ศาลสั่งจำคุก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" เพิ่มอีก 343 ปี คดีหลอกขายแพ็กเกจทัวร์
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" คดีหลอกขายแพ็กเกจทัวร์ เพิ่มอีก 343 ปี ปรับ 200,000 บาท พร้อมสั่งให้ชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายพร้อมดอกเบี้ย
ที่ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ส.ค.69 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำที่อทย.638/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก บริษัท เหนือโลก จำกัด, บริษัท มัณดาวีด์ จำกัด และบริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลย 2-4 ประกอบธุรกิจลักษณะให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกและหาสมาชิกเพิ่ม เพื่อให้ได้ใช้สิทธิในการซื้อขายสินค้าที่ร้านค้าสหกิจชุมชนดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ลักษณะขายแพ็กเกจทัวร์ทั้งในและต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ โดยแยกแพ็กเกจตามระดับชั้นของสมาชิกให้จองโดยชำระเงินล่วงหน้า เสนออัตราค่าบริการถูกกว่าทั่วไป และหากไม่ใช้บริการในช่วงเวลาที่กำหนดก็มีประกันเงินคืนให้เป็นคูปองไว้ใช้ในแพ็กเกจหรือคืนเป็นเงินสดในอัตรา 1-10% ของราคาแพ็กเกจที่จ่าย
เมื่อระหว่างวันที่ 3 ธ.ค. 2563 - 2 พ.ค. 2564 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสี่ ได้บังอาจร่วมกันหลอกลวงและแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยการโฆษณาประกาศ แพร่ข่าว ข้อความ ชักชวนด้วยวาจาแก่ประชาชนและบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปในสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้จัดทำเว็บไซต์ www.crabybrandname.com และกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ (LINE Official) ชื่อ กองทุนส่วนตัวท่านประธาน ,“Sawadee Giftback” , MBD ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์พนักงาน และกลุ่มลูกค้าในบริการสินค้าและบริการต่างๆ ในบริษัท M GROUP โดยให้พนักงานของจำเลยทั้งสี่ ช่วยกันป่าวประกาศออกโปรโมชั่น ให้ประชาชนศึกษาแผนการลงทุนผ่านทางคลิปวิดีโอจนมีผู้หลงเชื่อ 173 คน และนำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งสี่ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีเจตนาร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายและนำเงินมาร่วมลงทุนในกองทุนชื่อ กองทุนส่วนตัวท่านประธาน โดยเสนอว่าจะจ่ายผลประโยชน์ ตอบแทนเป็นเงินกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ในลักษณะเป็นเงินหรือทรัพย์สินในอัตราที่สูงเกินกว่าร้อยละ 83.95 - 164.25 บาทต่อปี เพื่อจูงใจให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายลงทุน แต่ความจริงแล้วพวกจำเลยไม่อาจที่จะจ่ายเงินต้นรวมทั้งกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอบแทนตามที่กำหนดแต่อย่างใด เพียงแต่พวกจำเลยเจตนาร่วมกันต้องการระดมเงินทุนและนำเงินทุนจากผู้เสียหายดังกล่าว มาหมุนเวียนจ่ายคืนให้แก่บุคคลและประชาชนทั่วไปทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย 173 คน จำนวน 102 ล้านบาท
จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ และขอให้การรับสารภาพในชั้นศาล โดยวันนี้จำเลยถูกคุมตัวมาจากเรือนจำกลางบางขวาง
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่นำสืบ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความเรื่องการลงทุน พยานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-4 กระทำผิดตามฟ้อง ให้จำเลยที่ 1-4 คืนเงินให้ผู้เสียหายในคดีนี้
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดกฎหมายหลายบทต่างกัน ให้ลงโทษจำคุก นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 343 ปี โดยโทษจำคุกฐานฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ปรับ 200,000 บาท และจำเลยที่ 2-4 ปรับ 250,000 บาท และให้จำเลยทั้งหมดชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าชำระให้แก่ผู้เสียหายเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วก่อนหน้านี้ 3 คดี โดยคดีแรกพิพากษาในปี 2566 โดยถูกจำคุกรวมทั้งหมด 1,115 ปี โดยลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีตามกฎหมาย พร้อมปรับเงินอีก 145 ล้านบาท จากกรณีหลอกเหยื่อ 321 ราย ฉ้อโกงลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม และในปี 2568 นายประสิทธิ์ก็ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 1,210 ปี ในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีตามกฎหมาย พร้อมให้คืนเงิน 1,000 ล้านบาท คืนแก่ผู้เสียหาย 267 คน ก่อนที่ในปี 2569 จะถูกศาลพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 4 ปี 12 เดือน ในคดีหลบหนีคดีระหว่างการพิจารณาคดีของศาล