นักวิชาการด้านสื่อ ไขคำตอบ วิกฤตฝนเทเมือง-โลกร้อน เปิดสาเหตุทำไมน้ำท่วมกทม69 ไม่เหมือนปี 54

  1. หน้าหลัก 
  2. Online Section 
  3. ข่าวลีด+ข่าวย่อยประจำวัน 

นักวิชาการด้านสื่อ ไขคำตอบ วิกฤตฝนเทเมือง-โลกร้อน เปิดสาเหตุทำไมน้ำท่วมกทม69 ไม่เหมือนปี 54

เผยแพร่: 26 ก.ย. 2569 12:15   ปรับปรุง: 26 ก.ย. 2569 12:15   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ระวี ตะวันธรงค์ นักวิชาการด้านสื่อ ชวนแยกภาพน้ำท่วม กทม. ปี 2569 กับมหาอุทกภัยปี 2554 ชี้ปีนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องกลางเมือง ประกอบกับน้ำทะเลหนุนจนระบายยาก ต่างจากปี 2554 ที่มวลน้ำจากตอนเหนือไหลหลากลงมา พร้อมชวนทุกฝ่ายเร่งช่วยผู้ประสบภัยและเตรียมรับมือภัยธรรมชาติร่วมกัน

วันนี้ (26 ก.ย.) จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จนเกิดกระแสเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้โพสต์ข้อความชวนทำความเข้าใจภัยธรรมชาติแบบไม่ดราม่า ผ่านประสบการณ์คนทำข่าวที่เคยลงพื้นที่ทั้งสองช่วงเวลา

โดยระบุว่าเหตุการณ์น้ำท่วมทั้งสองปีมีที่มาและลักษณะต่างกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับเหตุการณ์ #น้ำท่วม2554 มีสาเหตุหลักมาจากพายุซ้ำซ้อนหลายลูกที่พัดเข้าทางภาคเหนือและภาคอีสาน ทำให้ปริมาณน้ำฝนบนภูเขาไหลลงเขื่อนจนเกินความจุ จนรัฐบาลขณะนั้นต้องประกาศปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลสูงถึง 100 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำหลากมหาศาลจึงไหลล้นเกินกว่าแม่น้ำสายหลักอย่าง ปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยาจะรับไหว ก่อนจะทะลักเข้าสู่ถนน ทุ่งนา พระนครศรีอยุธยา และบ่าเข้าคลองรังสิต 13 คลอง โดยมีคลองแสนแสบและคลองประเวศทำหน้าที่ผ่องถ่ายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกงแทนเจ้าพระยาที่ล้นแล้ว ส่งผลให้ กทม. ในปี 2554 เกิดน้ำท่วมหนักเฉพาะพื้นที่ตอนบนเป็นหลัก

ขณะที่ #น้ำท่วม2569 ไม่ใช่น้ำเหนือล้นเขื่อน แต่เกิดจากผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายและน้ำทะเลระเหยกลายเป็นฝนมากกว่าปกติ โดยฝนรอบนี้เคลื่อนตัวมาจากทิศตะวันออกผ่าเข้ากลาง กทม. โดยตรง ปริมาณน้ำบนฟ้าที่มหาศาลทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ตกหนัก ตกนาน ตกไม่หยุด” เปรียบเสมือนการเทน้ำใส่ถ้วยแบบไม่หยุดพัก ส่งผลให้ฝั่งตะวันออกของ กทม. กลายเป็นพื้นที่ประสบภัยหลักจากการรับน้ำฝนกลางเมือง ประกอบกับช่องทางระบายน้ำออกทางบางปะกงผ่านคลองแสนแสบและคลองประเวศต้องเจอกับปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง กทม. จึงกลายสภาพเป็น "ถ้วยน้ำขนาดใหญ่" ที่มีน้ำเทลงมาเรื่อยๆ แต่ระบายออกไม่ได้

นายระวี ได้ทิ้งท้ายด้วยความห่วงใยถึงผู้ประสบภัยทุกคน พร้อมชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนและการเอาคืนของธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือมนุษย์ต้องร่วมมือกันป้องกัน รับมือ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แทนการโทษกันเอง พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะรุนแรงขึ้นทุกปี