จากลูกจ้างไร้ที่อยู่ สู่เจ้าของ "ป้าบุญคาเฟ่" รายได้ 500 ล้าน| เส้นทางเศรษฐี - เส้นทางเศรษฐี
Skip to content
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้าน
ธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า
.
ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน
“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา
.
ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
Tags
Related Posts
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้านธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า.ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา.ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
11 กันยายน 2569
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังเบอร์ 1 ของไทยอย่าง M-150 เดินหน้าฉลองครบรอบ 135 ปี พร้อมเปิดฐานการผลิตหลักที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชูแนวคิด “System Behind the Growth” ตอกย้ำกลยุทธ์เบื้องหลังการเติบโตที่ผสานการผลิต ซัพพลายเชน เทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ยืนยันเป้าหมายรายได้ปีนี้ยังอยู่ในระดับ Mid-Single Digit หากไม่มีสถานการณ์สงครามรุนแรงเพิ่มเติมในช่วง 4 เดือนที่เหลือ พอร์ตโฟลิโอ 3 กลุ่มหลัก เครื่องดื่มยังเป็นเสาหลักรายได้ 80% ปัจจุบันโอสถสภาแบ่งพอร์ตผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม (M-150, ลิโพ, ซี-วิท, คาลพิส แลคโตะ, เปปทีน, โสมอินซัม, ฉลามขาว, เอ็ม-สปอร์ต, วันเดย์ วิตามิน, แฮงค์สเตอร์) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (เบบี้มายด์, ทเวลฟ์ พลัส, เอ็กซิท) และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม (โอลตี้, แบนเนอร์, ตรากิเลน) โดยกลุ่มเครื่องดื่มยังคงครองสัดส่วนรายได้ราว 80% ของทั้งบริษัท และสินค้าหลักภายใต้แบรนด์ M-150 ยังคงเป็น Core Product ที่บริษัทให้น้ำหนักการต่อยอดนวัตกรรมใหม่มากที่สุด ด้านสัดส่วนรายได้ในประเทศต่อต่างประเท
11 กันยายน 2569
เราอาจคุ้นเคยกับ “ใบเตย” วัตถุดิบคู่ครัวไทยที่มักถูกนำมาใช้ปรุงขนมหวานหลากหลายชนิด แต่รู้หรือไม่ว่า ใบเตยสีเขียว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดได้มากกว่านั้น เมื่อ ปิ่น – จินดาภัทร สินธวัชต์ และ โบว์ – พิมพ์ลดา นามพิชญ์ธนสิน สองสาวผู้หลงรักใบเตย นำวัตถุดิบใกล้ตัวมาพัฒนาเป็นเมนูใหม่ จากวัตถุดิบขนมไทยบ้านๆ สู่คาเฟ่ใบเตยสเปเชียลตี้ “Panland Cafe” หรือออกเสียงแบบไทยๆ ว่า “แป้นแล้น” ขายเมนูใบเตยโมเดิร์น อย่าง Pure Pandan Matcha (มัทฉะใบเตย), Pandan Genmai Latte (นมใบเตยหอมข้าวคั่ว) หรือ Pandan Jasmine (ชามะลิใบเตย) และอีกมากมาย และเป็นได้มากกว่าเครื่องดื่ม คือ น้ำหอม โดยโบว์และปิ่นเล่าที่มาของการพัฒนาใบเตย พร้อมพาไปรู้จัก แป้นแล้น คาเฟ่ให้มากขึ้น จุดเริ่มต้น แป้นแล้น คาเฟ่ ปิ่นเรียนจบนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอทำงานหลากหลายด้าน ทั้ง Legal Consultant ให้บริษัท Law firm, Business Development ให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียมากมาย ทั้ง Shopee, LINE และ TikTok และ Marketing & Partnership ให้กับศิลปินทั้งในค่ายเพลงและศิลปินอิสระ ส่วนโบว์จบการเงิน BBA มหาวิทยาล
10 กันยายน 2569
