สุชาติ เผย กรมป่าไม้ ลุยยึดสวนทุเรียนรุกป่า ฉะเชิงเทรา เกือบ 700 ไร่ ทวงคืนผืนป่าตามนโยบายรัฐบาลอนุทิน

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.01 น.

อธิบดีกรมป่าไม้ ลุยยึดสวนทุเรียนรุกป่าฉะเชิงเทรา เกือบ700 ไร่ เดินหน้าทวงคืนผืนป่าตามนโยบายนายกฯ อนุทิน พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแควระบมและป่าสียัด และมีบริษัท มูซังคิง แพลนเทชั่น จำกัด เป็นผู้ครอบครอง ตรวจสภาพพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ประกอบสำนวนคดีให้มีความสมบูรณ์รัดกุม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบริเวณสวนทุเรียนที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแควระบมและป่าสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเป็นการบูรณาการกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีและทวงคืนผืนป่าของชาติ


นายสุชาติ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับทุกหน่วยงานให้เร่งปราบปรามการบุกรุกและทำลายทรัพยากรป่าไม้อย่างจริงจัง พร้อมนำพื้นที่ป่าของรัฐกลับคืนมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะไม่ยินยอมให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของรัฐโดยมิชอบ และจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย

ทั้งนี้ อธิบดีกรมป่าไม้ได้รายงานว่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี พร้อมหน่วยป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สถานีตำรวจภูธรท่าตะเกียบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคดีพิเศษที่ 15/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในสวนทุเรียนขนาดใหญ่ จำนวน 7 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 682 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 14 และหมู่ 20 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา

จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแควระบมและป่าสียัด และมีบริษัท มูซังคิง แพลนเทชั่น จำกัด เป็นผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสภาพพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีให้มีความสมบูรณ์รัดกุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ได้กำชับกรมป่าไม้ให้ประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดสรุปสำนวนคดีและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อส่งฟ้องผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเดินหน้าทวงคืนผืนป่าของชาติให้กลับมาเป็นสมบัติของประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างจริงจัง