“อาสพลธ์” เผย ป.ป.ช. แจงตัวเลขเปลี่ยนคะแนนสอบ 5,960 คน ไม่ตรงข้อมูล กสถ.
“อาสพลธ์” เผย ป.ป.ช. แจงตัวเลขเปลี่ยนคะแนนสอบ 5,960 คน ไม่ตรงข้อมูล กสถ. เตรียมกันไว้เป็นพยานแลกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ห่วง ป.ป.ช. ใช้เวลา 10 เดือน ลากไส้ทุจริตนานเกินไป หวั่นถูกตัดตอน
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 23 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร หรือ กมธ.ป.ป.ช. มีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณากรณีตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยเชิญเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กองบังคับการตำรวจกองปราบ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบคดีดังกล่าวของแต่ละหน่วยงาน
ต่อมาเวลา 15.15 น. นายอาสพลธ์แถลงว่า ตัวแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบเข้ารับข้าราชการท้องถิ่นว่า มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการ 11 คน จากเดิมที่พบการกระทำผิดที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 10 ราย และพบว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบจากผู้สอบไม่ผ่าน ให้เป็นผู้สอบผ่าน จำนวน 5,960 คน ไม่ตรงกับตัวเลขที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ระบุว่า มี 5,924 คน โดยพบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการตามร่างขอบเขตของงานมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) มีหน้าที่ทบทวนคะแนนสอบ ส่งให้ กสถ. รับรองรายชื่อ โดยในส่วน 5,960 ราย ที่มีการแก้ไขผลคะแนนสอบ ถือว่าอยู่ในข่ายร่วมกระทำผิด ป.ป.ช. ระบุว่า หากรายใดไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวนคดี จะกันไว้เป็นพยาน ขณะที่ในส่วนบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ป.ป.ช. ก็ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
นายอาสพลธ์กล่าวว่า ป.ป.ช. แจ้งว่า จากการไต่สวนพบว่า มีผู้บริหารระดับสูงของ สถ. สั่งการให้ 1 ใน 3 ผู้ต้องหาและ มศว. ร่วมแก้ไขคะแนนของผู้สอบไม่ผ่าน เป็นสอบผ่าน กมธ. จึงฝาก ป.ป.ช. ให้ดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องหาให้ดี กลัวจะมีการตัดตอน ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ยังส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัย 200 กว่าคนในคดีนี้ให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทั้งนี้ ป.ป.ช. แจ้งว่า กระบวนการไต่สวนคดีนี้จะใช้เวลา 10 เดือน จึงจะได้ตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง ประกอบด้วยการใช้เวลารวบรวมหลักฐาน 3 เดือน ประมวลผลข้อมูล 1 เดือน และการให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 6 เดือน ซึ่ง กมธ. มองว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ควรมอบอำนาจให้ ดีเอสไอ หรือ ปปง. ดำเนินการแทน การสอบสวนจะรวดเร็วกว่า แต่ตัวแทน ป.ป.ช. บอกว่า เวลา 10 เดือน เร็วที่สุดแล้ว โดย ป.ป.ช. ได้เชิญหน่วยงานอื่นเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนด้วย เพราะคดีดังกล่าวถือเป็นคดีพิเศษที่ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่ง ป.ป.ช. จะไต่สวนทั้งทางอาญา วินัย และจริยธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวการใหญ่สุดที่สาวไปถึงจะไปถึงระดับใด นายอาสพลธ์ตอบว่า ป.ป.ช. ให้ข้อมูลว่า มีผู้บริหารกรมสั่งการอธิการบดี มศว. และผู้ต้องหาทางไลน์ ส่วนปลัดกระทรวงมหาดไทย และนักการเมืองนั้น ป.ป.ช. ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่