ทุกคนจะเสียชีวิตในห้องผู้ป่วยแบบเงียบๆ เหงาๆ เข็นออกไปอย่างเงียบงัน ในขณะที่ญาติของเขาในวันนั้นจำโมเมนต์เหล่านั้นได้ขึ้นใจ Painpoint แรกที่ “อัครพล เอื้ออารักษ์” ได้สัมผัสในวันสูญเสียคนใกล้ตัว นำมาสู่การก่อตั้งโรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับใครก็ตามที่เคยเดินเข้าไปในโรงพยาบาลในวันที่คนใกล้ตัวกำลังจะจากไป และมันคือภาพที่ “อัครพล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล เคยเผชิญมาด้วยตัวเอง ในวันที่ต้องสูญเสียคนใกล้ตัวไป เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ค้างคาใจ นั่นคือโรงพยาบาลทั่วไปยังให้ความสำคัญกับการรักษาเป็นหลัก แต่กลับไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการดูแลความรู้สึกของผู้ป่วยในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คนไข้จำนวนไม่น้อยจากไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีใครถามว่า พวกเขาอยากใช้วันเวลาสุดท้ายแบบไหน คำถามที่ค้างคาในใจนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะอัครพลคลุกคลีอยู่กับโรงพยาบาลมาเกือบ 20 ปี ในฐานะผู้บริหารธุรกิจด้านการออกแบบและก่อสร้างสถานพยาบาล เขาเห็นโรงพยาบาลมาตั้งแต่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า เห็นการวางผัง การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการจัดสภาพ
10 กันยายน 2569
ท่ามกลางกระแสข่าวเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยที่ซบเซาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องความปลอดภัย หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกไปประเทศอื่นแทน แม้แต่โชว์ระดับตำนานของเมืองพัทยาอย่าง “ทิฟฟานี่โชว์” (Tiffany’s Show) ก็ไม่อาจรอดพ้นแรงกระเพื่อมนี้ไปได้ เราได้พูดคุยกับผู้บริหารของทิฟฟานี่โชว์ ถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น พร้อมมุมมองว่าธุรกิจนี้ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทิฟฟานี่โชว์เคยพึ่งพา “กรุ๊ปทัวร์” เป็นหลัก เหมือนธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ในยุคนั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหากับเอเย่นต์ทัวร์ขึ้นมา ธุรกิจจะรับมืออย่างไร ในเมื่อชะตากรรมทั้งหมดผูกติดอยู่กับคนกลาง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทิฟฟานี่โชว์เริ่มมองไปที่โมเดลการท่องเที่ยวต่างประเทศ และพบว่าคุณค่าที่แท้จริงของโชว์คือความไม่เหมือนใครในโลก และการผลิตโชว์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ทั้งหมด หันไปจับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ FIT (Free Independent Traveler) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางแ
10 กันยายน 2569
“ทุกคืนจะนอนข้างโทรศัพท์สองเครื่องและแล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง โดยเปิดเสียงดังสุด เพื่อจะได้ยินสายเรียกเข้าจากลูกค้าได้ตลอดเวลา” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ ซาฮาร์ โยนา หญิงสาววัย 27 ปี ที่เป็นช่างทำกุญแจแบบครบวงจร สำหรับบ้านและอาคารพาณิชย์ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนจากคลิปเดียว ธุรกิจนี้มีชื่อว่า Locksmith Girl of NYC ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยเธอบอกว่าเธอนั้นต้องการที่สร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จุดเริ่มต้นจากคลิปไวรัล เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเงียบเหงากลับมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จัก นั่นคือการที่เธอตัดสินใจโพสต์คลิปลงบน TikTok เป็นคอนเทนต์ที่แนะนำให้ผู้หญิงในนิวยอร์กโทร.หาเธอ หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือกังวลที่จะต้องเรียกช่างกุญแจผู้ชายมาสะเดาะลูกกุญแจที่บ้านในยามค่ำคืน ซึ่งเรียกได้ว่าคลิปได้กลายเป็นไวรัลจนมียอดเข้าชมสูงกว่า 600,000 ครั้ง และได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปทันที เพราะจากเดิมที่มีงานประปราย กลายมาเป็นมีลูกค้าติดต่อเข้ามาแน่นขนัดถึง 60 งานต่อสัปดาห์ โดยม
10 กันยายน 2569