'อีลอน มัสก์' เย้ยอดีตนักวิจัย ปั่นกระแส AI อาจฆ่าล้างมนุษย์ คนดังสังคมความเห็นแตก

เดือดวงการเทคโนโลยี! หลัง เจคอบ ค็อกซัน อดีตนักวิจัยจาก Anthropic และ OpenAI ออกมาเตือนผ่าน X ว่า AI คือ “ซูเปอร์อาวุธ” ที่อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ด้าน อีลอน มัสก์ นำทีมมหาเศรษฐีและนักลงทุนชั้นนำออกมาโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน มองว่าเป็นแผนพีอาร์การเมืองและกลยุทธ์หวังผลทางกฎหมาย ขณะที่ฝั่งนักวิจัยและนักวิชาการย้ำชัด นี่คือความเสี่ยงจริงระดับอารยธรรมที่มหาอำนาจและอุตสาหกรรมต้องเร่งวางแผนรับมือ

กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการเทคฯระดับโลก เมื่อ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีรวมถึง X ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเย้ยหยัน เจคอบ ค็อกซัน (Jacob Coxon) อดีตนักวิจัยด้าน AI จาก Anthropic และ OpenAI หลังจากค็อกซันออกมาเดินสายเตือนภัยสังคมว่า AI กำลังกลายเป็น “ซูเปอร์อาวุธ” ที่มนุษย์อาจไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป โดยมัสก์ระบุในลักษณะจับผิดว่าการออกมาเตือนครั้งนี้ “ดูเหมือนการจัดฉาก”

X/Elon Musk

บุคคลในวงการอีกหลายรายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ของมัสก์เกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสงสัยในเจตนาของค็อกซัน รวมถึงมหาเศรษฐีอย่าง บิล แอคแมน (Bill Ackman) ที่เขียนข้อความว่า “น่าสนใจ”

พร้อมแชร์รีโพสต์ที่กล่าวหาว่า โพสต์เหล่านี้น่าจะเป็น

“จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ PR ที่มีความซับซ้อนสูงและได้รับเงินทุนสนับสนุนอย่างดี เพื่อหาเสียงสนับสนุนให้พรรคเดโมแครตออกกฎหมายกำกับดูแล AI จนไม่เหลือชิ้นดี”

X/Bill Ackman

ด้าน เดวิด แซคส์ (David Sacks) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านคริปโตและ AI ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จนถึงเดือนมีนาคม ได้ออกมาโจมตี Anthropic โดยเขียนว่า

“แน่นอนว่าการทำ IPO ของ Anthropic ต้องถูกระงับไว้ก่อน จนกว่าจะมีการสอบสวนข้อกล่าวหาของ ‘ผู้แจ้งเบาะแส’ รายนี้”

X/David Sacks

โดยก่อนหน้านี้ แซคส์เคยกล่าวหา Anthropic ว่า “ดำเนินกลยุทธ์กินรวบกฎหมายกำกับดูแล (Regulatory Capture) ที่ซับซ้อนโดยอาศัยการปลุกกระแสความกลัว”

นอกจากนี้ เจสัน คาลาคานิส (Jason Calacanis) นักลงทุนสายเทค ซึ่งเป็นผู้จัดรายการพอดแคสต์ฝั่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ‘All-In’ ร่วมกับแซคส์ ก็ได้ออกมาโพสต์ GIF รูปกุมขมับ พร้อมกับข้อความที่ว่า พวกเขาจะจำกัด AI มากขึ้นแน่นอนหลังจากนี้

X/Jason

คาลาคานิสยังเล็งเป้าโจมตีไปที่ Anthropic อีกด้วย โดยตั้งคำถามว่า

“ทุกคนที่ทำงานที่ Anthropic เห็นบางสิ่งที่ทำให้ระดับความกลัวภัยพิบัติโอกาสเกิดวันสิ้นโลกของพวกเขาสูงขึ้น หรือว่า Anthropic กำลังใช้แผนการกินรวบการกำกับดูแลประเภทใดอยู่กันแน่?!”

เรารู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เจคอบ ค็อกซิน (Jacob Coxon) บ้าง?

