เวียดนามทุ่มงบวิจัยกาแฟด้วยเทคโนโลยี AI เร่งปรับปรุงสายพันธุ์ ผลิตต้นกล้า เฝ้าระวังโรคแมลงจนถึงการแปรรูปกาแฟ - เทคโนโลยีชาวบ้าน

ประเทศเวียดนาม :  คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเกียลาย(Gia Lai) ได้อนุมัติโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลพื้นที่ปลูกกาแฟ การคาดการณ์และเฝ้าระวังศัตรูพืชและโรคพืช รวมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการไร่กาแฟแบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตกาแฟ

โครงการสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านกาแฟด้วยเทคโนโลยี AI มูลค่าการลงทุนรวม 326 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) บนพื้นที่ขนาด 1.57 ล้านตารางเมตร ตั้งอยู่ในตำบลดั๊กดัว (Đak Đoa) สถาบันแห่งนี้ถูกวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตรกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การทดสอบสายพันธุ์กาแฟ การผลิตต้นกล้า  ละการถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้ทางเทคนิคให้แก่ภาคธุรกิจและเกษตรกร

ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะดำเนินการประเมินสายพันธุ์และสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ของกาแฟจำนวน 50–100 สายพันธุ์ต่อปี และผลิตต้นกล้ากาแฟจำนวน 1–5 ล้านต้นต่อปี นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการของสถาบันจะมีความสามารถในการวิเคราะห์ตัวอย่างได้ปีละ 20,000–40,000 ตัวอย่าง ซึ่งครอบคลุมทั้งดิน น้ำ ใบกาแฟ เมล็ดกาแฟ ตัวอย่างจุลินทรีย์ และดัชนีชี้วัดคุณภาพผลิตภัณฑ์

ส่วนการวิจัยด้านการแปรรูปกาแฟ สถาบันจะดำเนินงานโรงงานแปรรูปต้นแบบที่มีกำลังการผลิตรองรับวัตถุดิบ 300–500 ตันต่อปีเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิจัย อีกทั้งยังประกอบด้วยโรงคั่วกาแฟและหน่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับกำลังการผลิตได้ 50–100 กิโลกรัมต่อวัน

นอกเหนือจากการวิจัยและการผลิตต้นกล้าแล้ว สถาบันยังมีเป้าหมายที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีและจัดการฝึกอบรมให้แก่ภาคธุรกิจและเกษตรกรจำนวน 2,000–5,000 รายต่อปี ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรฝึกอบรมทางเทคนิค และการสาธิตการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ การก่อสร้างและการติดตั้งอุปกรณ์มีกำหนดจะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2027 ตามด้วยการทดสอบระบบในไตรมาสที่ 3 ของปี 2028 และมีเป้าหมายที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2028

เกียลาย เมืองแห่งกาแฟ

จังหวัดเกียลาย เป็นภูเขาสูงในเขตที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนาม เป็นแหล่งผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์  แหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือ ภูเขาหามรอง (ภูเขากรามมังกร) เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว มีความสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เหมาะสำหรับนักเดินป่าและผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพ   เมื่อยืนบนยอดเขา จะพบกับทัศนียภาพอันงดงามแบบพาโนรามา มองเห็นไร่กาแฟ ยางพารา และชาที่แผ่กว้างอยู่เบื้องล่าง  ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ดินแดนภูเขาแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยดอกกาแฟสีขาวโพลน 

จังหวัดเกียลาย เป็นภูเขาสูงในเขตที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนาม
ภูเขาหามรอง (ภูเขากรามมังกร)

เวียดนามส่งออกกาแฟอันดับ 2 ของโลก

ปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลกรองจากบราซิล โดยครองส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 8.3  สหภาพยุโรป (EU) เป็นตลาดรองรับกาแฟส่งออกของเวียดนามในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 40 ซึ่งได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีศุลกากรภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและเวียดนาม (EVFTA)

ข้อมูลสถิติจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 เวียดนามส่งออกกาแฟปริมาณราว 1.1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 4.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่มูลค่าการส่งออกลดลงร้อยละ 14.4 เนื่องจากราคาเฉลี่ยในการส่งออกปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 4,435 ดอลลาร์ต่อตัน

