จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ "เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี จิ้นผิง"

ตลาดทองคำสัปดาห์นี้ เผชิญหลายปัจจัยชี้ทิศทาง ทั้งสถานการณ์น้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซ การประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี และถ้อยแถลงกรรมการเฟด ขณะที่การประชุมสุดยอด ทรัมป์–สี จิ้นผิง ถูกจับตาว่าจะมีความคืบหน้าในการคลี่คลายความขัดแย้งสหรัฐอเมริกา–อิหร่านหรือไม่ หลังราคาทองสัปดาห์ก่อน ฟื้นตัวจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อพลังงานที่เริ่มผ่อนคลายลง

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

“ฮั่งเซ่งเฮง“ วิเคราะสถานการณ์ ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เริ่มฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลงจากความกังวลด้านอุปทานที่เริ่มคลี่คลาย หลังซาอุดีอาระเบียเร่งจัดส่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมผ่านโอมาน โดยใช้วิธีถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ หรือ Ship-to-Ship Transfer เพื่อระบายน้ำมันออกสู่ทะเลอาหรับ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม

โดยปัจจัยดังกล่าว ช่วยลดความกังวลของตลาดต่อภาวะขาดแคลนน้ำมันระยะสั้น และแรงกดดันเงินเฟ้อจากภาคพลังงาน ส่งผลให้ราคาทองคำมีแรงฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ทิศทางทองคำในสัปดาห์นี้ยังต้องเผชิญตัวแปรสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

น้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญ จับตาวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามว่าการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง จะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้มากน้อยเพียงใด แม้สหรัฐฯ ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้เรือพาณิชย์เดินเรือได้ และกองเรือรบสหรัฐฯ ยังคงลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย แต่ปริมาณการเดินเรือยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติอย่างมาก

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

หากซาอุดีอาระเบียสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกผ่านเส้นทางอื่นได้ต่อเนื่อง และช่วยให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและลดความจำเป็นที่เฟดต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ

ในทางกลับกัน หากความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านยืดเยื้อ หรือขยายวงไปยังทะเลแดงและช่องแคบอื่น จนกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน และผลักดันราคาน้ำมันดิบกลับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ จะเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและอาจกดดันราคาทองคำ ผ่านการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

เปิดประมูลพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 2 ปี ชี้ทิศทางยีลด์

อีกปัจจัยสำคัญคือการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ในวันที่ 23 ก.ย. ซึ่งตลาดจะจับตาทั้งระดับผลตอบแทนสูงสุด (High Yield) และอัตราส่วนยอดเสนอซื้อต่อยอดซื้อจริง (Bid-to-Cover Ratio) เพื่อประเมินความต้องการพันธบัตรและทิศทางบอนด์ยีลด์ในตลาดรอง

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

ข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือนสะท้อนว่า High Yield ปรับจาก 4.189% ในเดือน มิ.ย. ขึ้นแตะ 4.315% ในเดือน ก.ค. ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 4.204% ในเดือน ส.ค. ขณะที่ Bid-to-Cover Ratio อยู่ที่ 2.64 เท่าในเดือน มิ.ย. เพิ่มเป็น 2.66 เท่าในเดือน ก.ค. ก่อนลดลงเหลือ 2.60 เท่าในเดือน ส.ค.

ดังนั้น หากการประมูลเดือน ก.ย.ออกมาอ่อนแอ โดย High Yield ปรับสูงขึ้นพร้อม Bid-to-Cover Ratio ลดลง จะสะท้อนว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ซึ่งอาจผลักดันบอนด์ยีลด์ตลาดรองให้สูงขึ้น และกดดันราคาทองคำ

แต่หาก Bid-to-Cover Ratio เพิ่มขึ้น แม้ High Yield ยังอยู่ในระดับสูง จะสะท้อนว่าอุปสงค์พันธบัตรยังแข็งแกร่ง และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนทองคำ โดยเฉพาะหากตลาดเริ่มลดความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

นอกจากนี้ ตลาดยังต้องจับตา ถ้อยแถลงของกรรมการเฟดหลายรายตลอดสัปดาห์ โดยประเด็นหลักอยู่ที่มุมมองต่อเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งท่าทีของกรรมการเฟด มีความสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของตลาด

โดยเฉพาะหากส่งสัญญาณคุมเข้ม เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้การคาดการณ์ดอกเบี้ยผ่าน FedWatch ของ CME Group ผันผวน และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากถ้อยแถลงไม่ได้ส่งสัญญาณใหม่หรือไม่ได้เพิ่มน้ำหนัก ความกังวลต่อเงินเฟ้อ อาจช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำได้

ตลาดติดตามประชุม “ทรัมป์–สี” ลุ้นคลี่คลายปมอิหร่าน

อีกประเด็นที่ตลาดทองคำ จับตาคือการประชุมสุดยอดระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในวันที่ 23 ก.ย. โดยก่อนหน้านี้นายหวัง อี้ รมต.ต่างประเทศจีน และนายมาร์โก รูบิโอ รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ หารือเพื่อเตรียมการประชุมดังกล่าว นอกจากประเด็นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าแล้ว สถานการณ์ตะวันออกกลางและความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน เป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากจีนมีท่าทีสนับสนุน การใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

หากการหารือส่งสัญญาณผ่อนคลายสถานการณ์อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ อาจช่วยลดความเสี่ยงราคาน้ำมันและแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่หากความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนมีทิศทางที่ดีขึ้น อาจส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์และบรรยากาศการลงทุน ซึ่งเป็นตัวแปรต่อราคาทองคำเช่นกัน

นอกจากนี้ ประเด็นไต้หวันยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะจีนถือเป็นประเด็นอ่อนไหว ในการเจรจาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ หากการหารือไม่มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ อาจทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

นอกจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินและภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือน ก.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ส.ค. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการเดือน ก.ย. รวมถึงดัชนีภาคการผลิตของเฟดสาขาริชมอนด์ ข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการประเมินทิศทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการคาดการณ์ดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์ และท้ายที่สุดจะส่งผลต่อราคาทองคำ

ทองคำเริ่ม Break Out จับตา 4,430–4,500 ดอลลาร์

“ฮั่วเซ่งเฮง” วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำว่า ในสัปดาห์ก่อนสามารถทำราคาทะลุกรอบหรือแนวต้านสำคัญ ที่เคยกดราคาไว้ (Break Out) ทะลุกรอบ Falling Wedge Pattern ซึ่งราคาทองคำกำลังปรับตัวลง แต่แรงขายอาจเริ่มชะลอตัวลง และฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะ Sideways หลังจากทยอยปรับตัวลงก่อนหน้านี้

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ  “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

จับตา 4 ตัวแปรชี้ทิศทองคำ “เฟด–บอนด์ยีลด์–น้ำมัน–ซัมมิต ทรัมป์–สี’”

กรณีปัจจัยบวก หากราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่การประชุมทรัมป์–สี จิ้นผิง มีสัญญาณช่วยคลี่คลายสถานการณ์อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงแรงกดดันจากดอลลาร์ลดลง ทองคำมีโอกาสฟื้นตัวต่อ โดยมีแนวต้านที่ 4,430 และ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนกรณีปัจจัยลบ หากสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน ยืดเยื้อหรือขยายวง จนผลักดันราคาน้ำมัน Brent และ WTI กลับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่การประมูลพันธบัตร 2 ปีอ่อนแอ และกรรมการเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มเงินเฟ้อมากขึ้น อาจทำให้บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น และกดดันราคาทองคำ โดยมีแนวรับที่ 4,265 และ 4,195 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับทองคำแท่งในประเทศ มุมมองการลงทุนแนะนำให้ทยอยสะสม เมื่อราคาปรับตัวลงใกล้บริเวณ 67,400 บาท โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 66,800 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 69,300 และ 70,000 บาท

อ่านข่าว:

ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง รับแรงบอนด์ยีลด์พุ่ง-น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์

จับตา 3 แบงก์กลางใหญ่ชี้ชะตาทองคำโลก ฮอร์มุซป่วน-เงินเฟ้อกดดันตลาด

"ทองคำ" ยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นเป้าสิ้นปี 5,000 ดอลลาร์ "ทองไทย" ขาย 77,000 บาท