แพ้ท้องหนัก ตอนอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ วิธีแก้แพ้ท้อง ที่แม่ๆ บอกว่าได้ผลจริง | theAsianparent Thailand

แพ้ท้องหนัก ในช่วงอายุครรภ์ 5-6 สัปดาห์เป็นเรื่องปกติของไตรมาสแรก เกิดจากฮอร์โมน hCG ที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่อาการจะเบาลงเองเมื่ออายุครรภ์ครบ 12-14 สัปดาห์ วิธีรับมือที่ได้ผลคือปรับพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน และรู้จักสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที ส่วนคำถามยอดฮิตว่า แพ้ท้องหนัก จะได้ลูกสาวหรือลูกชาย มีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์เล็กน้อยแต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปตายตัวค่ะ

สารบัญ

สรุปสั้นๆ

  • แพ้ท้องหนักเกิดจากฮอร์โมน hCG และเอสโตรเจนที่พุ่งสูงในไตรมาสแรก ไม่ใช่ความผิดของคุณแม่
  • กินมื้อเล็กบ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงท้องว่าง และใช้ขิงช่วยบรรเทาอาการได้จริงในหลายราย
  • หากอาเจียนมากกว่า 3-4 ครั้งต่อวัน น้ำหนักลด หรือปัสสาวะสีเข้ม ต้องพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะ แพ้ท้องรุนแรง
  • งานวิจัยพบว่าคุณแม่ที่ แพ้ท้องหนัก มีแนวโน้มได้ลูกสาวมากกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ใช่กฎตายตัว
  • อาการมักเบาลงชัดเจนหลังสัปดาห์ที่ 12-14

ทำไมถึงแพ้ท้องหนักขนาดนี้ตอนอายุครรภ์แค่ 5 สัปดาห์?

อายุครรภ์ 5 สัปดาห์กับอีกไม่กี่วัน คือช่วงที่ฮอร์โมนตั้งครรภ์ หรือ hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ในร่างกายพุ่งขึ้นเร็วที่สุด ฮอร์โมนตัวนี้คือตัวเดียวกับที่ทำให้ที่ตรวจครรภ์แสดงสองขีด และเป็นตัวการหลักที่กระตุ้นศูนย์ควบคุมอาการคลื่นไส้ในสมอง ระดับ hCG มักจะขึ้นสูงสุดประมาณสัปดาห์ที่ 8-10 แล้วค่อยๆ ลดลง ดังนั้นถ้าตอนนี้รู้สึกทรมาน นั่นหมายความว่าร่างกายกำลังทำงานตามปกติดีมาก

ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันก็มีส่วนทำให้ประสาทดมกลิ่นไวขึ้นผิดปกติ กลิ่นที่เคยชอบอย่างกาแฟหรือน้ำมันปลา กลายเป็นสิ่งที่ทนไม่ได้ในชั่วข้ามคืน

อ่านเพิ่มเติมเรื่องพัฒนาการลูกน้อยในสัปดาห์ที่ 5 ว่าช่วงนี้ลูกในท้องกำลังเติบโตอย่างไรบ้าง

วิธีแก้แพ้ท้อง ที่คุณแม่หลายคนลองแล้วได้ผล

ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกคน แต่มีวิธีแก้แพ้ท้องที่คุณแม่หลายคนพิสูจน์แล้วว่าช่วยได้จริง

วิธีแก้แพ้ท้อง ปรับการกิน

  • กินมื้อเล็กทุก 2 ชั่วโมง แทนการกิน 3 มื้อใหญ่ ท้องว่างทำให้กรดในกระเพาะกัด และทำให้คลื่นไส้หนักขึ้นมาก
  • ขนมปังกรอบเค็มเบาๆ หรือข้าวต้มแห้ง กินก่อนลุกจากเตียงตอนเช้า รอให้ย่อยสัก 15-20 นาทีก่อนลุกขึ้น
  • น้ำขิงอุ่น หรือลูกอมขิง หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ใช้ขิงแห้งชงน้ำร้อนก็ได้ผลเช่นกัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด และอาหารที่มีกลิ่นฉุน โดยเฉพาะช่วงเช้า
  • ดื่มน้ำระหว่างมื้อ ไม่ใช่พร้อมมื้ออาหาร เพราะน้ำที่มากเกินไประหว่างกินทำให้กระเพาะแน่น

วิธีแก้แพ้ท้อง ปรับการใช้ชีวิต

  • นอนหัวสูงขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดกรดไหลย้อนที่มักเกิดตอนนอน
  • พักผ่อนให้พอ ความเหนื่อยล้าทำให้อาการแพ้ท้องหนักขึ้นอย่างชัดเจน
  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท กลิ่นอาหารและกลิ่นในห้องปิดทำให้คลื่นไส้ง่ายขึ้น
  • ถ้ากลิ่นอาหารในบ้านเป็นปัญหา ลองขอให้คนในบ้านช่วยทำอาหารนอกห้อง หรือสั่งอาหารกล่องแทนชั่วคราว

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อ แพ้ท้องหนัก

  • วิตามินบำรุงครรภ์บางยี่ห้อทำให้คลื่นไส้หนักขึ้น ลองเปลี่ยนมากินตอนก่อนนอนแทนตอนเช้า หรือปรึกษาแพทย์เรื่องเปลี่ยนยา
  • อย่าบังคับตัวเองกินอาหารที่ไม่ชอบเพราะคิดว่า “ดีต่อลูก” ถ้ากินแล้วอาเจียนออกมา ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความวิธีแก้แพ้ท้องฉบับเต็ม

แพ้ท้องหนัก

เช็กลิสต์: สัญญาณที่ต้องรีบไปหาหมอ อย่ารอ

แพ้ท้องธรรมดากับ แพ้ท้องรุนแรง หรือ Hyperemesis Gravidarum (HG) ต่างกันมาก HG คืออาการอาเจียนรุนแรงที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำและสารอาหาร ต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด

  • อาเจียนมากกว่า 3-4 ครั้งต่อวันติดต่อกันหลายวัน
  • กินอะไรก็อาเจียนออกหมด ทั้งน้ำเปล่าด้วย
  • น้ำหนักลดลงมากกว่า 1-2 กิโลกรัมในเวลาสั้นๆ
  • ปัสสาวะสีเข้มมาก หรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติมาก
  • รู้สึกหน้ามืด หัวใจเต้นเร็ว หรือเป็นลม
  • ปวดท้องรุนแรง หรือมีเลือดออก
  • ปากและคอแห้งมากจนกลืนน้ำลายลำบาก

ถ้ามีอาการเหล่านี้ พาตัวเองไปโรงพยาบาลเลย ไม่ต้องรอนัด แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทุกแห่งรับได้

แพ้ท้องหนักเพศอะไร จะได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย?

คำถามนี้คุณแม่ถามกันเยอะมาก และมีงานวิจัยที่น่าสนใจอยู่จริง

มีการศึกษาในวารสารการแพทย์ระหว่างประเทศพบว่า คุณแม่ที่แพ้ท้องรุนแรงระดับต้องนอนโรงพยาบาล มีแนวโน้มคลอดลูกสาวมากกว่าลูกชายเล็กน้อย ทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่าทารกเพศหญิงอาจผลิตฮอร์โมน hCG ได้สูงกว่าในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้คุณแม่แพ้ท้องหนักกว่า

แต่คำว่า “มีแนวโน้ม” ไม่ได้แปลว่า “แน่นอน” คุณแม่ที่แพ้ท้องจนต้องนอนโรงพยาบาลก็ยังคลอดลูกชายออกมาได้ และคุณแม่ที่แทบไม่แพ้ท้องเลยก็ได้ลูกสาว ความสัมพันธ์มีแต่ยังเป็นเพียงสถิติ ไม่ใช่กฎตายตัวค่ะ

ถ้าอยากรู้แน่ๆ ต้องรอตรวจอัลตราซาวด์เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16-20 สัปดาห์ หรือตรวจ NIPT ซึ่งสามารถบอกเพศลูกได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก

อ่านเรื่องอาการแพ้ท้องหลากหลายรูปแบบที่คุณแม่ป้ายแดงควรรู้

ตารางเปรียบเทียบ: แพ้ท้องทั่วไป vs แพ้ท้องรุนแรง

อาการ

แพ้ท้องทั่วไป

แพ้ท้องรุนแรง

ความถี่ในการอาเจียน 1-3 ครั้งต่อวัน มากกว่า 3-4 ครั้ง หรืออาเจียนตลอดวัน
ยังกินน้ำได้ไหม ได้ แม้จะยาก ดื่มน้ำก็อาเจียน
น้ำหนักตัว ลดเล็กน้อยหรือคงที่ ลดลงมากกว่า 5% ของน้ำหนักเดิม
ระดับพลังงาน เหนื่อย แต่ยังทำกิจวัตรได้ ลุกจากเตียงแทบไม่ได้
ต้องพบแพทย์ไหม ปรึกษาฝากครรภ์ตามปกติ ต้องพบแพทย์ อาจต้องนอนโรงพยาบาล
การรักษา ปรับการกิน ยาแก้คลื่นไส้ น้ำเกลือทางหลอดเลือด

โภชนาการตอน แพ้ท้องหนัก กินไม่ได้แล้วลูกจะได้รับสารอาหารพอไหม?

นี่คือความกังวลที่คุณแม่เกือบทุกคนมี คำตอบคือในช่วง 5-8 สัปดาห์แรก ทารกยังเล็กมากและต้องการสารอาหารในปริมาณน้อย ร่างกายของคุณแม่จะดึงสารอาหารสะสมไปหล่อเลี้ยงลูกก่อน แม้คุณแม่จะกินได้น้อย

สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือการขาดน้ำ ไม่ใช่การขาดแคลอรี ดังนั้นถ้ากินข้าวไม่ได้เลย แต่ยังดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่เจือจางได้บ้าง ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเข้าร่างกายเลย

แพ้ท้องหนัก

แพ้ท้องกี่เดือนหาย?

สำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่ อาการจะเบาลงอย่างชัดเจนหลังผ่าน 12 สัปดาห์ไปแล้ว และหายสนิทประมาณสัปดาห์ที่ 14-16 แต่มีคุณแม่บางส่วน ประมาณ 10-20% ที่อาการยังอยู่ต่อเนื่องเข้าไตรมาสสอง และน้อยมากที่จะแพ้ท้องตลอดการตั้งครรภ์ซึ่งมักเป็นกรณี HG

ตอนนี้ถ้าอายุครรภ์ 5 สัปดาห์กับอีกไม่กี่วัน แปลว่ายังต้องอดทนอีกประมาณ 6-7 สัปดาห์ก่อนที่อาการจะเริ่มดีขึ้น ฟังดูนานแต่หลายคนบอกว่าพอผ่านสัปดาห์ที่ 8-9 ไปได้ อาการก็เริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง แพ้ท้องหนัก

1. แพ้ท้องมากหมายความว่าลูกแข็งแรงใช่ไหม?

มีความเชื่อนี้กันมากในคุณแม่ไทย และมีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องมีอัตราการแท้งบุตรต่ำกว่าเล็กน้อย เนื่องจากฮอร์โมน hCG สูงสัมพันธ์กับรกที่ฝังตัวดี แต่ไม่ได้แปลว่าคุณแม่ที่แพ้ท้องน้อยหรือไม่แพ้ท้องเลยจะมีปัญหา คุณแม่หลายคนไม่แพ้ท้องเลยและตั้งครรภ์สมบูรณ์มาก

2. ดมหรือกินขิงได้บ่อยแค่ไหน? ปลอดภัยไหมสำหรับลูกในท้อง?

ขิงในปริมาณที่ใช้ปรุงอาหารหรือชงดื่มเป็นชา (ไม่เกิน 1 กรัมต่อวัน) ถือว่าปลอดภัยในการตั้งครรภ์ หลีกเลี่ยงขิงในรูปแบบสารสกัดเข้มข้นหรืออาหารเสริมขิงขนาดสูง ถ้าไม่แน่ใจให้ถามสูตินรีแพทย์ที่ฝากครรภ์อยู่

3. ถ้าอาเจียนทุกเช้าแต่ยังกินน้ำและของว่างได้ ต้องไปหาหมอด่วนไหม?

ถ้ายังดื่มน้ำได้บ้าง น้ำหนักไม่ลด และยังมีแรงทำกิจวัตรได้ สามารถรอนัดฝากครรภ์ตามปกติได้ แต่ถ้าดื่มน้ำแล้วอาเจียนออกมาหรือปัสสาวะสีเข้มมาก ให้ไปห้องฉุกเฉินได้เลย

4. มีวิธีทดสอบเพศลูกที่แม่นยำกว่าการดูอาการแพ้ท้องไหม?

ใช่ การตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) ซึ่งเป็นการตรวจเลือดคุณแม่ สามารถบอกเพศลูกได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนอัลตราซาวด์ดูเพศได้ชัดเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16-20 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับท่าของลูก

5. ทำงานออฟฟิศแล้ว แพ้ท้องหนัก จัดการอย่างไรดี?

พกขนมปังกรอบหรือของว่างแห้งไว้ที่โต๊ะทำงานเสมอ พยายามอย่าปล่อยท้องว่างนานเกิน 2 ชั่วโมง ถ้าเป็นไปได้แจ้งหัวหน้าหรือ HR เพื่อขอปรับเวลาเข้าออก เพราะอาการมักหนักสุดตอนเช้า แพทย์ออกใบรับรองแพทย์สำหรับลาพักได้ถ้าอาการหนักมาก

6. แพ้ท้องหนัก ในท้องแรก แล้วท้องต่อไปจะเหมือนกันไหม?

ไม่จำเป็น คุณแม่บางคน แพ้ท้องหนัก ครรภ์แรกแต่ครรภ์ที่สองแทบไม่มีอาการ และบางคนก็หนักทุกครรภ์ ขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนในแต่ละการตั้งครรภ์ซึ่งไม่เหมือนกัน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์ของคุณทุกครั้งก่อนปรับยาหรือเริ่มอาหารเสริม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แพ้ท้องบอกเพศลูก อยากกินเปรี้ยวได้ลูกชาย อยากกินหวานได้ลูกสาว จริงไหม?

Nifty Test บอกเพศตรงไหม อยากรู้เพศลูก ตรวจ nifty test แม่นไหม

แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่? รับมือยังไง แพ้ท้องแบบไหนต้องระวัง?

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!