กาแฟจากซอนลาให้ผลผลิตล้นหลามและราคาดี เกษตรกรต่างดีใจ

ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ  รองรับกฎระเบียบ EUDR

เนื่องจากกฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) กำลังจะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในอีกไม่ถึง 6 เดือนข้างหน้า กำหนดให้บริษัทผู้ส่งออกกาแฟจากประเทศต่างๆ ต้องพิสูจน์ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าโดยใช้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ(traceability) ที่ครอบคลุมถึงระดับไร่เพาะปลูกกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการส่งออก ผู้ส่งออกกาแฟของเวียดนามจึงเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเสริมสร้างระบบการตรวจสอบย้อนกลับให้ข้อมูลการผลิตโปร่งใสเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดอียู

นาย Thái Như Hiệp ประธานบริษัท Vĩnh Hiệp และรองประธานสมาคมกาแฟและโกโก้แห่งเวียดนาม (Vicofa) กล่าวว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมนี้คือ การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างแบรนด์กาแฟเวียดนามให้เป็นที่ยอมรับ ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องลงทุนเชิงรุกเพื่อสร้างฐานข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกของตนเองเพื่อรักษาโอกาสในการเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรป

ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งคือข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างบริษัทต่างๆ ในอดีต เกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการรับรองมาตรฐานได้หลายโครงการพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎระเบียบ EUDR ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หากไร่เพาะปลูกหรือปริมาณผลผลิตเดียวกันถูกรายงานโดยผู้ส่งออกหลายราย ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณการส่งออกที่แจ้งไว้สูงกว่าผลผลิตจริง

นาย Hiệp กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรับผิดชอบในกรณีที่มีข้อมูลซ้ำซ้อนหรือความไม่สอดคล้องกันของการแจ้งข้อมูลจากพื้นที่เพาะปลูกเดียวกัน  เพื่อลดความเสี่ยง ผู้ส่งออกจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลพื้นที่การผลิตทั้งหมดของตนเพื่อระบุรายการข้อมูลที่ซ้ำซ้อนและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง แทนที่จะพึ่งพาหน่วยงานออกใบรับรองเพียงอย่างเดียว เขาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกลไกประสานงานเพื่อบริหารจัดการฐานข้อมูลพื้นที่การผลิต โดยการเปรียบเทียบและตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทต่างๆ ที่ดำเนินงานในภูมิภาคเดียวกัน ก่อนที่กฎระเบียบ EUDR จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

Tô Xuân Phúc กรรมการผู้จัดการฝ่ายนโยบายป่าไม้ การค้า และการเงินขององค์กร Forest Trends กล่าวว่า กาแฟเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ข้อมูลระดับฟาร์มยังคงไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยพื้นที่การผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกกาแฟทั้งหมดของประเทศ   จำเป็นต้องมีการบูรณาการข้อมูลจากภาคธุรกิจและเกษตรกรเข้ากับฐานข้อมูลของภาครัฐ เพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ปลูกกาแฟมีการทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้หรือไม่ และเพื่อสร้างมาตรฐานข้อมูล ซึ่งจะช่วยระบุกรณีที่อาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://vietnamnews.vn/economy/1785568/gia-lai-approves-ai-coffee-research-project.html

https://vietnamnews.vn/economy/1785357/coffee-exporters-enhance-traceability-ahead-of-eu-rules.html

