"นพ.​ธนีย์" ชี้ "ท่านอ่อง" ต้องผ่าตัดสมองด่วน โรคหายาก NF2 ผ่าตัดเสี่ยงสูง ไม่มีทางหายขาด

  1. หน้าหลัก 
  2. Online Section 
  3. ข่าวลีด+ข่าวย่อยประจำวัน 

"นพ.​ธนีย์" ชี้ "ท่านอ่อง" ต้องผ่าตัดสมองด่วน โรคหายาก NF2 ผ่าตัดเสี่ยงสูง ไม่มีทางหายขาด

เผยแพร่: 22 ก.ย. 2569 23:50   ปรับปรุง: 22 ก.ย. 2569 23:50   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"นพ.​ธนีย์" ชี้ "ท่านอ่อง" ต้องผ่าตัดสมองด่วน วิเคราะห์โรคหายาก NF2 ก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งก็สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เผยผ่าตัดสมองมีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าไม่ผ่าอาการก็จะแย่ลง และปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้

จากกรณี ท่านอ่อง จักรีวัชร ได้โพสต์คลิปอัปเดตอาการป่วย ว่าทรมานมาก ต้องเผชิญกับภาวะชัก ปวดหัวอย่างหนักวันละ 2 ครั้ง แขนขาอ่อนแรง รวมถึงไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้แล้ว ก่อนที่ท่านจะนำบัตรประชาชนไทยออกมาโชว์ เพื่อยืนยันว่าเป็นคนไทย และต้องการกลับไปรักษาตัว รวมถึงรับการผ่าตัดที่ประเทศไทย ทั้งนี้ไม่สามารถไปผ่าตัดที่สหรัฐอเมริกาได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง เงินเก็บก็เริ่มหมด ทั้งยังไม่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินในระยะทางที่ไกลขนาดนั้นได้ เพราะมีน้ำคั่งในสมองด้วย

ทางด้าน ทางด้าน นพ.​ธนีย์ ธนียวัน (Tany Thaniyavarn, MD) วุฒิบัตรอายุรแพทย์โรคปอด เวชบำบัดวิกฤต และการปลูกถ่ายปอดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก "Doctor Tany" ถึงโรคดังกล่าว ว่า ...

ท่านอ่องต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองด่วน
วิเคราะห์โรคหายาก NF2
.
มีหลายคนถามผมเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านอ่อง นายแพทย์จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ หลังจากที่ท่านได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาการของตัวเองผ่าน Facebook ที่เปิดเป็นสาธารณะ ทั้งเรื่องอาการชัก แขนขาอ่อนแรง และการเตรียมเข้ารับการผ่าตัดสมอง
.
ก่อนอื่นผมขอย้ำตรงนี้นะครับว่า สิ่งที่ผมจะเล่าทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลที่ท่านอ่องเปิดเผยต่อสาธารณะ ร่วมกับความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคนี้เท่านั้น ผมไม่ได้เป็นแพทย์ที่ดูแลท่าน และไม่ได้เห็นข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมดของท่าน ดังนั้นรายละเอียดในการรักษาจริงต้องเป็นไปตามทีมแพทย์ที่ดูแลท่านครับ

