดงโดยอัตโนมัติเมื่อเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 4HLc หรือ 4LLc และผู้ขับสามารถเปิดใช้งานเองได้เมื่อจำเป็น

MITSUBISHI CONNECT

ระบบ MITSUBISHI CONNECT รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยผู้ใช้งานสามารถสั่งงานระบบปรับอากาศและตรวจสอบสถานะของรถจากสมาร์ทโฟนได้

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันโทรฉุกเฉิน SOS ซึ่งเชื่อมต่อผู้โดยสารกับศูนย์ปฏิบัติการเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุจำเป็น

เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate

All-New Pajero ติดตั้งระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ซึ่งมิตซูบิชิร่วมพัฒนากับ Yamaha Corporation โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงเป็นหลัก

ระบบประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 12 ตัว และแอมพลิฟายเออร์สองชุด พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเสียงรบกวน ซึ่งสามารถปรับระดับเสียงและการตั้งค่าเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วของรถ เพื่อชดเชยเสียงจากพื้นถนนและรักษาคุณภาพการรับฟังในสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกัน