สหรัฐฯ เตรียมปิดสถานทูต 5 แห่งทั่วโลก ตามนโยบาย America First เปิดช่องจีน-รัสเซียเสียบแทน

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.53 น.

4 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่ามีแผนจะปิดสถานทูตและสถานกงสุลต่างประเทศ 5 แห่ง ซึ่งถือเป็นการลดขนาดการดำเนินงานทางการทูตของสหรัฐฯ ในระดับนานาชาติอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก

โดยในประกาศที่ส่งไปยังคณะกรรมการของสภาคองเกรสเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า  กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีแผนจะปิดสถานทูตและสถานกงสุลใน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเซนต์จอร์จส์ ประเทศเกรเนดา สถานกงสุลใหญ่ประจำเมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น สถานกงสุลใหญ่ประจำเมืองเมดัน ประเทศอินโดนีเซีย สถานกงสุลใหญ่ประจำเมืองวินนิเพก ประเทศแคนาดา และสำนักงานการทูตในเมืองดูอาลา ประเทศแคเมอรูน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระบุว่า ประกาศดังกล่าวยังไม่ได้รับการเปิดเผยเป็นสาธารณะ


การปิดสถานทูตที่คาดการณ์ไว้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งการปิดสถานทูตหลายแห่งในต่างประเทศ เป็นการลดขนาดองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ใดๆ โดยเฉพาะต้นปีที่แล้ว 

ช่วงเดือนแรกของ 'รัฐบาลทรัมป์' กระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มเตรียมการปิดสถานทูตเกือบ 12 แห่ง ตามรายงานของรอยเตอร์ส และสื่ออื่นๆ ในขณะนั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นของทรัมป์ในการเปลี่ยนแปลงระบบราชการของสหรัฐฯ ให้สอดคล้องกับวาระ 'อเมริกาต้องมาก่อน' ของเขาอย่างเต็มที่

สำนักงานบริหารงบประมาณของทำเนียบขาวได้สนับสนุนโครงการปิดสถานทูตโดยตั้งเป้าไว้ที่สถานทูตมากถึง 30 แห่ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนได้โต้แย้งเป็นการส่วนตัวว่า สถานทูตขนาดเล็กบางแห่งไม่จำเป็นและไม่คุ้มค่า

พรรคเดโมแครตและอดีตเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติบางคนโต้แย้งว่า การลดบทบาททางการทูตของสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับการยุบหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ซึ่งให้ความช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก อาจบ่อนทำลายความเป็นผู้นำของอเมริกา ขณะเดียวกันก็สร้างช่องว่างอันตรายให้คู่แข่งอย่างจีนและรัสเซียเข้ามาเติมเต็ม

แม้ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะมีการปรับโครงสร้างระบบราชการครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว โดยตัดหน่วยงานหลายสิบแห่งและเจ้าหน้าที่หลายร้อยคน แต่ก็ไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศใดถูกปิด

กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ที่ไม่ยืนยันการปิดสถานทูตหรือสถานกงสุล แต่กล่าวว่า กระทรวงฯ มุ่งเน้นไปที่การทำให้บทบาททางการทูตของประเทศมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พร้อมยังกล่าวเสริมว่า กระทรวงฯ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนการแจ้งให้รัฐสภาทราบ

นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การลดค่าใช้จ่ายมีความจำเป็นเพื่อปรับขนาดองค์กรให้เหมาะสม และจะเป็นการปรับเครือข่ายทางการทูตให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับภารกิจ พร้อมยืนยันว่า จะปฏิบัติตามขั้นตอนที่แจ้งต่อสภาคองเกรส

ซึ่งสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดสถานทูตและสำนักงานสาขาในต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในภูมิภาคแปซิฟิก ที่สหรัฐฯ กำลังแข่งขันเพื่อชิงอิทธิพลกับจีน แม้ว่าจีนจะไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลที่เปิดทำการใน เมืองดูอาลา หรือ เมืองวินนิเพก แต่ก็มีสถานทูตหรือสถานกงสุลอยู่ในเมืองเซนต์จอร์จ นาโกยา และเมดัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉีกหน้าทรัมป์ยับเยิน อิหร่าน ยันไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น หลังปธน.สหรัฐโม้ดีลหย่าศึกรอบใหม่วันนี้

ทรัมป์ สั่งชะลอแผนโจมตีอิหร่าน ลั่นพร้อมรบทันทีหากเจรจาล้มเหลว

สหรัฐล็อกเป้า ถล่มพลังงานอิหร่าน

แฮกเกอร์โจมตีระบบน้ำประปารัฐมินนิโซตา โดนเจาะกว่า 30 จุด สหรัฐโยงเป็นฝีมืออิหร่าน

ซาอุรุกหนัก นำทัพผนึก14ชาติ ขอคุมน่านน้ำโลก

ทรัมป์ ปฏิเสธปลด ประธานเฟด แม้ไม่ลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ต้องการ อวยฉ่ำเขาเป็นคนฉลาด