“กรมศุลกากร” ลุ้นปีนี้รายได้ 6.4 แสนล้าน รีดภาษีบาทแรกทะลุ 8 พันลบ.


นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ประจำปีงบประมาณ 2569 ในช่วง 11 เดือน 3 สัปดาห์ (1 ตุลาคม 2568–21 กันยายน 2569) รวมอยู่ที่ 631,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 574,387 ล้านบาท และสิ้นสุดปีงบประมาณจะอยู่ที่ระดับ 640,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ศุลกากร 112,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% โดย 9 วันสุดท้ายน่าจะจัดเก็บได้อีกเกือบ 4,000 ล้านบาท แตะ 116,300 ล้านบาท

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

ขณะที่รายได้การจัดเก็บแทนหน่วยงานอื่นรวมอยู่ที่ 518,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% แบ่งเป็น กรมสรรพากร 411,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% กรมสรรพสามิต 56,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% กระทรวงมหาดไทย 51,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% ส่วนสถิติการนำเข้าสินค้าเร่งด่วนมีปริมาณกว่า 233 ล้านรายการ มูลค่ารวม 43,422 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของอากร 4,658 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 3,356 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรได้ดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้กว่า 8,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเป็นธรรม และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยภายในประเทศได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

สำหรับภาพรวมการค้าระหว่างประเทศมีมูลค่ารวม 24.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดการณ์ว่าสิ้นปีงบประมาณจะแตะระดับ 25 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น ภาคการส่งออกมีมูลค่า 11.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีตลาดส่งออกหลัก 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อาเซียน (Non-CLMV) และจีน ด้วยสินค้าส่งออกสูงสุด ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสาร/ส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ และทองคำ

ส่วนการนำเข้ามีมูลค่ารวม 12.80 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ 3 อันดับแรกของไทย ได้แก่ จีน ไต้หวัน และอาเซียน (Non-CLMV) ด้วยสินค้านำเข้าหลัก 3 อันดับแรกกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มชิ้นส่วนเทคโนโลยี พลังงาน และสินทรัพย์ปลอดภัย ได้แก่ วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และทองคำ ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน ด้านบทบาทการปกป้องสังคม (SOCIAL PROTECTOR) กรมศุลกากรได้บังคับใช้กฎหมาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด ซึ่งสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายและเลี่ยงภาษีรวมกว่า 58,705 คดี มูลค่า 4,750 ล้านบาท โดยเฉพาะยาเสพติด 282 คดี มูลค่า 1,488 ล้านบาท และตรวจยึดบุหรี่เถื่อนรวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า 3,519 คดี มูลค่ากว่า 530 ล้านบาท สะท้อนการเป็นด่านหน้าที่ดีในการปกป้องสังคม และรักษาความมั่นคงของประเทศ

นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ขับเคลื่อนบทบาทผู้ส่งเสริมการค้า (TRADE ENABLER) นำเทคโนโลยีบริหารความเสี่ยงมาเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองสินค้ามากขึ้น และเตรียมนำระบบบริหารความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Risk Management) มาคัดกรองสินค้าเพื่อลดการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ และสกัดความเสี่ยงทุจริต พร้อมยกระดับธรรมาภิบาลองค์กร เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571

“กรมศุลกากรดำเนินวิสัยทัศน์ภายใต้กรอบ “Next DRIVE Customs” ที่มุ่งเน้นการปกป้องสังคม ตรวจสอบได้ และสนับสนุนเศรษฐกิจยั่งยืน (Better Tomorrow) พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เสริมสร้างความโปร่งใส และยกระดับศุลกากรไทยสู่มาตรฐานสากล” นายพันธ์ทอง กล่าว