ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $59.30 รับแรงซื้อเก็งกำไร-บอนด์ยีลด์ลด
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันศุกร์ (9 ต.ค.) โดยเพิ่มขึ้น 1.43% แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาปรับตัวลงก่อนหน้านี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ช่วยหนุนความน่าสนใจของทองคำ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 59.30 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ปิดที่ 4,216.30 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงซื้อเก็งกำไรหลังราคาทองคำร่วงลงมาอยู่ในระดับต่ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาด โดยบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงราคา
ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อวันพุธ (7 ต.ค.) หลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยเผชิญแรงกดดัน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยอัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ว่า เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อดึงอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2%
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนประเมินโอกาส 19% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และมีโอกาส 84% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ภายในเดือนธ.ค.
โดยทั่วไป ทองคำมักเผชิญแรงกดดันเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง เนื่องจากนักลงทุนมีแนวโน้มเลือกสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยแทนทองคำ
นักวิเคราะห์เตือนว่า ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์หน้าอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำ หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงจนทำให้เฟดต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำตลาดสปอตอาจกลับไปทดสอบแนวรับทางจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อีกครั้ง
ด้านความต้องการทองคำในอินเดียซบเซาในสัปดาห์นี้ หลังราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น ขณะที่การซื้อขายในจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงซบเซาเนื่องจากช่วงวันหยุดทำให้มีวันซื้อขายน้อยลง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช