"อนุทิน" ชี้จำเป็นออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

วันนี้ (26 ส.ค.2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน ที่ประชุมหารือวาระการอนุมัติ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวชี้แจงการตรา พ.ร.ก. ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.2569 และศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นไปรัฐธรรมนูญ มาตรา 172

"อนุทิน" ชี้จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

"อนุทิน" ชี้จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

สาระสำคัญ อ้างข้อกฎหมายกำหนดให้ตราได้เมื่อ ครม. เห็นว่าเพื่อประโยชน์รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และหยิบยกเหตุผลความจำเป็นในการปรากฎฉบับนี้ กำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 4 แสนล้านบาทว่า 1.วิกฤตสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และแตกต่างจากกรณีกลุ่มโอเปคห้ามส่งออกน้ำมัน ทำให้น้ำมันในตลาดโลกขาดแคลน และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อราคาน้ำมันในโลก 2.ไทยนำเข้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางร้อยละ 50 จึงประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

และจากสถานการณ์ดังกล่าว ไม่มีใครคาดการณ์ได้ถึงความไม่แน่นอนความขัดแย้งของตะวันออกกลาง จะสิ้นสุดลงเมื่อเมื่อใด และอาจใช้เวลาอีกหลายปี ส่งผลต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางที่กลับสู่สภาพปกติ และอาจเป็นได้ว่าอาจจะไม่กลับเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นประเทศไทย ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ เกือบร้อยละ 50 เหมือนเช่นที่ผ่านมา

หากเราไม่ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเหล่านี้ เราจะต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องนี้ต่อไป และห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชนราคาพลังงาน จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วย กล่าวได้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ เป็นวิกฤตซ้อนกันหลายระลอก ที่ต้องรับมืออย่างเร่งด่วนเป็นประกันสำคัญ เพื่อรับมือวิกฤตในอนาคต และจำกัดผลกระทบให้ขยายตัวในวงกว้าง จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดอันเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า ภายใต้กรอบงบประมาณประจำปี เครื่องมือทางการคลังในปัจจุบันไม่สามารถรองรับความจำเป็นดังกล่าวได้ เนื่องจากแหล่งงบประมาณที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวมีข้อจำกัด ทำไม่ทันหากใช้งบประมาณปกติ และวิกฤตครั้งนี้มีความไม่แน่นอนสูง งบที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอต่อผลกระทบ และงบกลาง เงินสำรองจ่ายตั้งกรอบ 99,000 ล้านบาท

ครม. ใช้งบกลางดังกล่าวในการบรรเทาภัยพิบัติในหลายพื้นที่ และสถานการณ์ความไม่สงชายแดนไทยกัมพูชา ค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงของรัฐ และภารกิจที่จำเป็นเร่งด่วน ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นทำให้งบรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง มีจำนวนไม่เพียงพอกับภาระดังกล่าว และปัจจุบันยังจำเป็นต้องใช้จ่ายจำเป็นเร่งด่วนเพิ่มเติม 1.4 แสนล้านบาท ที่เป็นภาระเกิดขึ้นระหว่างปี แต่งบที่เหลืออยู่ 50,000 ล้านบาทไม่เพียงพอกับภาระค่าค่าใช้จ่ายดังกล่าว

และงบประมาณปี 2569 ใช้ไป 2 ไตรมาสหรือร้อยละ 72 ยังมีงบประมาณที่ต้องใช้ในไตรมาส 3-4 ตามแผนคาดว่าจะมีงบคงเหลือที่จำกัด ในการทำกฎหมายโอนเงินรายจ่ายได้ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ไขวิกฤตพลังงาน ส่วนการใช้งบประมาณปี 2570 ก็ไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ตค. 2569 จึงไม่สามารถใช้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้

นายอนุทิน กล่าวว่า และมีความจำเป็นรัฐบาลต้องเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทางเลือก ที่ผลิตได้ในประเทศโดย ลดพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิล ควบคู่การพัฒนาทักษะประชาชนรองรับการปรับโครงสร้าง

การตรา พ.ร.ก. นี้เป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์โดยใช้ 3 วิธีการ เพื่อบรรลุเป้าหมายการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ อันเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนเกษตรกรและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต และลดการใช้พลังงานฟอสซิลให้เร็วที่สุด มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่ผลิตได้ในประเทศ

