กสทช. ประชุมแยกวง 6 กรรมการเคาะ 9 วาระ ค้าง 4 เรื่องใหญ่ไร้เจ้าหน้าที่ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 ยังคงเกิดความเห็นต่างเกี่ยวกับกระบวนการจัดประชุม หลังมีการจัดประชุม 2 วงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยฝั่งสำนักงาน กสทช. จัดประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ขณะที่กรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน เดินหน้าจัดประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 3/2569 แยกอีกวงหนึ่ง
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้จัดประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม 1121 อาคารอำนวยการ ชั้น 12 โดยมีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเข้าชี้แจงวาระต่าง ๆ ต่อที่ประชุม
อย่างไรก็ตาม ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ติดภารกิจและขอลาการประชุม ขณะที่ไม่มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมประชุมในวงดังกล่าว ส่งผลให้เมื่อถึงเวลา 16.30 น. สำนักงานจึงปิดห้องประชุม พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการจัดประชุมเป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. ได้ทำบันทึกด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ กสทช. เรื่อง “แจ้งการไม่เข้าร่วมประชุมและขอให้ชี้แจง” กรณีสำนักงาน กสทช. มีหนังสือเชิญประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 โดยอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 และมีความเห็นว่า ภายหลังคำพิพากษาดังกล่าว การปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับ
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อโต้แย้งของกรรมการ กสทช. ซึ่งยังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะและอำนาจหน้าที่ระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ในวันเดียวกัน กรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน ประกอบด้วย รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย, พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์, นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ได้เข้าร่วมการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องประชุมสายลม 1021 ชั้น 2 โดยมี รศ.ดร.ศุภัช ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเป็นการชั่วคราว
รศ.ดร.ศุภัช เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามารถพิจารณาวาระได้ทั้งหมด 9 เรื่อง ได้แก่ การจัดทำร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่สำหรับสถานีภาคพื้นดินเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม รวมถึงมาตรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีร่างประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และร่างหลักเกณฑ์การใช้ การลงทุน และการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารเพื่อให้บริการโทรคมนาคม
รวมถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย ตลอดจนสัญญาและข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ., บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด, บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด, บริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 4 วาระที่กรรมการต้องการพิจารณา แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เข้าชี้แจงรายละเอียด
วาระแรก คือ การเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเรื่องการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ปี 2026 หรือ ITU Plenipotentiary Conference 2026 (PP-26) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-27 พ.ย. 2569 ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์
วาระที่สอง คือ งบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีจ้างจัดงานประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ให้แก่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)
วาระที่สาม คือ ร่างแผนที่นำทาง หรือ Roadmap กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2573 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572
ส่วนวาระที่สี่ คือ โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน หรือ Emergency Warning System (EWS) ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า ประเด็น Roadmap ทีวีดิจิทัลและระบบ EWS ได้มีการหารือแล้ว แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดภารกิจภายนอก จึงจะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 21 ต.ค. 2569
ด้าน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ระบุว่า กรรมการทั้ง 6 คนยืนยันว่าการดำเนินการประชุมเป็นไปตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาได้พยายามจัดประชุมมาแล้วหลายครั้ง และในการประชุมครั้งนี้ยังมีวาระที่จำเป็นต้องเร่งพิจารณา
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างกรรมการ กสทช. และสำนักงาน กสทช. พร้อมยืนยันว่า กรรมการมีหน้าที่กำหนดนโยบายและพิจารณาวาระต่าง ๆ ขณะที่สำนักงานมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ที่ประชุมกรรมการ 6 คนมีมติกำหนดวันประชุม กสทช. ครั้งถัดไปในวันที่ 21, 22 และ 28 ต.ค. 2569
ขณะเดียวกัน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้เดินทางมาติดตามการประชุม พร้อมเรียกร้องให้สำนักงาน กสทช. สนับสนุนการทำหน้าที่ของกรรมการที่เหลือทั้ง 6 คน เพื่อให้สามารถเดินหน้าพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะได้
นางสาวสารี ระบุว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ส่งหนังสือติดตามเรื่องดังกล่าวแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 8 และ 28 ก.ย. 2569 แต่กระบวนการประชุมยังติดขัด จึงเดินทางมาติดตามด้วยตนเอง
พร้อมระบุว่า หากสำนักงาน กสทช. ยังไม่สามารถสนับสนุนให้เกิดการประชุมและการทำหน้าที่ของกรรมการได้ อาจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาดำเนินการ เนื่องจากมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ไม่ควรหยุดชะงัก เพราะวาระต่าง ๆ มีผลต่อสิทธิและประโยชน์ของประชาชน