ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 907.47 จุด รับผลประกอบการหุ้น AI - หวังสงครามอิหร่านยุติ : อินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 900 จุดในวันอังคาร (4 ส.ค.) โดยทั้งดาวโจนส์และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่าน

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 54,085.88 จุด เพิ่มขึ้น 907.47 จุด หรือ +1.71%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,736.52 จุด เพิ่มขึ้น 136.02 จุด หรือ +1.79%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,584.99 จุด เพิ่มขึ้น 671.10 จุด หรือ +2.59%

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น 4.1% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 2% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง 0.6% และหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.5%

ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ร่วงลงกว่า 5% หลังจากมาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ยืนยันว่า ความพยายามในการไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายยังคงแลกเปลี่ยนข้อความของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวในวันอังคารว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงในวันอังคารหรือวันพุธ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับเรือพาณิชย์

การร่วงลงของราคาน้ำมันช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 56.9% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 67.2%

ทั้งนี้ การที่เฟดมีโอกาสน้อยลงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงแตะระดับ 4.665% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน

หุ้น Palantir Technologies ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้าน AI พุ่งขึ้น 29.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2567 หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 2/2569 และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปีงบการเงิน 2569

หุ้น Caterpillar ซึ่งถูกมองว่าเป็นดัชนีบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมโลก พุ่งขึ้น 5.6% และเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปี 2569 เนื่องจากการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ได้ช่วยหนุนความต้องการอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าและเครื่องจักรสำหรับการก่อสร้างของบริษัท

หุ้นกลุ่มชิป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายด้าน AI พุ่งขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 6.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 4


ทั้งนี้ นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในฤดูกาลนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลด้าน AI จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่

หุ้น SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 9.4% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด

หุ้น McDonald’s ปรับตัวขึ้น 1.2% แม้บริษัทรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ขณะที่หุ้น Pfizer ดีดตัวขึ้น 1.5% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 7.359 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.440 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.537 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ลดลง 5.6% สู่ระดับ 7.33 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. แต่ยังสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.30 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 7.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.

ทั้งนี้ การนำเข้าลดลงสู่ระดับ 3.880 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกลดลงสู่ระดับ 3.147 แสนล้านดอลลาร์

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช