ระทึกเกาะพะงัน! เด็กรัสเซีย 9 ขวบวิ่งร้องกลางถนนตี 4 ตำรวจท่องเที่ยวรุดช่วย
พลเมืองดีชาวเนเธอร์แลนด์พบเด็กชายรัสเซียวัย 9 ขวบ วิ่งร้องขอความช่วยเหลือกลางดึกบนเกาะพะงัน หลังตื่นมาไม่พบแม่จึงออกจากบ้าน ก่อนหลงทางไกลกว่า 5 กม. ตำรวจท่องเที่ยวเร่งตามหาครอบครัวจนพบ แม่เผยออกไปหาเพื่อนขณะลูกหลับ ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสัญญาจะไม่ปล่อยลูกอยู่ลำพังอีก
19 กันยายน 2569 - เมื่อเวลา 04.15 น. ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันได้รับแจ้งจากพลเมืองดีชาวเนเธอร์แลนด์ว่า พบเด็กชายอายุประมาณ 9 ขวบ วิ่งร้องไห้อยู่บนถนนและขอความช่วยเหลือ จึงโทรแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155
หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันเข้าตรวจสอบ พบเด็กชายอายุประมาณ 9 ขวบอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก โดยเด็กสื่อสารเป็นภาษารัสเซียและไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เจ้าหน้าที่จึงประสานล่ามภาษารัสเซียเข้าช่วยสื่อสาร
จากการสอบถามทราบว่า เด็กชายชื่อจาโรเมียร์ (Mstr Jaromir) อายุ 9 ปี สัญชาติรัสเซีย พักอยู่กับมารดา 2 คน ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.00 น. เด็กตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบมารดาอยู่ภายในบ้าน จึงเกิดความหวาดกลัว เปิดประตูออกจากที่พักและเดินไปยังถนนใหญ่ ก่อนหลงทางและไม่สามารถจำเส้นทางกลับบ้านได้ โดยจุดที่พบเด็กอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 5 กิโลเมตร
เด็กชายพยายามขอความช่วยเหลือจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา แต่เนื่องจากเป็นช่วงกลางดึก มีผู้คนและนักท่องเที่ยวอยู่บนถนนน้อย กระทั่งพบพลเมืองดีชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเห็นว่าเด็กอาจตกอยู่ในอันตราย จึงโทรแจ้งสายด่วน 1155
ตำรวจท่องเที่ยวรับตัวเด็กมายังหน่วยบริการตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ก่อนเร่งตรวจสอบเพื่อตามหาผู้ปกครอง พร้อมส่งสายตรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่พบเด็ก จนนำไปสู่การตรวจสอบข้อมูลของมารดา ทราบชื่อ น.ส.อลิซา (Ms. Alisa) สัญชาติรัสเซีย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ประสานตรวจสอบผ่านระบบ Biometric System ของสถานีตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย จนทราบข้อมูลที่พักและหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนติดต่อแจ้งมารดาว่า ลูกชายอยู่กับตำรวจท่องเที่ยวและปลอดภัยดี พร้อมให้เดินทางมารับตัวกลับบ้าน
จากการสอบถามมารดาทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ให้ลูกชายเข้านอนตามปกติ หลังลูกหลับจึงเดินทางไปบ้านเพื่อนสนิท ซึ่งมีกำหนดเดินทางกลับประเทศรัสเซียในวันรุ่งขึ้น โดยปล่อยลูกชายที่กำลังหลับให้อยู่ภายในบ้านพักเพียงลำพัง
มารดาระบุว่า เมื่อทราบเรื่องรู้สึกตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอบคุณตำรวจท่องเที่ยวรวมถึงพลเมืองดีที่ให้ความช่วยเหลือลูกชายจนปลอดภัย โดยสัญญาว่าจะดูแลลูกชายให้ดีที่สุด และจะไม่ปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้นำแม่และลูกไปส่งยังบ้านพักอย่างปลอดภัย.