ขยะร่มเกล้าสะสม 5,085 ตัน กทม.ระดม 1,424 คน เร่งเคลียร์ใน 3 วัน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด จัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และล้างทำความสะอาดพื้นที่บริเวณถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายพรพรหม และ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมผู้อำนวยการเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนการจัดเก็บและกำจัดขยะตกค้างหลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ภายใต้กิจกรรม ร่วมแรงฟื้นกรุง โดยปรับรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการแบ่งโซนพื้นที่และถนนสายหลัก มอบหมายสำนักงานเขตบัดดี้ร่วมรับผิดชอบพื้นที่อย่างชัดเจน พร้อมตั้งเป้าหมายเร่งจัดเก็บขยะและฟื้นฟูพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

สำหรับปฏิบัติการในวันนี้ กรุงเทพมหานครระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 1,424 คน จากสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตบัดดี้ พร้อมยานพาหนะสำหรับขนย้ายขยะ 106 คัน ลงพื้นที่เร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ ขยะครัวเรือน และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อคืนความสะอาดและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

โดยกรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บขยะตกค้างจากน้ำท่วม บริเวณเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง วันที่ 10 ต.ค.69 ได้ประมาณ 1,300 ตัน ยอดสะสม 30 ก.ย. – 10 ต.ค. 69 ประมาณ 5,085 ตัน โดยใช้แผนแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นโซน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนเข้าชักลากขยะชิ้นใหญ่จากตรอกซอยที่รถบรรทุกไม่สามารถเข้าถึง ก่อนนำมารวบรวม ณ จุดพักขยะ เพื่อใช้รถคีบยกขึ้นรถบรรทุกเทท้ายและขนส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานครตามกระบวนการที่เหมาะสม ส่วนยอดจัดเก็บขยะตกค้างในพื้นที่เขตประสบอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ มีจำนวน 7,765.02 ตัน (ยอดสะสม 28 ก.ย. – 9 ต.ค. 69 เฉลี่ย = 647.09 ตัน/วัน)

สำหรับสำนักงานเขตที่ร่วมสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เคหะร่มเกล้า ประกอบด้วย เขตธนบุรี เขตบางแค เขตพระนคร เขตบางขุนเทียน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตทุ่งครุ เขตบางซื่อ เขตวัฒนา เขตบางรัก เขตบางบอน และเขตลาดกระบัง ในฐานะเจ้าของพื้นที่

การปรับแผนครั้งนี้มุ่งเน้นการกระจายกำลังคนและยานพาหนะให้สอดคล้องกับปริมาณขยะและสภาพพื้นที่จริง โดยกำหนดพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจน ประสานการทำงานระหว่างเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดเก็บขยะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน และเร่งเปิดพื้นที่สาธารณะให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากการจัดเก็บขยะ กทม. ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด ทั้งการจัดการขยะที่ตกค้างตามถนนและตรอกซอย การขนย้ายสิ่งของชำรุดเสียหาย การดูแลความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัย ระมัดระวังสิ่งปนเปื้อนและวัสดุแหลมคมที่อาจตกค้างหลังน้ำท่วม รวมถึงจัดการขยะและขนส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินปริมาณขยะคงเหลือและปรับกำลังสนับสนุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมุ่งให้การจัดเก็บขยะเป็นไปตามเป้าหมายภายใน 3 วัน