“อาทิตย์” ชี้ไทยจุดเปลี่ยนรับคลื่น AI แนะรัฐสร้าง Local Content ดึง SME เข้าห่วงโซ่ใหม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กล่าวบนเวที “THAIRATH FORUM 2026 : THAILAND IN THE NEW GLOBAL ORDER” ซึ่งจัดโดยไทยรัฐกรุ๊ป เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีว่า ปัจจุบันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการขยายตัวของเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นายอาทิตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบจากตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ขนาดเศรษฐกิจ และความพร้อมด้านพลังงาน ทำให้มีศักยภาพในการรองรับคลื่นการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดตำแหน่งแห่งที่ (Positioning) ของประเทศให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถสร้างประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าวในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน ไทยควรวางยุทธศาสตร์ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาคในระยะยาว

นายอาทิตย์ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะมีภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกได้ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีลักษณะเป็น K-Shaped Economy โดยภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) รวมถึงประชาชนระดับฐานรากยังคงมีความเปราะบาง

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นความท้าทายต่อระบบเศรษฐกิจและสถาบันการเงิน เนื่องจากความอ่อนแอของกลุ่มลูกค้าระดับล่าง หากไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึง อาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในระยะยาว

นอกจากนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจไทยตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงพึ่งพาอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหม่ เพื่อรองรับโอกาสจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายอาทิตย์ กล่าวว่า การเข้ามาของคลื่นเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะ AI และโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย แต่ไทยไม่ควรจำกัดบทบาทตัวเองไว้เพียงการเป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยี (User) เท่านั้น หากแต่ต้องสามารถดึงดูดการลงทุนและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีจึงควรถูกนำมาใช้เป็นโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ โดยภาครัฐควรกำหนดกติกาที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนขนาดใหญ่สามารถสร้างผลประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศได้มากขึ้น ทั้งในด้านการใช้ชิ้นส่วนและบริการจากผู้ประกอบการไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานใหม่

นายอาทิตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีนโยบายส่งเสริม Local Content การปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทในประเทศ (Localization) และการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ควบคู่ไปกับการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้ประกอบการไทยได้มากขึ้น

ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินจึงควรทำงานร่วมกันเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อผู้ประกอบการ SME และธุรกิจเกิดใหม่ ให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญคือประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์เชิงรุก (Strategic Execution) เพื่อกำหนดว่าผลประโยชน์จากการลงทุนจะถูกส่งต่อไปยังภาคธุรกิจไทยและประชาชนในประเทศอย่างไร

นายอาทิตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนแผนงานหรือแนวคิดในการพัฒนา แต่สิ่งที่ยังเป็นข้อจำกัดคือขีดความสามารถในการนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง (Execution Capacity) ดังนั้น การกำหนดนโยบายที่ดีจำเป็นต้องมาพร้อมกลไกในการขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญ (Tipping Point) ภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ จำเป็นต้องก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม สร้างกติกาที่ชัดเจนและเปิดพื้นที่ให้กับความเห็นที่แตกต่างในสังคม พร้อมเร่งแก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง เพื่อให้ประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากคลื่นการลงทุนและเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายอาทิตย์ กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถกำหนดทิศทางและกติกาที่เหมาะสม พร้อมเชื่อมโยงการลงทุนขนาดใหญ่เข้ากับผู้ประกอบการไทยได้ จะช่วยสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกระจายไปสู่ภาคธุรกิจและประชาชนในวงกว้างมากขึ้น