ซีพีแรม ปั้นตลาดอาหารเจสู่มื้อปกติ 365 วัน ชู 50 เมนูรับเทรนด์ Plant-based ดันกลยุทธ์สร้างยอดขายนอกเทศกาล

ซีพีแรม เดินหน้าขยายตลาดอาหารเจจากการบริโภคช่วงเทศกาล 9 วัน สู่โอกาสทางธุรกิจตลอดทั้งปี รับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกรับประทานอาหารจากพืชมากขึ้น ทั้งกลุ่มกินเจ วีแกน และ Flexitarian ที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์โดยไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมด ปี 2569 ส่งผลิตภัณฑ์อาหารเจกว่า 50 เมนู ครอบคลุมอาหารมื้อหลักและของว่าง พร้อมต่อยอดแบรนด์ VG for Love เลอแปง และเจด ดราก้อน เจาะตลาดด้วยเมนูคุ้นเคย วัตถุดิบหลากหลาย และความสะดวกในการซื้อ หวังเพิ่มโอกาสการซื้อซ้ำและเปลี่ยนเทศกาลกินเจให้เป็นจุดเริ่มต้นของการบริโภคอาหารจากพืชในชีวิตประจำวัน

จากตลาด 9 วัน สู่โอกาสสร้างยอดขายตลอดปี

17 ต.ค. 2569 – บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเจอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารเจกว่า 50 เมนู ในช่วงเทศกาลวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569

ทิศทางการพัฒนาสินค้าในปีนี้สะท้อนการมองตลาดอาหารเจกว้างกว่าการบริโภคตามเทศกาล โดยให้ความสำคัญกับการทำให้อาหารจากพืชเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ง่ายขึ้น ผ่านปัจจัยสำคัญทั้งรสชาติ ความสะดวก ราคา และความคุ้มค่า ควบคู่กับความสนใจด้านวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการที่เพิ่มขึ้น

อีกหนึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่มีบทบาทต่อการขยายตลาดคือ Flexitarian หรือผู้ที่เลือกเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืชและลดการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นบางมื้อ โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด พฤติกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตพัฒนาอาหารเจและอาหารวีแกนให้เป็นทางเลือกสำหรับมื้อปกติ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่ถือศีลกินเจหรือผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม

นายณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต มีคุณค่าทั้งด้านความศรัทธา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ขณะที่รูปแบบการบริโภคของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ซีพีแรมจึงนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งรสชาติ คุณภาพ ความสะดวก ความคุ้มค่า และสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้อาหารเจเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น และต่อยอดจากการบริโภคตามเทศกาลสู่ชีวิตประจำวัน

VG for Love–เลอแปง–เจด ดราก้อน เจาะหลายมื้อด้วยเมนูคุ้นเคย

กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของซีพีแรมในปี 2569 มุ่งเพิ่มทางเลือกให้ครอบคลุมทั้งมื้อหลัก มื้อเช้า และมื้อว่าง โดยใช้แบรนด์ที่มีอยู่เป็นช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค พร้อมพัฒนาเมนูที่คุ้นเคยให้สอดคล้องกับการบริโภคอาหารจากพืช

VG for Love เน้นอาหารพร้อมรับประทานที่ผู้บริโภครู้จักอยู่แล้ว เช่น ผัดหมี่ซั่วเจ ข้าวกะเพราหมูกรอบเจ รวมถึงเมนูใหม่อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และจัมโบ้บิ๊กเปาเห็ดหอมผัดพริกสด โดยมุ่งลดช่องว่างระหว่างอาหารเจกับมื้ออาหารทั่วไป ผ่านรสชาติที่คุ้นเคยและความสะดวกในการรับประทาน

เลอแปง ขยายทางเลือกไปยังมื้อเช้าและมื้อว่าง ด้วยผลิตภัณฑ์อย่างคัพเค้กกล้วยหอมสูตรเจ ขนมปังรสช็อกโกแลตชิพสูตรเจ และขนมปังลูกเกดสูตรเจ ช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าเจเข้าไปอยู่ในหลายช่วงเวลาของวัน แทนที่จะจำกัดอยู่เฉพาะมื้อหลักในช่วงเทศกาล

ส่วน เจด ดราก้อน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เจด ดราก้อน x ดีน่า” ซาลาเปาเจ 3 รสชาติ ได้แก่ ซาลาเปานมถั่วเหลืองผสมงาดำ ซาลาเปานมถั่วเหลืองผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่ และซาลาเปานมถั่วเหลืองผสมจมูกข้าวญี่ปุ่น โดยนำความเชี่ยวชาญด้านซาลาเปาของเจด ดราก้อน มาต่อยอดกับนมถั่วเหลืองและวัตถุดิบกลุ่มธัญพืชจากดีน่า เพื่อเพิ่มทางเลือกในตลาดอาหารว่างจากพืช

