บันทึกหน้า 4
นอกจากปรากฏการณ์ดุเดือดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว การอภิปรายครั้งนี้ยังสะท้อนคำกล่าวไทยๆ ที่ว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” ชัดเจน โดยเฉพาะกรณี “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตั้งใจพูดคำว่า “พล่าม” ออกมาในการอภิปรายเมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ก.ย. ในการอภิปรายมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับโครงการน้ำบาดาล ...๐
ที่สำคัญลักษณะการใช้คำพูดแบบนี้ไม่ได้เกิดครั้งแรกกับ สส.ส้ม เพราะก่อนหน้านี้ในการประชุม พ.ร.บ.อากาศสะอาด “ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน. ก็พูดคำว่า “แม่ง ทุเรศฉิบหาย” ออกมาแล้วในเวทีสภา แต่ที่น่าคิดและน่าสนใจเข้าไปอีก คือ การเปิดวอร์ของ “ไอซ์-บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร แห่งค่ายภูมิใจไทยในโลกโซเชียลนั้น จากคำ “You baseborn bastard!” และ “สลิ้งแตก” นั้น “ไอซ์” กลับมีการแปลงสารในคำของ สส.ตี๋โดยตัดคำว่า “แม่ง” ออกเหลือแค่ “ทุเรศฉิบหาย” ให้โลกโซเชียลวิจารณ์ถึงการใช้คำของ สส.รุ่นใหญ่ เล่นเอาสภากาแฟถึงกลับต้องย้อนไปคิดว่า ลักษณะ ช่างคล้ายคลึงกับพรรคฝ่ายค้านในอดีตที่ชอบเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นอย่างไรอย่างนั้น ...๐
แล้วที่ “คอกาแฟ” ขำไม่ออกเข้าไปอีกคือ ก่อนหน้านี้ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ ปชน. เคยเล่นบทพระเอกอบรม “มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช” รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ที่หลุดเรียกชื่อเล่น “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ว่าเท้งในการประชุม ว่าไม่เหมาะสมนั้น แต่ กลับเงียบฉี่กับการใช้คำพูดต่ำตมแบบนี้ในการประชุมสภา งานนี้เลยมีคำถามว่า พอเป็นคนของตัวเองทำไม “โรม” ไม่ออกมาอบรมสั่งสอนให้รู้จักเรื่องกาลเทศะ บ้างเล่า ...๐
นี่ยังไม่นับ “ภัณฑิล น่วมเจิม” สส.กรุงเทพมหานคร พรรคส้มโวยวายว่าประชุมดึกไม่มีข้าวกิน และเรียกร้องให้สภาจัดสวัสดิการอาหารรองรับ สส.ในช่วงประชุมดึกอีก ตกลงว่านักการเมืองไทยที่มีผู้ช่วยถึง 8 คนไม่มีปัญญาหารับประทานเองได้ ทั้งที่มีเงินเดือนระดับเป็นแสนบาท และ เงินเดือนของผู้ช่วยทั้ง 8 รวมกันก็ระดับกว่าแสนบาทเหรอ ที่สำคัญแค่เรื่อง “หิว” แค่นี้ยังต้องไปยืนบนโพเดียมแถลงเป็นวรรคเป็นเวรไม่อายคนหาเช้ากินค่ำ หรือคนไม่มีข้าวสารกรอกหม้อกันบ้างหรืออย่างไร แบบนี้น่ะเหรอที่บอกว่าเป็นนักการเมืองยุคใหม่ เป็นอนาคตของประเทศ บอกได้คำเดียวว่า “เวรกรรม” พี่น้องเอ๋ย ...๐
เมื่อพูดถึงการอภิปรายแล้วก็ต้องไล่ยาวให้จบไปเลย เพราะดูแนวโน้มก็เชื่อว่า 3 วันไม่น่าจะรอดไปได้ เพราะแต่ละคนเรียกว่าอยากโชว์ออฟตั้งข้อสังเกตสังกากันเสียเหลือเกิน ขนาด สส.พรรคส้มด้วยกันเองอย่าง “นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ” สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ยังลุกขึ้นหารือให้ประธานความคุมเนื้อหาในการอภิปรายเลย เพราะแค่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ยังใช้เวลาไปกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งกฎหมายมีทั้งหมด 41 มาตรา แต่ไทมไลน์ที่กำหนดไว้นั้นจะหมดลงแล้ว ...๐
โดยงานนี้ “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตัวแทนวิปฝ่ายค้านก็ระบุว่า 2 ทางเลือก โดยถ้าไม่จบวันนี้ 10 ก.ย. ก็ประชุมตามวาระปกติ และมาต่อ พ.ร.บ.งบในวันที่ 11 ก.ย.หรือเลิกนัดวันพรุ่งนี้ แล้วต่อ พ.ร.บ.งบประมาณ นี่ถ้าถามชาวบ้านชาวช่องเขาจะบอกว่า จะผลาญภาษี เปลืองค่าน้ำค่าไฟกันไปถึงไหน เพราะสุดท้ายแล้วก็รู้กันอยู่ในการลงมติจะออกอย่างไร หรือจะเป็นแบบที่ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รมช.คมนาคมบอกไว้ว่า คนที่ต้องการยื้อญัตติรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ฝ่ายค้านเอง เพราะ เล่นอภิปรายซ้ำซ้อนกันไปมา ที่สำคัญบางรายก็ออกแนวเลอะเทอะที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะการเสนอให้ตัดงบระดับหมื่นล้านแสนล้านบาท ...๐
ท.ศักดิ์