Tags

Related Posts

ผู้เขียน : ชนุดม สุรัตน์ ในยุคที่เกษตรกรไทยจำนวนไม่น้อยเผชิญปัญหาความผันผวนของราคาพืชเศรษฐกิจ อาจารย์ไพฑูรย์ กระโทกนอก อดีตครูผู้เคยยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียนเมื่อเกษียนเลยเลือกก้าวออกมาสู่เส้นทางใหม่ในฐานะเกษตรกรเต็มตัว ด้วยการสร้าง โกโก้ฟาร์มลำตะคอง ฟาร์มเกษตรผสมผสานขนาดใหญ่กว่า 300 ไร่ ติดกับเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ที่วันนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตโกโก้คุณภาพ และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้เห็นว่า พืชชนิดนี้คือหนึ่งในพืชอนาคต ของไทยอย่างแท้จริง อาจารย์ไพฑูรย์ กล่าว่า “ผมจะเออร์ลี่แล้วจะอยู่เฉยๆ มันเป็นไปไม่ได้ มันต้องรู้ว่ามันจะทำอะไร พอเรารู้ เรามีเวลาประมาณนี้ จะทำอะไรมันก็โอเค”  จุดเริ่มต้นจากยางพาราที่ราคาตกต่ำ เดิมทีพื้นที่แห่งนี้ปลูกยางพาราเต็มพื้นที่ ผลผลิตออกดีแต่ราคากลับผันผวนหนักจนขาดทุน การทำเกษตรในรูปแบบเกษตรอุตสาหกรรม ที่ปลูกทีละมากๆ จึงเริ่มไม่ตอบโจทย์ ความคิดในการหาพืชทางเลือกจึงเกิดขึ้น อาจารย์กล่าวว่า “ถ้ายางราคาตก เราต้องมีพืชสำรอง ต้องหาพืชที่ยั่งยืนได้จริง” เมื่อศึกษาพืชต่างๆ พบว่า โกโก้ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ด้วยเหตุผลหลักคือ แปรรูปได้หล

20 กรกฎาคม 2569

ประเทศเวียดนาม :  คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเกียลาย(Gia Lai) ได้อนุมัติโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลพื้นที่ปลูกกาแฟ การคาดการณ์และเฝ้าระวังศัตรูพืชและโรคพืช รวมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการไร่กาแฟแบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตกาแฟ โครงการสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านกาแฟด้วยเทคโนโลยี AI มูลค่าการลงทุนรวม 326 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) บนพื้นที่ขนาด 1.57 ล้านตารางเมตร ตั้งอยู่ในตำบลดั๊กดัว (Đak Đoa) สถาบันแห่งนี้ถูกวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตรกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การทดสอบสายพันธุ์กาแฟ การผลิตต้นกล้า  ละการถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้ทางเทคนิคให้แก่ภาคธุรกิจและเกษตรกร ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะดำเนินการประเมินสายพันธุ์และสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ของกาแฟจำนวน 50–100 สายพันธุ์ต่อปี และผลิตต้นกล้ากาแฟจำนวน 1–5 ล้านต้นต่อปี นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการของสถาบันจะมีความสามารถในการวิเคราะห์ตัวอย่างได้ปีละ 20,000–40,000 ตัวอย่าง ซึ่งครอบคลุมทั้งดิน น้ำ ใบกาแฟ เมล็ดกาแ

20 กรกฎาคม 2569

ในโลกของการทำเกษตรที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน ต้นทุนที่ผันผวน และราคาผลผลิตที่ขึ้นลงตามกลไกตลาด เรื่องราวของ คุณอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือแสงทอง–อัครา คือภาพสะท้อนของ “ความกล้า” ที่เปลี่ยนชีวิตจากศูนย์ให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจปศุสัตว์ครบวงจร และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำเกษตรไทยในยุคใหม่ได้อย่างทรงพลัง คุณอรรณพ เล่าว่า ชีวิตไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เริ่มจาก “ความไม่มี” อย่างแท้จริง เพราะเติบโตมาในครอบครัวคนจีนย่านบางซื่อ ที่ต้องดิ้นรนทำมาหากินตั้งแต่ยังเด็ก จากการช่วยครอบครัวทำสวนฝรั่ง ไปจนถึงช่วยแม่ขายเส้นก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวที่สืบทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษในประเทศจีน ร้าน “เซ่งท้ง” ไม่เพียงเป็นแหล่งรายได้ แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะทักษะชีวิต โดยเฉพาะ “วิชาการขาย” ภาพของเด็กชายที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด พายเรือขายกาแฟและขนมไปตามคลองบางซื่อ พร้อมน้องชายคนรอง โดยตั้งชื่อเรือว่า “แสงทอง” และ “กรุงทอง” อาจดูเป็นเพียงเรื่องเล่าธรรมดา แต่แท้จริงแล้ว นั่นคือรากฐานของความเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง เพราะคุณอรรณพได้เรียนรู้การอ่

19 กรกฎาคม 2569

ปัจจุบัน ปลากราย ได้มีการนำมาเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายมากขึ้น เพราะปัจจุบันปลากรายในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มมีจำนวนลดน้อยลง แต่จำนวนผู้บริโภคยังมีความต้องการบริโภคเนื้อปลาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดของปลากรายสามารถจำหน่ายได้เสมอ การเลี้ยงเพื่อเป็นการค้าจึงเริ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้มีเกษตรกรบางรายฝึกการเพาะพันธุ์ปลากรายจนประสบผลสำเร็จ และสร้างรายได้ดีไม่น้อยทีเดียว คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบปลากรายมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด จึงทำให้สัตว์น้ำจืดชนิดนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่อยากจะทดลองเพาะพันธุ์ด้วยสองมือของเขาเอง ซึ่งจากความพยายามไม่ได้นำมาแต่ความสำเร็จ แต่สามารถเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้ดีอีกด้วย คุณวิทยา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทำงานเกี่ยวกับเครื่องกลอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาประมาณ ปี 2543 มีเหตุต้องย้ายมาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลา เพื่อเป็นอาชีพในขณะนั้นด้วย เพราะภายในบริเวณบ้านมีพื้นที่บ่อน้ำอยู่ จึงเป็นจุดเริ

19 กรกฎาคม 2569

ในยุคที่ภาคการเกษตรกำลังปรับตัวเข้าสู่ “เกษตรแม่นยำ” (Precision Agriculture) เทคโนโลยีการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ (Fertigation) กลายเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพผลผลิตได้อย่างชัดเจน การให้ปุ๋ยในระบบน้ำ (Fertigation) คือ วิธีการให้ปุ๋ยอีกวิธีหนึ่ง เป็นการให้ปุ๋ยร่วมกับการให้น้ำในระบบเดียวกัน โดยผสมปุ๋ยที่ละลายน้ำได้หมดลงไปในระบบน้ำ ตั้งแต่การให้น้ำในระบบน้ำหยด (Drip Irrigation) หรือ ระบบมินิสปริงเกลอร์ (Mini Sprinkler) เมื่อพืชได้รับน้ำก็จะเป็นตัวนำพาธาตุอาหารไปยังรากพืชโดยตรง จึงทำให้ต้นพืชได้รับทั้งน้ำและธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสามารถใส่สารเคมีป้องกันศัตรูพืชลงไปในระบบนี้ได้ด้วยเช่นกัน   การใหัปุ๋ยในระบบน้ำ (Fertigation) ดียังไง? คำตอบคือระบบนี้เป็นการผสมผสานระหว่างการให้น้ำและการให้ปุ๋ยในคราวเดียวกัน ผ่านระบบน้ำหยดหรือมินิสปริงเกลอร์ ช่วยให้พืชได้รับน้ำและธาตุอาหารในปริมาณที่แม่นยำ สม่ำเสมอ และสอดคล้องกับช่วงการเจริญเติบโต ซึ่งไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซ

19 กรกฎาคม 2569

สถานการณ์มะพร้าวแกงในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทย เมื่อแรงกดดันด้านอุปทานทำให้ราคามะพร้าวปรับตัวลดลง และเกษตรกรบางพื้นที่เผชิญปัญหาการระบายผลผลิตไม่ทันจังหวะตลาด กระทรวงพาณิชย์จึงขยับมาตรการเชิงรุก ทั้งการติดตามการรับซื้อในพื้นที่แหล่งผลิต การประสานล้งและโรงงานแปรรูปให้เข้ารับซื้อเพิ่มเติม การขอความร่วมมือให้ชะลอการนำเข้า และการดึงผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าช่วยดูดซับผลผลิต เพื่อพยุงราคาหน้าสวนและลดสต๊อกคงค้างในระบบ ล้ง-โรงงานเข้าซื้อ สต๊อกหน้าลานลด นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ถึงผลการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์รับซื้อมะพร้าวผลแก่หรือมะพร้าวแกง หลังกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศประสานล้งและโรงงานเข้ารับซื้อเพิ่มเติม ผลการติดตามพบว่า ล้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานียังเข้าไปรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายผลผลิตไปยังโรงงานปลายทาง ทำให้สต๊อกคงเหลือหน้าลานลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ แ

19 กรกฎาคม 2569