“สัมมากร” หมู่บ้านจัดสรรเก่าแก่ 53 ปี ที่วันนี้กลายเป็นจุดหมาย รวมร้านลับของวัยรุ่น Gen Z - Marketeer Online


“สัมมากร” เป็นหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย และอยู่มาตั้งแต่ยุคที่ย่านรามคำแหงยังไม่มีอะไรเลย

แต่วันนี้ สัมมากรไม่ได้เป็นแค่ภาพจำของหมู่บ้านคนรุ่นเก่าอีกต่อไป

เพราะเมื่อลองเปิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จะพบว่าชื่อของสัมมากรกลับไปปรากฏอยู่บนหน้าฟีดของคนรุ่นใหม่และเด็ก Gen Z ในฐานะ “พิกัดรวมร้านเด็ด ร้านลับ” ที่มีร้านหลายและจุดเช็คอินถ่ายรูปหลายรูปแบบ

คำถามคือ หมู่บ้านจัดสรรที่สร้างขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน มาเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและคาเฟ่ที่คนรุ่นใหม่สนใจได้อย่างไร?

ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปของหมู่บ้านแห่งนี้กันก่อน

หมู่บ้านสัมมากรเป็นโครงการของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ SAMCO ที่จัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2513 โดยสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อประกอบกิจการจัดสรรและพัฒนาที่ดิน

บริษัทนี้ถือว่าเป็นผู้เล่นที่อยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยมาอย่างยาวนาน

โครงการแรกของบริษัทเริ่มขึ้นในปี 2516 ในชื่อ “สัมมากร บางกะปิ” ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 3 หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อถนนรามคำแหง

นับถึงวันนี้ หมู่บ้านแห่งนี้มีอายุ 53 ปีแล้ว

สัมมากรเกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจบ้านจัดสรรกำลังเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการอยู่อาศัยของคนกรุงเทพฯ

ก่อนหน้านั้น เริ่มมีโครงการหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นแล้ว เช่น “หมู่บ้านพิบูลย์เวศม์” อยู่ที่ถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรรแห่งแรกของไทย

จากนั้นก็ทยอยเกิดหมู่บ้านอีกหลายแห่งที่คนไทยรู้จักกันดีในวันนี้ เช่น หมู่บ้านเศรษฐกิจ หมู่บ้านเมืองทอง หมู่บ้านเสรี และหมู่บ้านปัฐวิกรณ์

สัมมากรก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นยุคบุกเบิกนั้นด้วยเช่นกัน

แนวคิดของการสร้างหมู่บ้านในยุคนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแบบ “มีทุกอย่างในที่เดียว”

สัมมากรก็ทำแบบนั้น มีทั้งโซนบ้านอยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลาง ทะเลสาบ และพื้นที่ค้าขาย โดยเริ่มต้นด้วยที่ดินราว 200 ไร่ ก่อนขยายเรื่อยๆ เป็นประมาณ 1,200 ไร่

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือคนที่มีรายได้ระดับกลางขึ้นไป จุดขายคือความครบครันและไม่ต้องมีปัญหาจุกจิกเรื่องที่อยู่อาศัย

ยุคนั้นมีโฆษณาทางโทรทัศน์ชิ้นหนึ่งที่กลายเป็นตำนาน มีประโยคที่คนจำได้จนถึงทุกวันนี้ว่า “รู้งี้ ซื้อบ้านสัมมากรดีกว่า”

ด้วยความครบครันที่มีทุกอย่าง หมู่บ้านจึงค่อยๆ เติบโตขึ้นจนกลายเป็นเหมือนย่านหนึ่งที่มีเศรษฐกิจและชีวิตเป็นของตัวเอง อีกทั้งกลายเป็นจุดหมายที่คนข้างนอกก็เดินทางเข้ามาด้วย

เมื่อกาลเวลาผ่านไปเกิดการขยายตัวของเมือง รามคำแหงก็เป็นโซนหนึ่งที่มีคนย้ายมาอยู่มากขึ้น สัมมากรจึงเป็นจุดที่มีความคึกคักมากตามมาด้วย

ส่วนหนึ่งก็มาจากบริษัทสัมมากร ที่ยังคงพัฒนาที่ดินตรงนี้อยู่เรื่อยๆ เพราะยังมีที่ดินส่วนหน้า ติดถนนรามคำแหง เป็นของบริษัทอยู่

จุดแรกคือ “ตลาดสัมมากร” ตลาดนัดชุมชนที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2548 และเพิ่งปรับปรุงใหม่ล่าสุดช่วงต้นปีนี้เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น

จุดที่สองคือคอมมูนิตี้มอลล์ ที่เปิดตัวครั้งแรกในชื่อ “เพียวเพลส” เมื่อปี 2550 ก่อนจะรีแบรนด์ใหม่เป็น “สัมมากร เพลส” และจะเปลี่ยนใหม่เป็นอีกครั้งเป็น “ALLY Village Ramkhamhaeng”

นอกจากพื้นที่ใหญ่ๆ ที่บริษัทลงทุนเองแล้ว รายย่อยในหมู่บ้านก็เริ่มปรับตัวตามไปด้วย

หลายบ้านเริ่มปรับพื้นที่ของตัวเองมาทำเป็นธุรกิจหลากหลายรูปแบบ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และคาเฟ่ จนทำให้มีร้านต่างๆ กระจายตัวอยู่ตามถนนภายในหมู่บ้านจำนวนมาก

จากนั้นเมื่อรีวิวของเพจต่างๆ แพร่หลายออกไปตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งทำให้คนนอกพื้นที่เริ่มสนใจมากขึ้น

คนรุ่นใหม่และเด็ก Gen Z ก็ชื่นชอบร้านตกแต่งสวยๆ อยู่แล้ว เพราะดูมีเรื่องราว และสามารถถ่ายรูปลงโซเชียลได้

ด้วยขนาดพื้นที่ของหมู่บ้านที่ใหญ่ และมีจุดแลนด์มาร์คอื่นๆ อยู่ใกล้กัน ทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ และทะเลสาบกลางหมู่บ้าน ทำให้การมาเที่ยวสัมมากรจึงเหมือนได้ทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกันในที่เดียว

จากโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดตัวมาตั้งแต่ 53 ปีที่แล้ว วันนี้สัมมากรกลายเป็นภาพจำใหม่ในสายตาคนรุ่นใหม่

ภาพจำใหม่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการปรับตัวของทั้งเจ้าของที่ดินอย่างบริษัทสัมมากร ที่ยังคงลงทุนพัฒนาพื้นที่ค้าขายอย่างต่อเนื่อง

ผสมกับการปรับตัวของรายย่อยในหมู่บ้าน ที่มองเห็นโอกาสจากพื้นที่ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว

กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า หมู่บ้านจัดสรรเก่าแก่อายุกว่าครึ่งศตวรรษ ก็ยังสามารถปรับตัวจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของคนรุ่นหลังได้ โดยไม่จำเป็นต้องทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ทั้งหมด