จาก "นิวเดลี" ถึง "ไอจิ-นาโกย่า" ย้อนประวัติ 75 ปี ถึงเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20
มหกรรมกีฬาสุดยิ่งใหญ่ของเอเชียกลับมาอีกครั้งกับการแข่งขัน "กีฬาเอเชียนเกมส์" ครั้งที่ 20 "ไอจิ-นาโกย่า 2026" (20th Asian Games Aichi-Nogoya 2026) ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ครั้งนี้จัดขึ้นที่ "เมืองนาโกยา" จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
หลังจากนั้นระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม ยังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน "5th Asian Para Games Aichi-Nogoya 2026" นับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเอเชียนเกมส์อีกครั้งในรอบ 32 ปี หลังจากเมืองฮิโรชิมาเคยรับหน้าที่เจ้าภาพเมื่อปี 1994
การแข่งขันครั้งนี้จะมีนักกีฬามากกว่า 10,000 คน จาก 45 ประเทศและเขตการปกครองสมาชิกสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council of Asia: OCA) เข้าร่วมชิงชัยใน 43 ชนิดกีฬา โดยมี 6 ชนิดกีฬาใหม่ ที่บรรจุในการแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก ได้แก่ เทคบอล บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ กระดานโต้คลื่น พาเดล ศิลปะการต่อสู้แบบผสม (MMA) และเทควันโดเสมือนจริง
สำหรับประเทศไทยส่งทัพนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันรวมกว่า 900 คน เป็นนักกีฬา 694 คน จากหลากหลายชนิดกีฬา ตั้งเป้าคว้าไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง หลังผลงานในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อปี 2022 ไทยคว้า 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง
ทำความรู้จัก "ตราสัญลักษณ์" เอเชียนเกมส์ 2026
เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า นอกจากเป็นสนามแข่งขันของนักกีฬาจากทั่วเอเชียแล้ว ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของเจ้าภาพผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ของการแข่งขัน หนึ่งในนั้นคือ ตราสัญลักษณ์ (Emblem) ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อสื่อถึงพลังของกีฬา ความเป็นหนึ่งเดียว และการก้าวไปข้างหน้า
ภาพจาก : www.aichi-nagoya2026.org/official-mascot/
ตราสัญลักษณ์ถูกสร้างสรรค์และออกแบบโดย ฮิโรชิ มิยาชิตะ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยไอจิ ซังโย โดยใช้ "เส้นโค้ง" เป็นองค์ประกอบหลัก สื่อถึงพลังและความมีชีวิตชีวาของกีฬา ขณะที่เส้นแกนกลางซึ่งประกอบด้วย สีม่วง สีทอง และสีเขียว อถึงภาพของผู้คนที่มารวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ก้าวไปสู่อนาคต โดยมีดวงอาทิตย์สีแดงเป็นจุดหมาย
ดวงอาทิตย์สีแดงสดในตราสัญลักษณ์เป็นสัญลักษณ์ของ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) มีรัศมี 16 แฉก และมีวงแหวนสีขาวอยู่ตรงกลาง ซึ่งหมายถึงความสว่างไสวและความรุ่งเรืองของทวีปเอเชีย ขณะที่รัศมีทั้ง 16 แฉกสะท้อนแนวคิดเรื่องพลัง ความสามัคคี และความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชียที่มารวมตัวกันผ่านกีฬา
เมื่อมองภาพรวม ตราสัญลักษณ์จึงต้องการสื่อถึงกีฬาในฐานะสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนและประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเข้าด้วยกัน ภายใต้จิตวิญญาณแห่งมิตรภาพ ความเข้าใจ และสันติภาพ ส่วนสีทั้ง 3 สีที่ใช้ในตราสัญลักษณ์ ล้วนเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของไอจิและนาโกย่า ได้แก่
- สีม่วง สื่อถึง ดอกไอริส ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดไอจิ
- สีทอง สื่อถึง "คินชาจิ" เครื่องประดับยอดหลังคารูปปลาทองเสือ และเป็นสัญลักษณ์ของปราสาทนาโกยา
- สีเขียว สะท้อนถึงจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมอันสูงส่งของชาวไอจิ–นาโกยา ที่ได้รับการหล่อหลอมผ่านงานสำคัญระดับโลก เช่น EXPO 2005 Aichi, COP10 และการประชุม UNESCO World Conference on ESD
นอกจากนี้ ตราสัญลักษณ์ยังแฝงตัวอักษรย่อของ Asia, Aichi และ Nagoya โดยสามารถมองเห็นตัว "A" จากเส้นโค้งสีม่วงและเส้นแกนกลาง และตัว "N" จากการผสานกันของสีม่วงและสีทอง
"โฮโนฮอน" มาสคอต ประจำเอเชียนเกมส์ 2026 สีสันของเกมกีฬา
