ทองดิ่งเหวหลุด $4,200! ต่ำสุด 7 สัปดาห์ น้ำมันพุ่งกระตุ้นเงินเฟ้อ หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนต.ค. : อินโฟเควสท์

ราคาทองร่วงลงกว่า 3% หลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์ในวันนี้ แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนต.ค.
ณ เวลา 21.10 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] ลบ 131.14 ดอลลาร์ หรือ 3.07% สู่ระดับ 4,146.64 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.
ส่วนราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลบ 140.40 ดอลลาร์ หรือ 3.20% สู่ระดับ 4,180.80 ดอลลาร์/ออนซ์
นอกจากนี้ ราคาทองถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ หลังการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 57.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 55.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 44.1% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 3% ในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 108 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และบอกกับผู้ช่วยของเขาว่า เขาคาดว่าสหรัฐจะกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงหลักสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.200% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ซึ่งโดยทั่วไปมักตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.500% ซึ่งต่างก็ปรับตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี
“ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการร่วงลงของราคาทองในช่วงที่ผ่านมา”
“ปัจจัยแวดล้อมเช่นนี้อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริงของสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และมีส่วนทำให้ราคาทองคำเกิดความผันผวนมากขึ้นในระยะใกล้” นายโจวานนี สตาอูโนโว นักวิเคราะห์ของยูบีเอส กล่าว
นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจหลายรายการในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ โดยจะมีกำหนดประกาศในวันพุธ ส่วนตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐ มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี ขณะที่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกันยายน ซึ่งตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิด มีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