เชียงใหม่ผนึกกำลัง4มหาวิทยาลัยแกนนำจับมือภาคประชาชนและเอกชนขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคเหนือ-ดัน ศก.เชิงพื้นที่ยั่งยืน
- หน้าหลัก
- ภูมิภาค
- ภาคเหนือ
เชียงใหม่ผนึกกำลัง4มหาวิทยาลัยแกนนำจับมือภาคประชาชนและเอกชนขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคเหนือ-ดัน ศก.เชิงพื้นที่ยั่งยืน
เผยแพร่: 10 ต.ค. 2569 21:02 ปรับปรุง: 10 ต.ค. 2569 21:02 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เชียงใหม่ - เชียงใหม่เดินหน้าสร้างกลไก “วิสาหกิจเพื่อสังคมเชิงพื้นที่” หรือ Area-based Social Enterprise ดึงภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะฝุ่นควัน PM2.5 พร้อมผลักดัน “เชียงใหม่ Sandbox” เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมทางสังคม เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้จริง และสร้างโมเดลธุรกิจที่ช่วยให้ชุมชนมีรายได้ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
วันนี้(10 ต.ค.69) ที่โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคเหนือ ภายใต้โครงการพัฒนาระบบการบ่มเพาะและเร่งรัดกลุ่มเศรษฐกิจ โดยมีนายอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) และ รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจาก 4 มหาวิทยาลัยแกนนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคม เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยในการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคเหนือ ว่า จังหวัดกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่นควัน PM2.5 ที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรบนพื้นที่สูง ซึ่งที่ผ่านมาแนวทางแก้ไขจำนวนมากยังอยู่ในรูปแบบกิจกรรมเพื่อสังคมหรือการช่วยเหลือจากภาครัฐที่ไม่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ ทำให้เกษตรกรขาดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจและยังเกิดการเผาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันนายทศพล ระบุว่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องนำกลไก “วิสาหกิจเพื่อสังคม” และ Social Impact Startup เข้ามาสร้างระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด “คิดแบบนักธุรกิจ แต่ทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” พร้อมผลักดันเชียงใหม่ให้เป็น “Sandbox” หรือ Government Innovation Lab เพื่อทดลองแนวทางใหม่ รวมทั้งช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายและระเบียบ และนำผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยลงไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่จริง
สำหรับการขับเคลื่อนครั้งนี้ยังสอดคล้องกับการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคเหนือ หรือ Northern SE Network ที่มีมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นแกนนำ เชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และภาคประชาชน เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ตลาด และแหล่งสนับสนุนให้ตอบโจทย์พื้นที่อย่างเป็นระบบ
ด้านนายอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ สวส. กล่าวว่า สวส. มีนโยบายใช้กลไกทางธุรกิจเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยจังหวัดเชียงใหม่มีวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนแล้ว 17 แห่ง มากที่สุดในประเทศ และยังมีศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก สวส. พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านการเข้าถึงแหล่งทุนและโอกาสทางตลาด รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และภาคประชาสังคม เพื่อเปลี่ยนจากการ “ตามแก้ปัญหา” ไปสู่การ “ป้องกันปัญหา” เช่น การบริหารจัดการชีวมวลและลดพื้นที่เผา
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท. กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือทำให้กลไกตามกฎหมายวิสาหกิจเพื่อสังคมกลับมามีบทบาทอย่างจริงจัง โดยไม่ได้สนับสนุนเพียงงบประมาณ แต่รวมถึงตลาด เทคโนโลยี การบริจาค และกลไกต่าง ๆ ที่ช่วยให้กิจการเพื่อสังคมดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมงานวิจัยจากกระทรวง อว. และ บพท. ไปสู่การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่และต่อยอดเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่สามารถวัดผลลัพธ์ได้จริง
รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท.กล่าวด้วยว่า “เชียงใหม่ Sandbox” จะเป็นพื้นที่ทดลองให้ภาคส่วนต่าง ๆ ทำงานร่วมกันจากโจทย์จริง เช่น PM2.5 และมิติด้านวัฒนธรรม ขณะที่ภาคเอกชนหรือผู้บริจาคที่สนับสนุนผ่านกองทุนสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยนำไปหักลดหย่อนได้ถึง 200% ซึ่งจะช่วยดึงทรัพยากรจากภาคธุรกิจเข้าสู่การแก้ปัญหาสาธารณะมากขึ้น โดยการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายกำหนดทิศทาง Northern SE Network และแนวทางความร่วมมือระหว่าง สวส. มหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่ง และภาคีในพื้นที่ ก่อนลงพื้นที่ศึกษาดูงานวิสาหกิจเพื่อสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำข้อเสนอจากผู้ประกอบการไปพัฒนากลไกสนับสนุนในระยะต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่าการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคเหนือ โดยมีมหาวิทยาลัย 4 แห่งเป็นแกนนำใน การประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 2.เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมในการสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมเชิงพื้นที่ และสื่อสารทิศทางการขับเคลื่อนเครือข่ายต่อสาธารณะ 3. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ และนำข้อเสนอจากผู้ประกอบการมาประกอบการวางแผนสนับสนุนในระยะต่อไป
โดยประเด็นสำคัญในการหารือร่วม ได้แก่ 1.เป้าหมายและขอบเขตการดำเนินงานของ Northern SE Network รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการและโจทย์เชิงพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญในระยะแรก 2.บทบาทของมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่ง และรูปแบบการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน 3.แนวทางความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และภาคประชาชน ซึ่งเบื้องต้นคาดหวังจะได้ข้อเสนอเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเครือข่าย บทบาทของภาคี พร้อมแนวทางประสานงานต่อเนื่องหลังการประชุม และข้อเสนอจากการศึกษาดูงานสำหรับนำมาประกอบการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมเชิงพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่