นอกจากตราสัญลักษณ์ในการแข่งขันกีฬา ยังมี "มาสคอต" หรือ "ตัวนำโชค" มาช่วยสร้างสีสัน ซึ่งในเอเซียนเกมส์ครั้งนี้มี "โฮโนฮอน" (HONOHON) เป็นมาสคอต โดย ถือกำเนิดจากเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนอยู่ในหัวใจของนักกีฬา และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ "ชาจิโฮโกะ" เทพผู้พิทักษ์แห่งไอจิ–นาโกยา
ชื่อ "โฮโนฮอน" (HONOHON) มาจากคำว่า "โฮโนโฮ" (Honoho) ซึ่งเชื่อว่าเป็นรากศัพท์ของคำภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง "เปลวไฟ" โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพของเปลวเพลิงที่ลุกขึ้นสูง ส่องสว่างเจิดจ้า คล้ายรวงข้าว ("โฮ" ในภาษาญี่ปุ่น) เพื่อให้ชื่อฟังดูเป็นมิตร และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น จึงตั้งชื่อว่า "โฮโนฮอน"
ภาพจาก : www.aichi-nagoya2026.org/official-mascot/
คำขวัญของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20
คำขวัญของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 สื่อสารปรัชญาของมหกรรมกีฬาได้อย่างกระชับ โดยสะท้อนให้เห็นว่ากีฬาเป็นพลังที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้ แม้มีความแตกต่างด้านภาษา วัฒนธรรม และสัญชาติ
ผู้จัดงานคาดหวังว่า เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จะเป็นโอกาสให้ผู้คนทั่วทั้งเอเชียได้ร่วมกันจินตนาการถึง เอเชียหนึ่งเดียว (ONE ASIA) ผ่านพลังของกีฬา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้คนในภูมิภาค และก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสร่วมกัน
นอกจากนี้ คำขวัญยังสื่อถึงความปรารถนาให้นักกีฬา อาสาสมัคร ผู้ชม และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ได้มารวมเป็นหนึ่งเดียว ผ่านการแบ่งปันช่วงเวลา พื้นที่ ประสบการณ์ และความรู้สึกต่าง ๆ ร่วมกัน
รู้จัก "เอเชียนเกมส์" จากการแข่งขันครั้งแรกสู่ครั้งที่ 20
เอเชียนเกมส์ ถือเป็นมหกรรมกีฬาหลายชนิดของประเทศในทวีปเอเชีย จัดขึ้นทุก 4 ปี โดยจุดเริ่มต้นของการแข่งขันในรูปแบบที่เป็นที่มาของเอเชียนเกมส์ปัจจุบัน เกิดขึ้นจากการรวมแนวคิดการแข่งขันกีฬาของภูมิภาคเอเชียเข้าด้วยกัน
สหพันธ์เอเชียนเกมส์ (Asian Games Federation: AGF) ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ก่อนจัดเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในปี 1951 และดำเนินการจัดการแข่งขัน 8 ครั้งแรก จากนั้นในปี 1982 เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 เป็นครั้งแรกที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ (Olympic Council of Asia หรือ OCA) ภายใต้การรับรองโดย คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ IOC)
จาก 11 ชาติ สู่มหกรรมกีฬาระดับทวีป
เอเชียนเกมส์ครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-11 มีนาคม 1951 มีนักกีฬา 489 คน ในครั้งแรกที่จัดมี 11 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน โดยมี 12 ชนิดกีฬา และ 57 รายการ
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว การแข่งขันขยายตัวขึ้นทั้งจำนวนประเทศ นักกีฬา และชนิดกีฬา ตัวอย่างสำคัญคือเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 ที่กรุงนิวเดลีในปี 1982 มีนักกีฬา 3,411 คน มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 33 ประเทศ สะท้อนการเติบโตของมหกรรมกีฬาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
การจัดแข่งขันยังคงยึดหลักทุก 4 ปี และจะเวียนประเทศเจ้าภาพ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดในปี 2022 จึงทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 19 ต้องเลื่อนมาจัดการแข่งขันในปี 2023
19 ครั้งก่อนหน้า เจ้าภาพเป็นใครบ้าง
ตลอด 19 ครั้งก่อนเข้าสู่เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ในปี 2026 การแข่งขันเดินทางไปจัดในหลายเมืองของเอเชีย โดยบางเมืองได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพมากกว่าหนึ่งครั้ง
หนึ่งในนั้นคือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่รับหน้าที่จัดเอเชียนเกมส์มากที่สุดเทียบกับเมืองอื่น โดยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 5 ในปี 1966, ครั้งที่ 6 ในปี 1970, ครั้งที่ 8 ในปี 1978 และครั้งที่ 13 ในปี 1998
ส่วนประเทศญี่ปุ่นเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว 2 ครั้ง คือ โตเกียวในปี 1958 และ ฮิโรชิมาในปี 1994 ก่อนกลับมารับหน้าที่อีกครั้งในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ไอจิ-นาโกย่าในปี 2026
สำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2026 โดยมีไอจิและนาโกย่าเป็นพื้นที่เจ้าภาพหลัก ขณะที่บางชนิดกีฬาจะจัดการแข่งขันในพื้นที่นอกจังหวัดไอจิด้วย
ภาพจาก : www.aichi-nagoya2026.org/official-mascot/
ประเทศไหนครองเจ้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มากที่สุด
เจ้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ตลอด 19 ครั้งที่ผ่านมา นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกในปี 1951 มีเพียง 2 ชาติที่เคยครองตำแหน่ง ได้แก่ ญี่ปุ่นและจีน
ญี่ปุ่นครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 8 ครั้งแรกติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1951–1978 ก่อนที่จีนจะขึ้นมาเป็นเจ้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในปี 1982 และครองตำแหน่งต่อเนื่องมาจนถึงการแข่งขันครั้งล่าสุดที่หางโจวในปี 2023 รวม 11 ครั้งติดต่อกัน
ในการแข่งขันครั้งล่าสุดที่หางโจว ปี 2023 จีนคว้า 201 เหรียญทอง ตามด้วยญี่ปุ่น 52 เหรียญทอง และเกาหลีใต้ 42 เหรียญทอง ขณะที่ไทยคว้า 12 เหรียญทอง
เปิดผลลงานทัพไทยใน "เอเชียนเกมส์"
เอเชียนเกมส์ จัดการแข่งขันมาแล้ว 19 ครั้ง โดยประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันมาตั้งแต่ครั้งแรกในปี 1951 และตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาไทยได้สร้างผลงานและความทรงจำมากมาย
จาก เหรียญเงินแรกในปี 1958 สู่ เหรียญทองแรกในปี 1962 ก่อนจะเดินหน้าสะสมเหรียญรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันไทยคว้าเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์มาแล้วรวม 144 เหรียญทอง 189 เหรียญเงิน และ 311 เหรียญทองแดง รวมทั้งสิ้น 644 เหรียญ
หนึ่งในนักกีฬาไทยที่สร้างสถิติในเอเชียนเกมส์คือ "พรชัย เค้าแก้ว" นักกีฬาเซปักตะกร้อ ซึ่งคว้าเหรียญทองได้ถึง 10 เหรียญ จากการลงแข่ง 5 สมัย ถือเป็นนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ได้มากที่สุด
ในการแข่งขันครั้งล่าสุดที่หางโจว 2022 ซึ่งจัดขึ้นในปี 2023 ทัพไทยคว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 32 เหรียญทองแดง และครั้งนี้ที่ ไอจิ-นาโกย่า 2026 ทัพไทยตั้งเป้าคว้าไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง
43 ชนิดกีฬาในเอเชียนเกมส์ 2026
เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026 มีการแข่งขันทั้งหมด 43 ชนิดกีฬา ครอบคลุมทั้งกีฬาสากล กีฬาที่ได้รับความนิยมในเอเชีย ตลอดจนกีฬาใหม่อย่าง เบรกกิ้ง ปาเดล เทคบอล และอีสปอร์ต รายละเอียดดังนี้
- กีฬาทางน้ำ : โปโลน้ำ, ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำและ ระบำใต้น้ำ
- กีฬาต่อสู้และศิลปะการต่อสู้ : มวยสากล, ยูโด, คาราเต้, เทควันโด, มวยปล้ำ, วูซู , ยูยิตสู, คูราช และ ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA)
- กีฬาประเภททีม : บาสเกตบอล, เบสบอล-ซอฟต์บอล, คริกเกต, ฟุตบอล, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, กาบัดดี้ , รักบี้ฟุตบอล 7 คน และวอลเลย์บอลในร่ม-ชายหาด
- กีฬาจักรยาน และความเร็ว : จักรยาน,กรีฑา, เรือแคนู-คายัค, เรือพาย, เรือใบ-วินด์เซิร์ฟ และไตรกีฬา
- กีฬาแร็กเกตและไม้ และลูกบอล: แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส, เทนนิส-ซอฟต์เทนนิส, สควอช, กอล์ฟ, เซปักตะกร้อ, เทคบอล และปาเดล
- กีฬาความแม่นยำ : ยิงธนู, ยิงปืน, ฟันดาบ, ขี่ม้า, ยิมนาสติก, ยกน้ำหนัก และปัญจกีฬาสมัยใหม่
- กีฬาเอ็กซ์ตรีมและกีฬาใหม่ : สเกตบอร์ด, เบรกกิ้ง, ปีนหน้าผา, เซิร์ฟ และอีสปอร์ต
เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026 ระหว่างวันที่ 19 ก.ย. - 4 ต.ค. 2569 ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทย พร้อมชมการแข่งขันของนักกีฬาจากทั่วเอเชียบนเวทีแห่งมิตรภาพและการแข่งขันกีฬา
อ้างอิง aichi-nagoya2026.org, Embassy of Japan in Thailand, oca.asia
อ่านข่าว
โปรแกรมการแข่งขันนักกีฬาทีมชาติไทย "เอเชียนเกมส์ 2026" วันที่ 17 ก.ย.69
เช็ก 66 จังหวัดเสี่ยงฝนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน 17 ก.ย.นี้
รวบพระ-เณร "ฉี่ม่วง" คาวัดดังสุรินทร์ สารภาพใช้เงินญาติโยมซื้อยาบ้าเสพ