'พริษฐ์' ไล่ปมเงิน 8.6 แสน จี้ กกต. ตอบ ทำไมสอบคนรับ แต่ไม่สอบคนโอน
“พริษฐ์” กาง 5 ข้อเท็จจริงเส้นเงิน 860,000 บาท จาก “ญาณี” ถึงอดีตพนักงานสืบสวน กกต. ตั้งคำถามเหตุใดเมื่อพบพฤติกรรมเรียกรับเงินจริง กลับไม่สอบผู้โอนและ “สุขสมรวย” จี้ กกต.ตั้งโต๊ะแถลง-เปิดเอกสารทั้งหมด ขีดเส้นหากไม่เปิด สัปดาห์หน้าเตรียมเสนอ กมธ.ใช้อำนาจเรียก พร้อมทวงเอกสารคดีโกง สว.ที่รอมา 2 เดือน
15 สิงหาคม 2569 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เราจะยอมรับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบนี้กันจริงๆ”
นายพริษฐ์ ระบุว่า อยากให้ลองตั้งสมมุติฐานกันก่อนว่า เราเชื่อทุกสิ่งที่ กกต.พูด ซึ่งลึกๆ แล้วจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่อง เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏต่อสาธารณะ และที่ได้รับการยืนยันหรือชี้แจงจาก กกต. เกี่ยวกับเส้นเงิน 860,000 บาท สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
- มีการโอนเงิน 860,000 บาทจริง จาก น.ส.ญาณี ปัจจุบันเป็น ส.อบจ.อำนาจเจริญ ไปยังนายสุรชัย อดีตพนักงานสืบสวนของ กกต. ในช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2567
- ในช่วงที่มีการโอนเงิน น.ส.ญาณี ผู้โอนเงิน มีการทำงานและร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว
- ในช่วงที่มีการโอนเงิน หรือก่อนโอนเงินเล็กน้อย นายสุรชัย ผู้รับโอนเงิน ทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนของ กกต. ที่รับผิดชอบสำนวนคำร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง สส. ของนางสุขสมรวย ใน จ.อำนาจเจริญ เขต 1
- ในช่วงที่มีการโอนเงิน กกต.มีมติยกคำร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง สส. ของนางสุขสมรวย ใน จ.อำนาจเจริญ เขต 1 อ้างอิงคำวินิจฉัย กกต.ที่ 78/2567 วันที่ 20 พฤษภาคม 2567
- กกต.เพิ่งมาค้นพบหรือได้ข้อสรุปในปี 2568 ว่า นายสุรชัยมีพฤติกรรมในการเรียกรับเงินจริง โดย กกต.มีการพูดถึง 2 กรณี คือ กรณีเลือกตั้งท้องถิ่น จ.ตาก ซึ่ง กกต.มีมติให้ไล่นายสุรชัยออกแล้ว และกรณีเลือกตั้ง สส.อำนาจเจริญ ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นเงิน 860,000 บาท โดยคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีความเห็นเบื้องต้นว่า ควรไล่นายสุรชัยออกเช่นกัน
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า คำถามง่ายๆ คือ ในเมื่อ กกต.มีความเห็นเบื้องต้นว่า นายสุรชัยกระทำความผิดจริงในการเรียกรับเงิน 860,000 บาท จาก น.ส.ญาณี ซึ่งเป็นเครือข่ายนักการเมืองในอำนาจเจริญ ทำไม กกต.จึงไม่สอบสวน น.ส.ญาณี
“ถ้าผู้รับโอนถูกตัดสินว่าผิด แล้วเหตุใดผู้โอนถึงไม่ถูกสอบสวนหรือตัดสินว่าผิดเช่นกัน และทำไม กกต.ถึงไม่สอบสวนนางสุขสมรวย ยิ่งในเมื่อผู้โอนมีความใกล้ชิดกับนางสุขสมรวย และในเมื่อคำร้องที่นายสุรชัยรับผิดชอบ และที่ กกต.มีมติยก เป็นสำนวนที่เป็นข้อกล่าวหาต่อนางสุขสมรวย”
นายพริษฐ์ ระบุว่า “ขนาดเราลองทำใจเชื่อ กกต.ทุกคำพูดแล้ว ผมเห็นว่าเรายังทำความเข้าใจได้ยาก ว่าทำไม กกต.ถึงตัดสินใจแบบที่ผ่านมา ว่าจะดำเนินการหรือไม่ดำเนินการสอบสวนเรื่องอะไร และไม่แน่ใจว่า กกต.มีข้อเท็จจริงสำคัญอะไรเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้ชี้แจงหรือไม่ แต่ผมเห็นว่า กกต.ควรตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนี้ และเปิดเผยเอกสารการสอบสวนในทุกระดับสำหรับทุกกรณีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบและสิ้นข้อสงสัย”
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า หาก กกต.ไม่เลือกเปิดเผยเอง ในการประชุมสัปดาห์หน้า ตนจะเสนอคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ให้มีมติเรียกเอกสารดังกล่าวจาก กกต.ตามกลไกทางกฎหมาย
พร้อมกันนี้ จะขอใช้โอกาสดังกล่าวทวงถามเอกสารเรื่องการเลือก สว. ที่ กมธ.ขอจาก กกต.ไปตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับ เช่น รายละเอียดการทำงานของอนุกรรมการชุดที่ 36 ในคดีโกง สว. และคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา