กลุ่มทุนของเจฟฟ์ เบโซส เศรษฐีเบอร์ 4 โลก เข้าซื้อหุ้นหงส์แดง 1 ใน 3 มูลค่า 7.4 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม “1892 โฮลดิ้งส์” กลุ่มทุนที่มีเจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลก ผู้ก่อตั้งแพล็ตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ “แอมะซอน” เป็นหนึ่งในผู้ลงทุน เข้าซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของสโมสรลิเวอร์พูลจาก “เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป” (เอฟเอสจี) แล้ว รายงานข่าวระบุว่า มูลค่าของดีลนี้อยู่ที่ 1,650 ล้านปอนด์ (74,250 ล้านบาท) ทำให้ประเมินมูลค่าสโมสรลิเวอร์พูลได้ที่ประมาณ 5,000-6,000 ล้านปอนด์ (225,000-270,000 ล้านบาท) ในขณะนี้
1892 โฮลดิ้งส์ นำโดยอามิต บาเตีย นักธุรกิจชาวอังกฤษ-อินเดีย ลูกเขยของลักษมี มิตทาล นักธุรกิจชาวอินเดีย อดีตเจ้าของร่วมสโมสรควีนสปาร์ก เรนเจอร์ส ซึ่งขายหุ้นไปเมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีนักธุรกิจและมหาเศรษฐีหลายรายเข้าร่วม นอกจากเบโซสแล้วยังมีเอดูอาร์โด้ ซาเวริน ผู้ร่วมก่อตั้ง “เฟซบุ๊ก” ด้วย
ผลจากการเข้าถือหุ้นครั้งนี้ บาเตียจะได้นั่งเก้าอี้รองประธานสโมสรและมีสิทธิออกเสียงในบอร์ดบริหาร นอกจากนี้ยังมีไบรอัน บอม ผู้ก่อตั้งบริษัท “เค5 สปอร์ตส์” ที่เบโซสถือหุ้นอยู่ ก็จะร่วมเป็นบอร์ดบริหารทีมหงส์แดงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเบโซสไม่ได้ร่วมนั่งในบอร์ดแต่อย่างใด
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า การขายหุ้นครั้งนี้ไม่มีผลต่อแผนการซื้อขายนักเตะของลิเวอร์พูลในตลาดรอบนี้แต่อย่างใด โดยไม่มีรายงานว่าจะมีการเพิ่มทุนในการช้อปนักเตะเพิ่มจากการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ แต่ในเงื่อนไขการซื้อขายนั้นระบุว่า กลุ่มทุนที่เข้ามาใหม่มีออปชั่นที่สามารถเพิ่มการลงทุนในอนาคต หมายความว่าเป็นการเปิดทางให้กลุ่มทุนใหม่นี้สามารถเข้าไปถือหุ้นใหญ่ของสโมสรได้กรณีเอฟเอสจีต้องการขายทีม แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขผูกมัดว่าจะต้องเพิ่มทุนแต่อย่างใด
เอฟเอสจีแถลงว่า ดีลนี้เพื่อเป้าหมายการพัฒนาทีมลิเวอร์พูลในระยะยาวด้วยการดึงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายธุรกิจ เทคโนโลยี และการลงทุน โดยพาร์ตเนอร์ใหม่จะร่วมมือกับเอฟเอสจีในการบริหารงานสโมสร เปิดโอกาสใหม่ๆ เพื่อยกระดับทีมทั้งในและนอกสนาม ขณะที่เอฟเอสจียังคงถือหุ้นใหญ่ของลิเวอร์พูลต่อไป
ด้านบาเตียกล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมลงทุนในทีมลิเวอร์พูล เราเคารพและชื่นชมเอฟเอสจีกับทุกสิ่งที่พวกเขาทำและประสบความสำเร็จที่แอนฟิลด์ การได้ร่วมลงทุนกับสโมสรแห่งนี้เป็นเกียรติมากๆ เพราะเราเชื่อมั่นใจสโมสรและความเป็นผู้นำของผู้บริหาร และมุ่งมั่นจะสนับสนุนให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในอนาคต
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากรายงานของบริษัทวิเคราะห์การเงิน “ดีลอยต์” ลิเวอร์พูลเพิ่งกลายเป็นสโมสรที่มีรายได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก และในเดือนถัดมา หงส์แดงก็เผยรายได้ประจำฤดูกาล 2024-25 ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีม 703 ล้านปอนด์ (31,635 ล้านบาท)
สำหรับเบโซสเคยมีข่าวว่าให้ความสนใจในการลงทุนด้านกีฬามาหลายครั้งในอดีต แต่การร่วมถือหุ้นลิเวอร์พูลครั้งนี้เป็นการลงทุนด้านกีฬาอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเจ้าตัว