'อนุทิน' ฉุนขาด สั่งตั้งสอบวินัย ฟัน 'นายอำเภอบ้านสร้าง' เกียร์ว่างเมินช่วยชาวบ้านน้ำท่วม บอกถ้าผิดจริงไม่ควรอยู่ระบบราชการจี้ ปลัด มท.เร่งสปีดโอนเงินเยียวยา 9,000 บาท ต้องกดปุ่มเดียวถึงมือประชาชนทันที ไม่มีดองเงิน 2 วัน -
7 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมวันที่ 8 ซึ่งสถานการณ์ปรับระดับขึ้นมาอยู่ในสภาวะที่มีโอกาสเป็นปกติมากขึ้นในทุกพื้นที่ ยกเว้นบางจังหวัดที่ยังไม่สามารถระบายน้ำและยังเกิดสภาวะน้ำท่วมขัง ทางคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานราชการต่างๆ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษและลงไปบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เช่น พื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีที่ได้รับผลกระทบหนักมาก นอกเหนือจากนี้ยังมีฉะเชิงเทราและพื้นที่เขตปริมณฑลอีกหลายจังหวัด ขณะเดียวกันทราบว่าช่วงนี้ยังมีปริมาณฝนเป็นจำนวนมาก โดยเข้าภาคใต้เมื่อวานนี้ที่ระนองก็มีสภาวะน้ำท่วมเช่นเดียวกัน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มกำลัง ทั้งการจัดสรรทรัพยากร ซัพพลายเชน อาหาร และเส้นทางคมนาคมขนส่ง
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เข้าใจดีว่าทุกคนเริ่มล้า โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่หน้างาน ความไม่แน่นอนที่เกิดจากสภาพอากาศ แม้กระทั่งที่โตเกียวที่ฝนตก 40 วันติดต่อกัน สิ่งที่มาด้วยคือสภาพจิตใจของประชาชน ของไทยเราก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น แต่เราต้องมีกำลังใจที่จะต่อสู้ โดยคิดเสียว่ากำลังให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากเรียนให้ทุกท่านทราบว่าในส่วนพื้นที่ที่ตรวจสอบ ขอให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายจะได้รับเงินเยียวยามายังกรม ปภ. ด้วยความรวดเร็วที่สุด จนถึงเมื่อวานนี้ (7 ตุลาคม) ทาง ปภ. ได้โอนเงินเยียวยาให้ประชาชน ส่วนใหญ่เข้าข่ายเกณฑ์ 9,000 บาท โอนไปแล้วประมาณ 10,400 กว่าครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 94 ล้านบาท ตั้งแต่เกิดเหตุหลายครั้งที่เราต้องไปรอแต่ละจังหวัดเข้ามาโอนกันทีเป็นพันๆ ราย เป็นหมื่นๆ ราย แต่เที่ยวนี้ที่ได้ให้นโยบายไว้คือ First Come, First Served เพราะฉะนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่คอยรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ ทำการประสานกับธนาคารออมสินซึ่งเป็นธนาคารของรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ เพราะได้เงินฝากและเงินโอนมาจากสำนักงบประมาณ
นายอนุทิน กล่าวว่า แม้การโอนเงินกว่า 10,400 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 94 ล้านบาท จะถือว่ารวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่ยังพบปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนการโอนเงินของธนาคารที่ใช้เวลาเดินทางถึง 2 วัน
“วันนี้ผมได้รับรายงานจากทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านก็บอกโอนเงินแล้วนะครับ หมื่นครัวเรือน เรียบร้อยแล้ว เงินจะเข้าวันศุกร์ ไอ้นี่ไม่ได้เขียนเช็คนะท่าน มันไม่ต้องไปผ่านเคลียริ่งที่ไหน ใช่ไหม เพราะงั้นตรงนี้เราต้องมีความ ผมไม่ได้บอกว่าท่านไม่ใส่ใจ ท่านใส่ใจอยู่แล้ว แต่ว่าบางทีท่านอาจจะไม่เข้าใจระบบ ทุกวันนี้มันเป็นเทเลแบงก์กิ้ง ท่านกดตูม เงินถึงมือชาวบ้านเลย มันมีปัญหาไม่ได้ เพราะตรงนี้มันไม่ได้เซ็นเช็คเนี่ย มันเป็นการกดโอนเงิน พอกดปุ๊บมันก็ต้องไป ใช่ไหม จริงๆ เราต้องตั้งข้อสงสัยเลยว่ากดไปแล้วใช้เวลาเดินทาง 2 วัน มันไปไหน แล้วเงินไปพักที่ไหน 2 วัน นะครับ ซึ่งถ้าคิดเป็นโอกาส คิดเป็นอะไรเนี่ย มันก็จะมีความสูญเสีย เพราะงั้นขอให้ท่านได้ดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็นำกลับมารายงานนะครับ ในที่ประชุมด้วยว่ามันเกิดสาเหตุอะไร แล้วได้แก้ไขไปอย่างไรบ้าง”
นายอนุทิน ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทำหนังสือส่งถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ออกจากพื้นที่เป็นการด่วน เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่กระตือรือร้น ไม่ทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่ตั้งใจช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนหนักจากอุทกภัย ทั้งเรื่องการขนย้ายสิ่งของและการอพยพชาวบ้าน ทั้งที่ดำรงตำแหน่งในพื้นที่มานานถึง 5 ปี ควรจะมีความเข้าใจและคาดการณ์สถานการณ์ได้ดีที่สุด
นายอนุทิน ระบุว่า รู้สึกเศร้าใจและถือเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างยิ่งที่มีข้าราชการลักษณะนี้อยู่ในระบบปกครอง พร้อมสั่งการให้อธิบดีกรมการปกครอง ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างเด็ดขาด รวมถึงตรวจสอบทัศนคติการทำงานอย่างละเอียด โดยย้ำว่าหากพบว่ามีความบกพร่องร้ายแรงและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจริง จะไม่ปล่อยให้อยู่ในระบบราชการอย่างเด็ดขาด
“เรื่องนี้เป็นสำหรับกระทรวงมหาดไทย น่าอับอายนะครับ ว่าเรามีคนเช่นนี้ยังอยู่ในระบบการปกครองของกระทรวงอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านผมคิดว่า กว่าจะเขียนหนังสือมาแบบนี้ก็คงคิดแล้วคิดอีก ทราบว่าท่านอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการเรียกเข้ามาประจำโรงเรียนนายอำเภอแล้วใช่ไหม ขอให้ดำเนินการสอบสวนทั้งวินัย เรียกว่าสอบดูแอทติจูดอ่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์รุนแรงขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดเขาใส่ใจมากกว่านี้นี่ อำเภอบ้านสร้างมันจะมีสถานะ สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ไหม ทำประเมินออกมาให้เรียบร้อย ให้ละเอียด คนแบบนี้ถ้าแย่อย่างนั้นจริง รับราชการไม่ได้ครับ” อนุทินกล่าว.