จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
พาณิชย์เตรียมจัด “Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 74” วันที่ 8-12 กันยายน 2569 ดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยขยับจากฐานรับจ้างผลิต OEM สู่ ODM และสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบ หลังส่งออกครึ่งปีแรกแตะ 8,253.19 ล้านดอลลาร์ โต 11.58% เตรียมเปิดพื้นที่กว่า 53,000 ตร.ม. ดึงผู้ประกอบการกว่า 1,300 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศ ตั้งเป้าผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 45,000 ราย และสร้างมูลค่าการค้าอย่างน้อย 160 ล้านดอลลาร์
นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair จัดต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมส่งออกหลักของประเทศไทย
ปัจจุบันงานบางกอกเจมส์ได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ใน 4 งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำคัญของโลก รวมถึงเป็นแหล่งค้าพลอยสีที่ใหญ่ที่สุดของโลก
แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญทั้งความผันผวนและมาตรการภาษีต่างตอบแทนของประเทศคู่ค้าสำคัญ แต่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังรักษาการเติบโตได้ โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 หรือเดือนมกราคม-มิถุนายน ไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับมูลค่า 8,253.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปลดล็อกไทยจาก “รับจ้างผลิต” สู่เจ้าของดีไซน์
นายสุรินทรกล่าวว่า ทิศทางสำคัญต่อจากนี้คือการยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต หรือ Original Equipment Manufacturer (OEM) ไปสู่การเป็นผู้ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ Original Design Manufacturer (ODM) รวมถึงผลักดันการสร้างแบรนด์ของผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
งานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 74 จึงเตรียมเปิดโซนพิเศษ “The Designer Zone” เพื่อเป็นพื้นที่นำเสนอความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของดีไซเนอร์ไทย ควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและงานฝีมือ

“การออกแบบและการสร้างแบรนด์คือสิ่งที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงสุด เป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตที่มีฝีมือประณีตเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ระดับสากลอีกด้วย” นายสุรินทรกล่าว
การผลักดันจาก OEM สู่ ODM จึงเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้แข่งขันเฉพาะความสามารถด้านการผลิต แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างแบรนด์ของตัวเองในตลาดต่างประเทศ
ดึง 1,300 บริษัท ตั้งเป้าการค้า 160 ล้านดอลลาร์
สำหรับงานครั้งที่ 74 จะจัดเต็มพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กว่า 53,000 ตารางเมตร มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้า (Exhibitor) มากกว่า 1,300 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศ
DITP คาดว่าจะมีผู้ซื้อและผู้เข้าชมงาน (Visitor) จากทั่วโลกไม่น้อยกว่า 45,000 ราย และตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้าภายในงานไม่ต่ำกว่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ GIT กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางการค้าพลอยสีของโลก จากความเชี่ยวชาญด้านการเจียระไนและการปรับปรุงคุณภาพพลอยที่สะสมมาเป็นเวลายาวนาน
ภายในงานจึงเตรียมจัดนิทรรศการพิเศษ “The Craft of Brilliance” ถ่ายทอดเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ตั้งแต่รากฐานภูมิปัญญาและงานช่างฝีมือ ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าอัญมณีด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิวัฒนาการด้านการวิจัย
GIT ยังเตรียมเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์และออกใบรับรองคุณภาพอัญมณีและเครื่องประดับผ่านห้องปฏิบัติการตรวจสอบมาตรฐานสากลภายในงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักลงทุนจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสัมมนาด้านการตลาดและเทคนิค เวิร์กชอปพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ และ Networking Reception เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ซื้อและผู้ประกอบการจากประเทศต่าง ๆ สร้างเครือข่ายและต่อยอดพันธมิตรทางธุรกิจ
งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 74 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยพาณิชย์ตั้งเป้าใช้งานครั้งนี้เป็นอีกกลไกในการขยับบทบาทอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย จากความแข็งแกร่งด้านฐานการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้วยการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ไทยในตลาดโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT และคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ทั้งภาครัฐและเอกชน แถลงเตรียมจัดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 74 ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าและการสร้างมูลค่าด้วยการออกแบบของอุตสาหกรรมจิวเวลรี่โลก
