คนไทยหนี้ท่วม เกือบ 8 แสนบาท/ครัวเรือน เสี่ยงแบกภาระยันเกษียณ  –...

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยปี 2569 น่ากังวลมากขึ้น หลังผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 794,945 บาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2552 หรือสูงสุดในรอบ 17 ปี 

แม้หนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบสถาบันการเงิน แต่โจทย์ที่น่าห่วงไม่ได้มีเพียงยอดหนี้ที่สูงขึ้นเท่านั้น เพราะหลายครัวเรือนยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ ขณะที่คนจำนวนหนึ่งเริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และอาจต้องแบกรับภาระไปจนถึงวัยเกษียณ

คนรุ่นใหม่เริ่มเป็นหนี้เร็วขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังแก้ไม่จบ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังหนี้ครัวเรือนไทยสูงเกิน 80% ของ GDP การก่อหนี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่อายุราว 30 ปี โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z การมีเครดิตจากการผ่อนรถหรือสินเชื่อที่ชำระตรงเวลาอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากนำรายได้ในอนาคตมาใช้เร็วเกินไป จนเกินกำลังชำระ ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้ระยะยาว

เสี่ยงแบกหนี้ยาวถึงวัยเกษียณ

อีกกลุ่มที่น่าห่วงคือผู้สูงอายุและผู้เกษียณ ที่ยังมีภาระหนี้เฉลี่ยเกือบ 300,000 บาท แม้จะพ้นวัยทำงานไปแล้ว ภาพนี้สะท้อนว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่สามารถปลดหนี้ได้ก่อนเกษียณ ส่งผลให้ชีวิตหลังวัยทำงานมีความเปราะบางมากขึ้น ทั้งความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้และการมีเงินไม่พอดูแลตัวเอง โดยมีเพียงประมาณ 14% ที่ออมเงินได้ตามแผนก่อนเกษียณ

หนี้บัตรเครดิตมากที่สุด ขณะที่ BNPL โตเร็ว

หนี้บัตรเครดิตเป็นประเภทหนี้ที่พบมากที่สุด คิดเป็น 55.1% รองลงมาคือสินเชื่อส่วนบุคคล 45.8% สินเชื่อยานพาหนะ 41.9% สินเชื่อธุรกิจ 33.6% และสินเชื่อที่อยู่อาศัย 27.2%

ขณะเดียวกัน หนี้แบบ ‘ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง’ หรือ BNPL เพิ่มขึ้นจาก 6.2% ในปีก่อน เป็น 14.2% สะท้อนว่าช่องทางการก่อหนี้ของผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

สำหรับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 23.6% ซื้อสินค้าคงทน 21.8% ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 13.5% และชำระหนี้เดิม 12.1% ซึ่งสะท้อนว่าหลายครัวเรือนกำลังใช้หนี้เพื่อประคองรายจ่าย และหมุนภาระเดิม

รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ตึงตัวที่สุด

ครัวเรือนที่มีคนหารายได้เพียง 1-2 คน แต่ต้องดูแลสมาชิกที่ไม่มีรายได้ 3-5 คน หรือมากกว่า มีสัดส่วนรวมเกือบ 60% เมื่อรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ครัวเรือนกลุ่มนี้จึงมีโอกาสฟื้นตัวได้ยากหากเผชิญเหตุฉุกเฉิน โดยกลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน

กว่าครึ่งไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ

สัญญาณอันตรายอีกด้านคือเรื่องเงินออม โดย 27.8% ของครัวเรือนไทยไม่เคยมีเงินเก็บ และอีก 24.3% เคยมีเงินออม แต่ปัจจุบันไม่เหลือแล้ว มีเพียง 14.5% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6 เดือน นั่นหมายความว่า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย ตกงาน หรือรายได้ลดลง หลายครัวเรือนอาจต้องพึ่งพาการกู้ยืมเพิ่มทันที

หนี้ครัวเรือนไทยจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นภาพของรายได้ที่ไม่พอกับรายจ่าย เงินออมที่ไม่เพียงพอ และภาระหนี้ที่อาจลากยาวไปตลอดชีวิต หากไม่มีการเพิ่มรายได้ ควบคุมหนี้ใหม่ และสร้างวินัยการออมอย่างจริงจัง ปัญหานี้จะยิ่งกระทบความมั่นคงของครัวเรือนไทยในระยะยาว

#WealthMeUp