"อนุทิน" ชี้จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

"อนุทิน" ชี้จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

ส่วน 3 วิธีการคือ 1.การให้ความช่วยเหลือในการลดภาระค่าใช้จ่ายในการครองชีพ การประกอบอาชีพของประชาชนเกษตรกรและผู้ประกอบการ 2.สนับสนุนภาครัฐภาคเอกชนชุมชน ประชาชนทั่วไปปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือกที่ผลิตได้ในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่นำเข้า 3.การพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมรองรับการปรับโครงสร้างด้านพลังงานของประเทศ ไปสู่การใช้พลังงานทดแทนทางเลือกที่ต้องถามควบคู่กัน

ในการตรา พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท ในครั้งนี้ รัฐบาลจะตระหนักถึงความห่วงใย ต่อประเด็นการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่าและความโปร่งใส ในการใช้จ่ายเงินกู้ดังกล่าว รัฐบาลจึงกำหนดหลักการสำคัญที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงิน การคลัง ของรัฐ เพื่อเป็นกรอบวินัยในการกู้เงินไว้ในกฎหมายฉบับนี้

นายอนุทิน ระบุเพิ่มเติมว่า 1.ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจในการกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศรวมไม่เกิน 4 แสนล้านบาท โดยต้องลงนามหรือออกตราสารหนี้ภายในวันที่ 30 ก.ย.2570 2.วัตถุประสงค์การใช้เงินกู้ให้ใช้จ่ายภายใต้แผนงานหรือโครงการที่กำหนด ในบัญชีท้ายพระราชกำหนดฉบับนี้ และเน้นย้ำว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามทุกวิถีทางบริหารจัดการแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีมีอยู่ แต่แหล่งเงินมีไม่เพียงพอไม่ทันสถานการณ์

ประกอบกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ จึงคาดการณ์ว่าต้องใช้เงินแก้ไขผลผลกระทบประมาณ 4 แสนล้านบาท จึงไม่อาจใช้วิธีการงบประมาณตามปกติ จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตรา พ.ร.ก. กู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อให้รัฐสภาและประชาชนมีความมั่นใจในการบริหารหนี้สาธารณะของรัฐบาล ชี้แจงเพิ่มเติมว่าการกู้เงินของรัฐบาลภายใต้กฎหมายฉบับนี้เมื่อรวมกับการกู้เงินกรณีอื่นจะไม่กระทบต่อกรอบการบริหารหนี้สาธารณะ ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะ GDP ไม่เกินร้อยละ 70

การกู้เงินจะกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ในประเทศ และกระทรวงการคลังวางแผนการชำระหนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อกระจายความเสี่ยงและดูต้นทุนการกู้เงินในระดับที่เหมาะสม มีความความสามารถในการบริหารการชำระหนี้ได้ทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย โดยยืนยันการชำระหนี้ยังอยู่ในระดับที่รัฐบาลบริหารจัดการได้ เพื่อให้การบริหารจัดการคุ้มค่าโปร่งใสตรวจสอบได้

"อนุทิน" ชี้จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

"อนุทิน" ชี้จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบนำเข้าน้ำมัน 50%

นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลบริหารจัดการกระบวนการกลั่นกรองโครงการ ผ่านกลไกของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ต้องเป็นโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และอยู่ภายใต้แผนงานโครงการที่กำหนดตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดเท่านั้น และต้องพิจารณากลั่นกรอง ด้วยความเหมาะสมรอบคอบคุ้มค่า รวมถึงความความจำเป็นเร่งด่วน ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับเงินงบประมาณและแหล่งอื่น โดยกำหนดกรอบการกู้เงิน 5T

นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน นับเป็นวิกฤตร้ายแรง รัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงขอเรียนไปยังสภาผู้แทนราษฎรโปรดร่วมการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการวิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

อ่านข่าว :

“อนุทิน” ทัก “ณัฐวุฒิ” ก่อนอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินฯ มั่นใจรัฐบาลชี้แจงได้

“ณัฐพงษ์" นำทีมฝ่ายค้านอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

"เนเน่" คว้า Golden Buzzer ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ America’s Got Talent 2026