ผมไม่ได้ต้องการพาดพิงบุคคลใด แต่ต้องการใช้กรณีนี้อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจว่า NF2 คืออะไร ทำไมจึงทำให้เกิดก้อนในสมองได้ และทำไมบางครั้งก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งก็สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
.
NF2 คือโรคอะไร?
ท่านอ่องเป็นโรคที่ปัจจุบันเรียกว่า NF2-related schwannomatosis หรือชื่อเดิมคือ Neurofibromatosis Type 2 หรือ NF2 หลายคนได้ยินคำว่า Neurofibromatosis แล้วนึกถึง “ท้าวแสนปม” ที่มีตุ่มเต็มตัว อันนั้นคือ NF1 ครับ ไม่ใช่ NF2
.
NF2 เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีน NF2 ซึ่งมีหน้าที่สร้างโปรตีนชื่อ Merlin โปรตีนตัวนี้มีส่วนช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าระบบเบรกของเซลล์ตัวนี้เสีย เซลล์บางชนิดก็มีโอกาสแบ่งตัวผิดปกติและกลายเป็นก้อนเนื้องอกได้
.
ก้อนเหล่านี้ส่วนใหญ่ ไม่ใช่มะเร็ง
แต่คำว่า “ไม่ใช่มะเร็ง” ไม่ได้แปลว่า “ไม่อันตราย”
เพราะสมองเราเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่จำกัด
ก้อนที่โตอยู่ในตำแหน่งสำคัญสามารถไปกดสมอง
เส้นประสาท หรือหลอดเลือด จนเกิดความผิดปกติรุนแรงได้
แม้ตัวก้อนจะไม่ได้เป็นมะเร็งก็ตาม
.
แล้ว NF2 ทำให้เกิดก้อนอะไรได้บ้าง?
ก้อนที่เป็นลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ vestibular schwannoma ซึ่งเกิดจากเซลล์ที่หุ้มเส้นประสาทการได้ยินและการทรงตัว จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการหูอื้อ ได้ยินลดลง หรือทรงตัวผิดปกติได้ และโดยทั่วไปก้อนชนิดนี้จะเกิดทั้งสองข้างใน NF2
.
นอกจากนี้ยังสามารถมีก้อนชนิดอื่นได้ เช่น meningioma ซึ่งเกิดจากเยื่อหุ้มสมอง รวมถึง ependymoma และ schwannoma ที่ตำแหน่งอื่น ๆ ของระบบประสาทด้วย ดังนั้นคนที่เป็น NF2 จึงไม่ได้มีแค่ก้อนเดียว แต่สามารถมีก้อนหลายตำแหน่งในสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทได้
.
และกรณีของท่านอ่องเอง จากข้อมูลที่ท่านเคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ท่านเริ่มเข้ารับการรักษาโรคนี้ตั้งแต่อายุประมาณ 13 ปี และตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาเคยผ่านการผ่าตัดสมองแบบเปิดมาแล้วถึง 10 ครั้ง รวมถึงเคยได้รับการรักษาด้วย Gamma Knife และ CyberKnife หลายครั้ง
.
ข้อมูลตรงนี้สำคัญครับ เพราะมันทำให้เราเห็นว่า NF2 ไม่ใช่โรคที่มี “ก้อนเดียวแล้วผ่าตัดครั้งเดียวจบ” แต่เป็นโรคที่สามารถเกิดเนื้องอกหลายตำแหน่งและต้องติดตามรักษาเป็นระยะเวลายาวนาน
.
แล้วกรณีของท่านอ่องเกิดอะไรขึ้น?
จากข้อมูลและภาพ MRI ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สิ่งที่น่าสนใจคือ ก้อนที่ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุของอาการในครั้งนี้ ไม่ใช่ก้อนเล็ก ๆ บริเวณเส้นประสาทการได้ยินทั้งสองข้าง แต่เป็นก้อนขนาดใหญ่บริเวณแนวกลางของสมอง ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของ meningioma
.
ก้อนนี้มีอาการบวมของสมองรอบ ๆ ร่วมด้วย
ตรงนี้เองที่อธิบายอาการหลายอย่างได้
❌ ถ้าก้อนกดหรือรบกวนบริเวณผิวสมอง ก็สามารถทำให้เกิดอาการชักได้
❌ ถ้าก้อนไปกดบริเวณสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว
ก็สามารถทำให้เกิด แขนขาอ่อนแรง ได้
❌ และถ้ามีสมองบวมร่วมด้วย อาการเหล่านี้ก็อาจรุนแรงขึ้น
.
ดังนั้นอาการชักและแขนขาอ่อนแรงที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้หมายความว่าก้อนนั้นเป็นมะเร็ง แต่เกิดจาก ตำแหน่ง ขนาด และผลของก้อนต่อสมอง
.
ส่วนอาการชักที่เห็นนั้น หากเป็นการชักทั่วร่างกาย คนรอบข้างควรจับผู้ป่วยตะแคง ป้องกันไม่ให้ศีรษะกระแทก และ ไม่ควรเอานิ้ว ช้อน หรือสิ่งของใด ๆ ใส่ปาก เพราะไม่ได้ช่วยป้องกันการกัดลิ้น และอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือสำลักได้
.
📌 แล้วทำไมต้องผ่าตัดด่วน?
คำว่า “ต้องผ่าตัด” ในกรณีนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งแล้วต้องรีบเอามะเร็งออกครับ แต่เป็นเพราะก้อนมีขนาดใหญ่และกำลังทำให้สมองเกิดปัญหา ทั้งอาการชัก อ่อนแรง และสมองบวม ถ้าปล่อยให้ก้อนโตหรือสมองบวมมากขึ้น ความเสียหายต่อสมองก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
.
การรักษาจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสองอย่าง
ถ้าไม่ผ่า — ก้อนยังคงกดสมองและอาการอาจแย่ลง
ถ้าผ่า — ก็มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด
เพราะก้อนอยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญของสมอง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดสินใจผ่าตัดสมองแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
