‘คนไทยเก่ง AI แต่องค์กรยังต่อยอดไม่เป็น’ Microsoft ชี้ 5 อาการน่าห่วง พร้อมทางแก้ที่ธุรกิจต้องเร่งปรับใช้

ทุกวันนี้พนักงานจำนวนมากเริ่มใช้ AI ช่วยคิด วิเคราะห์ สรุปข้อมูล และลดเวลาทำงานด้วยตัวเอง แต่ความเก่งเหล่านี้ยังเกิดแบบรายคน ใครเจอคำสั่งที่ดีหรือวิธีทำงานที่เวิร์กก็มักเก็บไว้ใช้เอง ความรู้จึงกระจุกอยู่ตามแชตส่วนตัว ไฟล์ส่วนบุคคล มากกว่าจะถูกส่งต่อเป็นวิธีทำงานของทั้งทีม
รายงาน Work Trend Index 2026 ของ Microsoft พบว่า คนทำงานไทยใช้ AI ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่หลายองค์กรยังเปลี่ยนสิ่งที่พนักงานเรียนรู้จาก AI ให้กลายเป็นระบบงานที่คนอื่นใช้ต่อได้ค่อนข้างน้อย โจทย์ของบริษัทไทยจึงเริ่มขยับจากการผลักดันให้คน “ใช้ AI เป็น” ไปสู่การทำให้ความเก่งรายคนกลายเป็นความสามารถของทั้งองค์กร
ผลสำรวจสะท้อนว่า คนทำงานไทยเปิดรับ AI ค่อนข้างมาก และเริ่มใช้กับงานที่ซับซ้อนเกินกว่าการค้นข้อมูลหรือร่างข้อความทั่วไป
– 32% ของผู้ใช้ AI ในไทยอยู่ในกลุ่มผู้ใช้งานระดับสูง มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกราวสองเท่า
– 89% ใช้ผลลัพธ์จาก AI เป็นข้อมูลตั้งต้น ก่อนนำไปคิดและพัฒนาต่อด้วยตัวเอง
– 86% ของผู้ใช้ระดับสูงระบุว่า AI ช่วยให้สร้างงานรูปแบบใหม่ที่เคยทำไม่ได้
– 75% ของผู้ใช้ AI ทั่วไปในไทยสามารถทำงานใหม่ที่ยังทำไม่ได้เมื่อปีก่อนได้แล้ว
แต่เมื่อมองในระดับองค์กร กลับมีทีมงานไทยเพียงประมาณ 2 ใน 10 ทีม ที่นำวิธีใช้ AI ซึ่งทดลองแล้วได้ผล มาพัฒนาเป็นขั้นตอนให้คนอื่นใช้ต่อได้ เท่ากับว่าบริษัทอาจมีพนักงานเก่ง AI อยู่หลายคน แต่ความเก่งยังแยกกันเป็นจุดๆ และเก็บวิธีการใช้งานนั้นไว้กับตัว
เช็ก 5 อาการ บริษัทกำลังตามพนักงานไม่ทันหรือเปล่า?
1. ทุกคนใช้ AI แต่ตอบไม่ได้ว่าวิธีไหนดีที่สุด – พนักงานต่างคนต่างใช้เครื่องมือ คำสั่ง และมาตรฐานตรวจงานของตัวเอง ทำให้วิธีที่ได้ผลยังถูกนำมาแชร์และพัฒนาเป็นแนวทางร่วมกันได้น้อย
2. AI ทำให้งานเร็วขึ้น แต่กระบวนการยังเหมือนเดิม – แม้ AI จะช่วยให้งานบางส่วนเร็วขึ้น แต่ขั้นตอนซ้ำ ระบบอนุมัติ และคอขวดเดิมยังอยู่ครบ เวลารวมของงานจึงแทบไม่ลดลง
3. ผู้บริหารพูดเรื่อง AI แต่พนักงานต้องหาเวลาทดลองเอง – แม้คนทำงานไทย 51% จะเห็นว่าผู้บริหารมีทิศทางด้าน AI ชัดเจน แต่มีผู้บริหารราวหนึ่งในสามที่จัดเวลาให้ได้เรียนรู้ และทดลองจริงๆ โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเมื่อทำพลาด
4. วิธีที่ได้ผลหายไปพร้อมกับคนที่คิดขึ้นมา – แม้หัวหน้างาน 8 ใน 10 คนจะเปิดให้ทดลอง แต่มีเพียง 2 ใน 10 ทีมที่นำวิธีได้ผลมาทำเป็นขั้นตอนมาตรฐานให้คนอื่นใช้ต่อ เมื่อเจ้าของวิธีย้ายทีม ลาออก หรือลาหยุด ทั้งทีมก็ทำอะไรต่อไม่ได้
5. พนักงานกลัวตาม AI ไม่ทัน แต่ยังใช้ทำงานแบบเดิม
คนทำงานไทยถึง 85% กังวลว่าจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน แต่ 60% ยังใช้ AI สนับสนุนเป้าหมายงานเดิม มากกว่าปรับแนวทางหรือระบบการทำงาน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขาดทิศทางที่ชัดเจนว่า บริษัทต้องการผลลัพธ์แบบไหนถืงเรียกว่าสำเร็จ พนักงานจึงเลือกใช้ AI กับงานที่ปลอดภัยก่อน เช่น สรุปข้อความ ร่างอีเมล หรือหาไอเดีย
Microsoft เรียกช่องว่างระหว่างความพร้อมของพนักงานกับความพร้อมของระบบว่า Transformation Paradox หรือภาวะที่คนเดินหน้าเรื่อง AI แต่ยังติดอยู่ในกระบวนการทำงานแบบเดิมขององค์กร
3 ทางอัปเกรดบริษัทให้ทันพนักงาน
1. เปลี่ยนจาก ‘สอนใช้ AI’ เป็น ‘สอนคิด และตรวจ AI’
พนักงานต้องรู้ว่างานแบบไหนเหมาะกับ AI จุดไหนต้องเช็กซ้ำ และเรื่องไหนควรให้คนตัดสิน โดยตอนนี้มีคนทำงานไทย 53% ที่เห็นความสำคัญของการควบคุมคุณภาพผลลัพธ์ และ 45% ที่ให้ความสำคัญกับทักษะคิดวิเคราะห์
2. เปลี่ยนจาก ‘อนุญาตให้ลอง’ เป็น ‘จัดเวลาให้ลอง’
องค์กรควรทำให้การทดลอง AI เป็นส่วนหนึ่งของงานจริง โดยเลือกงานที่ช้า ซ้ำ หรือพลาดบ่อย พร้อมกำหนดคนรับผิดชอบ เวลา เครื่องมือ และตัวชี้วัดให้ชัด
3. เปลี่ยนวิธีที่ได้ผลให้กลายเป็นระบบของบริษัท
เมื่อเจอวิธีใช้ AI ที่ได้ผล องค์กรควรบันทึกขั้นตอน กำหนดข้อมูลที่ใช้ได้และจุดที่ต้องตรวจ ก่อนพัฒนาเป็นมาตรฐานหรือเวิร์กโฟลว์กลาง ซึ่ง Microsoft เรียกว่า Owned Intelligence หรือการเปลี่ยนความเก่งของพนักงานบางคนให้กลายเป็นความสามารถของทั้งองค์กร
ในวันที่พนักงานอัปเกรดตัวเองไปพร้อมกับ AI บริษัทที่ยังปล่อยให้ทุกคนเก่งกันเอง อาจกลายเป็นฝ่ายที่ต้องเร่งตามคนของตัวเองให้ทัน
- TAGS
- AI
- workplace