การพัฒนาสินค้าครอบคลุมหลายประเภทช่วยให้ซีพีแรมมีทางเลือกในการเข้าถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ทั้งผู้ที่ต้องการอาหารเจสำหรับมื้อหลัก ผู้ที่มองหาของว่าง และผู้บริโภคที่ต้องการลดเนื้อสัตว์เป็นบางมื้อ ขณะเดียวกัน การใช้เมนูที่คุ้นเคยยังช่วยให้ผู้บริโภคทดลองซื้อได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินมากเกินไป

ชูวัตถุดิบจากพืช รับความสนใจด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต

นอกจากรสชาติและความสะดวกแล้ว วัตถุดิบยังเป็นอีกปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ของเจด ดราก้อนและดีน่านำวัตถุดิบอย่างนมถั่วเหลือง งาดำ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และจมูกข้าวญี่ปุ่นมาใช้พัฒนาสินค้า สอดรับกับความสนใจเรื่องอาหารจากพืชและการดูแลสุขภาพในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเจยังต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของอาหารแต่ละมื้อ ทั้งพลังงาน โซเดียม และน้ำมัน ควบคู่กับการสร้างรสชาติที่รับประทานง่าย เพื่อให้สินค้าไม่ได้มีจุดขายเพียงการไม่มีเนื้อสัตว์ แต่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

สำหรับธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างคุณค่าที่ผู้บริโภคมองหา กับปัจจัยพื้นฐานในการตัดสินใจซื้อ ได้แก่ ความอร่อย ราคา ความสะดวก และการหาซื้อได้ง่าย หากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ได้ครบถ้วน ก็มีโอกาสเพิ่มความถี่ในการบริโภคและสร้างการซื้อซ้ำได้มากกว่าการพึ่งพาความต้องการในช่วงเทศกาลเพียงอย่างเดียว

ใช้ภูเก็ตเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลาด ต่อยอดสินค้าไปทั่วประเทศ

ซีพีแรมมองว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่สำคัญในการศึกษาการตอบรับของผู้บริโภค เนื่องจากในช่วงเทศกาลกินเจมีทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้สามารถเห็นความต้องการของผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งด้านรสชาติ ราคา ขนาดสินค้า และประเภทเมนูที่ได้รับความนิยม

ข้อมูลจากช่วงเทศกาลสามารถนำไปประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางแผนการจำหน่าย และประเมินโอกาสขยายตลาดในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะเมนูที่มีฐานผู้บริโภคอยู่แล้ว เช่น ข้าวคั่วกลิ้งเจ ซึ่งนำรสชาติอาหารท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จากพืช

นายณัชโชติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภูเก็ตเป็นตลาดที่มีผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน จึงเป็นพื้นที่สำคัญในการประเมินว่าสินค้าแบบใดได้รับการตอบรับ เมนูใดมีโอกาสสร้างการซื้อซ้ำ และระดับราคาใดที่ผู้บริโภคยอมรับ หากสินค้าที่เปิดตัวในช่วงเทศกาลสามารถขายต่อเนื่องหลังจบงาน ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้ธุรกิจและสนับสนุนการจับจ่าย การท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่

ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานของซีพีแรมวางจำหน่ายผ่านช่องทาง 7-Eleven แม็คโคร โลตัส และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน LINE Official Account: @fudidiworld ช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้สะดวกขึ้น

เปลี่ยนเทศกาลกินเจเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดอาหารจากพืช

การทำตลาดอาหารเจของซีพีแรมในปีนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มทางเลือกในช่วงเทศกาล 9 วัน แต่เป็นการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น โดยอาศัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลายประเภท การใช้แบรนด์ที่มีอยู่ และการกระจายสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ

นายณัชโชติ กล่าวว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจสามารถทำได้คือการเพิ่มทางเลือกให้เหมาะกับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยไม่เปลี่ยนแก่นของประเพณี หากเมนูที่พัฒนาขึ้นในช่วงเทศกาลได้รับการตอบรับและสร้างการซื้อซ้ำหลังจบเทศกาล ก็จะช่วยให้อาหารเจมีโอกาสเติบโตจากตลาดตามฤดูกาลไปสู่การบริโภคในชีวิตประจำวัน และสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามของซีพีแรมในการขยายโอกาสจากตลาดอาหารเจไปสู่ตลาดอาหารจากพืชที่มีฐานผู้บริโภคกว้างขึ้น โดยมีโจทย์สำคัญคือการทำให้สินค้าอร่อย คุ้มค่า สะดวก และเข้าถึงง่าย เพื่อเปลี่ยนความสนใจในช่วงเทศกาลให้กลายเป็นพฤติกรรมการซื้อที่เกิดขึ้นได้ตลอด 365 วัน

เพิ่มเพื่อน