.
สิ่งที่ทำให้การผ่าตัดยาก คือ ก้อนบริเวณแนวกลางสมองอยู่ใกล้กับระบบหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ของสมองที่เรียกว่า dural venous sinus
.
ก่อนผ่าตัด ทีมแพทย์จึงต้องดูภาพหลอดเลือดอย่างละเอียดว่า ก้อนติดหรือกดหลอดเลือดตรงไหนบ้าง และมีส่วนไหนที่สามารถตัดออกได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่เคยผ่าตัดสมองมาหลายครั้ง Anatomy ภายในจะไม่เหมือนคนที่ไม่เคยผ่าตัดมาก่อน เพราะอาจมีพังผืดและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อเกิดขึ้น
.
ระหว่างการผ่าตัด สิ่งที่แพทย์ต้องพยายามทำให้ได้คือ เอาก้อนออกให้มากที่สุด โดยไม่ทำลายสมองส่วนที่ยังทำงานได้ดี เพราะการตัดก้อนออกหมดอาจลดโอกาสที่ก้อนจะกลับมาโต แต่ถ้าการตัดนั้นไปทำลายสมองหรือหลอดเลือดสำคัญ ผู้ป่วยก็อาจเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือความผิดปกติทางระบบประสาทตามมาได้
.
นี่คือการหาสมดุลระหว่าง “เอาก้อนออก”
กับ “รักษาสมองที่ดีไว้” ครับ
.
📌 แล้วความเสี่ยงหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง?
การผ่าตัดบริเวณนี้มีความเสี่ยงเรื่องเลือดออก สมองบวม การเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดดำ และความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือการรับความรู้สึกเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องชักหลังผ่าตัดด้วย และถ้าผู้ป่วยอ่อนแรงมาก การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลานาน ต้องทำกายภาพบำบัด ฝึกการเดิน ฝึกการใช้แขนขา และในบางรายอาจต้องประเมินการกลืน เพราะถ้ากลืนไม่ดี ก็มีความเสี่ยงต่อการสำลักและปอดอักเสบตามมา
.
ดังนั้นการผ่าตัดจึงเป็นเพียง จุดเริ่มต้นของการรักษา ไม่ใช่จุดจบครับ
.
📌 NF2 รักษาให้หายขาดได้ไหม?
ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษา NF2 ให้หายขาด เพราะต้นเหตุของโรคคือความผิดปกติของยีน การรักษาจึงเป็นการติดตามและจัดการกับก้อนแต่ละตำแหน่งตามความจำเป็น บางก้อนเฝ้าดูได้ บางก้อนต้องผ่าตัด และบางกรณีอาจพิจารณาการรักษาด้วยยา
.
ยาที่มีข้อมูลมากขึ้นในช่วงหลังคือ Brigatinib ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อหลาย tyrosine kinases และมีการศึกษาในผู้ป่วย NF2 ที่มีก้อนหลายชนิดและมีการโตของก้อน
.
🔎 งานวิจัยระยะที่ 2 ที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine ปี 2024 พบว่ามีการตอบสนองของก้อนบางส่วน และการเติบโตของก้อนโดยรวมช้าลง โดยเฉพาะ meningioma และ non-vestibular schwannoma แต่ไม่ได้หมายความว่ายานี้จะทำให้ก้อนหาย หรือได้ผลกับผู้ป่วยทุกคน
.
ส่วน Bevacizumab มีบทบาทโดยเฉพาะกับ vestibular schwannoma ที่โตเร็ว และอาจช่วยเรื่องการได้ยินในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ได้เป็นยาที่ใช้จัดการ meningioma โดยตรง
.
ดังนั้นในกรณีที่กำลังมีปัญหาจากก้อนขนาดใหญ่และสมองบวมอย่างเฉียบพลัน การใช้ยาเหล่านี้ไม่ได้มาแทนการผ่าตัดที่จำเป็นในทันทีครับ
📌 แล้วหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?
สิ่งที่เราต้องลุ้นก่อนเลยคือ การผ่าตัดผ่านไปได้อย่างปลอดภัยแค่ไหน และสมองฟื้นกลับมาได้มากน้อยเพียงใด หลังจากนั้นจึงเป็นเรื่องของการฟื้นฟู ทั้งการเดิน การใช้แขนขา การกลืน การป้องกันการสำลัก และการควบคุมอาการชัก และต้องติดตามก้อนอื่น ๆ ต่อไป เพราะ NF2 เป็นโรคที่สามารถทำให้เกิดเนื้องอกหลายตำแหน่งตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่ทำให้โรคนี้แตกต่างจากการมีเนื้องอกสมองเพียงก้อนเดียว
.
สุดท้ายนี้ ผมอยากเป็นกำลังใจให้ท่านอ่องและครอบครัวอย่างมากครับ โรคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และการผ่าตัดสมองในตำแหน่งที่สำคัญก็มีความเสี่ยงจริง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรเอาความเสี่ยงเหล่านั้นมาสรุปว่าผลการรักษาจะต้องออกมาไม่ดี เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังผ่าตัดขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อน หลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง สภาพสมอง และรายละเอียดที่ทีมแพทย์เห็นในขณะผ่าตัดด้วย
.
สำหรับคนทั่วไป สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้จำจากเรื่องนี้ก็คือ
“ก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย
และโรคที่หายขาดไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีทางรักษา”
การรักษาโรคแบบนี้คือการพยายามควบคุมโรค
ลดความเสียหาย และรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้อยู่ได้นานที่สุดครับ
.
ขอเป็นกำลังใจให้ท่านอ่องผ่านการผ่าตัด
และการฟื้นฟูครั้งนี้ไปได้ด้วยดีอีกครั้งครับ