“ศุภจี” กาง 4 แนวทางรับมือภาษีสหรัฐ เร่งปิดดีล ART ย้ำไม่ข้าม “เส้นแดง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ค. 69) เวลา 16.00 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง 4 แนวทางสำคัญในการรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยแนวทางแรก คือ การเร่งผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน หรือ Human Rights Due Diligence (HRDD)

ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยฝ่ายไทยได้แจ้งต่อสหรัฐฯ แล้วว่า ไทยอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายดังกล่าวและจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎร โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเดือนสิงหาคมนี้
แนวทางที่สอง คือ การเร่งสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) ให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยยึดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ขณะที่ไทยยังมีบางประเด็นอ่อนไหวที่ไม่สามารถยอมรับได้ และยังคงยืนยันจุดยืนในประเด็นดังกล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า ฝ่ายไทยได้ขอให้สหรัฐฯ เปิดการเจรจาระดับเทคนิคเกี่ยวกับ ART กับไทย โดยหากเปิดการเจรจาดังกล่าวได้ คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายใน 1 สัปดาห์
สำหรับการเจรจา ART ฝ่ายไทยยังยืนยันข้อเสนอการเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ตามกรอบแถลงการณ์ร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งครอบคลุมสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบิน โดยมีเป้าหมายให้อัตราภาษีนำเข้าของไทยไม่แตกต่างจากประเทศคู่แข่งมากเกินไป และไม่สูงกว่าอัตรา 19% ที่ไทยเคยได้รับ
แนวทางที่สาม คือ การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีมูลค่าการลงทุนในสหรัฐฯ ประมาณ 19.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนการลงทุนในอนาคตเพิ่มเติมอีกราว 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว
ส่วนแนวทางที่สี่ คือ การเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ตามกรอบเดิมที่เคยตกลงกันไว้ภายใต้ Joint Statement ควบคู่กับการสนับสนุนความร่วมมือด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความมั่นคง การทหาร และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี หรือ Non-Tariff Measures ภายใต้การเจรจา ART
นางศุภจี กล่าวว่า ในการเดินทางไปเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะเจรจาไทยได้เข้าพบฝ่ายนโยบายระดับสูง เพื่อยืนยันความตั้งใจของไทยในการลดการขาดดุลการค้าตามข้อตกลงเดิม พร้อมนำข้อมูลการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ และแผนการลงทุนเพิ่มเติมไปนำเสนอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยมีส่วนช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับสหรัฐฯ เช่นกัน
สำหรับ “เส้นแดง” ในการเจรจา นางศุภจีไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อเสนอที่ไทยไม่สามารถยอมรับได้ แต่ระบุว่า ครอบคลุมคุณภาพชีวิตและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน
ในส่วนของมาตรการเยียวยาหรือการดูแลภาคเอกชน กรมการค้าต่างประเทศได้หารือกับสมาคมและผู้ประกอบการกลุ่มต่าง ๆ เพื่อพิจารณาว่าสินค้าแต่ละประเภทอยู่ภายใต้พิกัดศุลกากรใด และต้องเสียภาษีภายใต้มาตรการใด เพื่อเตรียมแนวทางรองรับผลกระทบให้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละกลุ่ม
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้อำนาจตนดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศ พร้อมย้ำว่า การดำเนินการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” เร่งเจรจาสหรัฐ หลังไทยถูกเก็บภาษี 12.5% ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ อิเล็กทรอนิกส์ไปต่อ
Back to top button