งานวิจัยเผย คนรุ่นใหม่ใช้ AI ได้ดีไม่ได้อยู่ที่ทักษะ AI แต่เป็นเรื่องของวิธีคิด

งานวิจัยจาก KPMG และ University of Texas สำรวจคนเริ่มต้นทำงาน 523 คน แนะองค์กรฝึกวิธีคิด มากกว่าสอนการใช้เครื่องมือ AI

งานวิจัยที่เผยแพร่ใน Harvard Business Review (HBR) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 จัดทำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of Texas at Austin ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา KPMG ชี้ว่า สิ่งที่แยกคนรุ่นใหม่ซึ่งใช้ AI ทำงานได้ผลออกจากคนที่ทำไม่ได้ผล ไม่ใช่ทักษะด้าน AI ที่แต่ละคนมี แต่คือวิธีที่แต่ละคนเข้าหาและจัดการกับงานตั้งแต่ต้นจนจบ

การศึกษานี้เป็นงานภาคสนามขนาดใหญ่ที่สำรวจพนักงานเริ่มต้นอาชีพ 523 คน ให้ทำงานเฉพาะทางด้านธุรกิจโดยใช้ระบบ AI แบบเอเจนต์ (AI agent) ที่ออกแบบมาสำหรับงานนั้นโดยเฉพาะ

ผลการวิจัยจัดกลุ่มผู้เข้าร่วมออกเป็นสามประเภท ได้แก่ AI apprentices, AI delegators และ AI amplifiers โดยจุดที่นักวิจัยระบุว่า น่าประหลาดใจคือ ทักษะพื้นฐานอย่างการคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) ความเข้าใจการใช้ AI (AI literacy) และความรู้เฉพาะสาขา (domain knowledge) กลับไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าใครจะอยู่ในกลุ่มใด

จากบทวิเคราะห์ของ Inc. ที่ตีความงานวิจัยนี้ ระบุว่า คนที่ใช้ AI ได้ผลดีที่สุดคือกลุ่มที่ผสานความรู้เฉพาะสาขา การคิดเชิงวิพากษ์ และความเข้าใจการใช้ AI เข้าไปในทุกขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่การตั้งคำถามเริ่มต้น การกำหนดรูปร่างผลลัพธ์ ไปจนถึงการส่งมอบงาน จึงเป็นทักษะแบบองค์รวม ไม่ใช่ความสามารถกระจัดกระจายเป็นชิ้นๆ

ในทางกลับกัน พนักงานบางคนมีทักษะ AI แต่ใช้ในทางที่ไม่สร้างคุณค่าให้องค์กร ขณะที่บางคนดูเหมือนทำงานได้ดีเพราะรู้วิธีพึ่งพา AI ให้ได้คำตอบสำเร็จรูป แต่แท้จริงกำลังกลบจุดอ่อนด้านความรู้ธุรกิจพื้นฐานของตัวเองไว้

ประเด็นนี้ส่งผลต่อแนวคิดการจ้างงานโดยตรง เพราะนักวิจัยพบว่า พนักงานที่มีทักษะและความรู้พื้นฐานในระดับใกล้เคียงกัน สามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมากเมื่อทำงานร่วมกับ AI agent ตัวเดียวกัน องค์กรที่เดิมเน้นคัดเลือกพนักงานระดับเริ่มต้นจากทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และความเข้าใจ AI เป็นหลัก จึงอาจต้องทบทวนแนวทางนี้ใหม่ เนื่องจากการเก่ง AI ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการรู้วิธีใช้เครื่องมือ AI เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจที่ซับซ้อน

ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยคือ ผู้นำองค์กรที่ต้องการให้พนักงานรุ่นใหม่ที่ใช้ AI อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ควรกังวลกับ "สิ่งที่พนักงานรู้" ให้น้อยลง แล้วหันมาฝึกในแบบที่เน้นวิธีตั้งกรอบปัญหา วิธีตั้งคำถาม และตรวจสอบผลลัพธ์ที่ AI ให้มา วิธีปรับปรุงผล และวิธีนำข้อมูลเชิงลึกไปใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยพาพนักงานเรียนรู้ทีละขั้นตอน ตั้งแต่การป้อนคำสั่งด้วยความคิดตั้งต้น การประเมินคำตอบ การปรับแก้สิ่งที่ถาม ไปจนถึงการนำผลลัพธ์ไปสร้างเป็นชิ้นงานที่มีความหมาย นอกจากนี้ควรมองการเรียนรู้ AI เป็นการพัฒนาต่อเนื่อง ไม่ใช่การอบรมเพียงครั้งเดียว ปรับให้เข้ากับช่องว่างทักษะของแต่ละคน และฝังการเรียนรู้ AI เข้าไปในงานและการตัดสินใจที่พนักงานเจอในแต่ละวัน

บทวิเคราะห์ยังย้ำว่าองค์กรไม่สามารถใช้ AI แบบ "ปล่อยแล้วลืม" ได้ และไม่ควรเหมาว่าพนักงาน Gen Z จะเชี่ยวชาญ AI ในทันทีเพียงเพราะคุ้นเคยกับเทคโนโลยี เปรียบเหมือนที่ไม่ควรมอบหมายให้ดูแลงานประชาสัมพันธ์เพียงเพราะเล่น TikTok หรือ Instagram คล่องแคล่ว โดยหลักการเดียวกันนี้ยังใช้ได้กับพนักงานอาวุโสด้วยเช่นกัน

ที่มา: Inc.