สำนักข่าว Axios รายงานว่า ค็อกซันทำงานที่ Anthropic เพียง 4 เดือน ซึ่งหมายความว่าเขาออกจากบริษัทก่อนที่สิทธิการซื้อหุ้น (Stock Options) ในบริษัทจะสมบูรณ์ถึง 2 เดือน รายงานระบุว่านักวิจัยรายนี้ยังคงถือหุ้นในอดีตนายจ้างของเขาอย่าง OpenAI ซึ่งเขาเคยทำงานเป็นนักวิจัยฝั่ง Pre-training (การฝึกสอนโมเดลขั้นแรก)

ในโพสต์บน X ของเขา เขาได้เปรียบเทียบการทำงานในสองบริษัทนี้ โดยกล่าวว่าพนักงานที่ OpenAI ยังไม่ได้ “ตระหนักถึงความเสี่ยงระดับอารยธรรมอย่างลึกซึ้ง” แต่เสริมว่าประเด็นนี้ “เป็นที่เข้าใจกันดี” ที่ Anthropic

อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยว่า ผู้สร้างโมเดล Claude รายนี้กำลัง “ติดอยู่ในศึกการแข่งขันเพื่อไปให้ถึงจุดหมายเป็นรายแรก” เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า “ไม่มีใครอีกแล้วที่จะทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีอย่างรับผิดชอบ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องลงมือทำด้วยตัวเอง แม้จะมีความเสี่ยงก็ตาม”

ค็อกซัน ได้ตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่?

หลังจากมัสก์โพสต์แซะว่า “ดูเหมือนการจัดฉาก” ค็อกซันได้ตอบโต้มัสก์บน X โดยรูปเซลฟี่และเขียนว่า

“ผมมีตัวตนจริง และนี่คือความเชื่อจริงๆ ของผม คุณสามารถถามนักวิจัย AI ของคุณเกี่ยวกับตัวผมได้นะ ถ้าคุณยังไม่ได้ไล่พวกเขาออกไปหมดแล้ว”

แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากมัสก์ แต่คำแถลงของค็อกซินกลับได้รับเสียงสนับสนุนจากสื่อหลายเจ้า นักการเมืองและนักวิจัย AI อีกหลายคน โดย อีวาน ฮับบิงเกอร์ (Evan Hubinger) หัวหน้าทีม Alignment Science ที่ Anthropic ได้แชร์รีโพสต์บน X ของค็อกซัน พร้อมเขียนว่า

เขาและเพื่อนร่วมงาน “เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า AI สามารถฆ่ามนุษย์ทุกคนได้” และกล่าวว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาคิดว่ามีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะเกิดขึ้นภายในทศวรรษหน้า

ฮับบิงเกอร์เสริมอีกว่า

“ผมเชื่อว่า Anthropic กำลังพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่พวกเรายังไม่มีแผนที่จะแก้ปัญหาการจัดระเบียบเป้าหมายสำหรับซูเปอร์อัจฉริยะ (Superintelligence) และยังไม่มีแนวโน้มที่จะทำสำเร็จในเร็วๆ นี้”

นอกจากนักวิจัยแล้วก็ยังมีนักการเมืองที่เห็นด้วยว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายควบคุมเทคโนโลยี AI

เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) ก็เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่เห็นด้วยกับค็อกซิน เขาเป็นวุฒิสมาชิกสภา (Senator) ของสหรัฐฯ จากรัฐเวอร์มอนต์

นักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสภาอิสระที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐสภาสหรัฐฯ แม้จะสังกัดอิสระแต่ก็เปฝ้นที่ทราบกันดีว่า เขามีแนวคิดทางนโยบายร่วมกับฝั่งพรรคเดโมแครตเป็นหลัก เขาแชร์รีโพสต์พร้อมข้อความที่กล่าวว่า

คุณค็อกซินพูดถูกต้องแล้ว แม้แต่บรรดาคนที่กำลังสร้างเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเอง ก็ยังยอมรับว่ามันสามารถคุกคามอนาคตของมนุษยชาติได้ นั่นคือเหตุผลที่ในเร็วๆ นี้ ผมจะเสนอข้อกฎหมาย เพื่อสั่งห้ามการพัฒนาซูเปอร์อัจฉริยะ (Superintelligence) และ สั่งระงับการพัฒนา AI”

X/Bernie Sanders

การออกมาเปิดศึกรอบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงรอยแตกร้าวและความขัดแย้งเชิงนโยบายอย่างหนักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ ระหว่างกลุ่มทุนที่พยายามผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเสรี กับกลุ่มนักวิจัยที่เรียกร้องให้ยกระดับการกำกับดูแลเพื่อป้องกันความเสี่ยงระดับอารยธรรม ก่อนที่ระบบปัญญาประดิษฐ์อาจจะก้าวข้ามขีดความสามารถในการควบคุมของมนุษย์ไปจริงๆ