“กสิกรไทย” คาดเงินบาทสัปดาห์หน้า 33.30-33.80 บ. จับตา CPI สหรัฐ-ตะวันออกกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 12-16 ต.ค. 2569 ที่ระดับ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมัน ราคาทองคำ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก รวมถึงรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากต่างประเทศ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และจีน ดัชนี PPI เดือนก.ย. ของญี่ปุ่น ดัชนี CPI เดือนก.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และรายงานภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Beige Book
สำหรับความเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 5-9 ต.ค. 2569 เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ก่อนทยอยฟื้นตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากก่อนหน้านี้อ่อนค่าลงแตะระดับ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน หรือนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 2569
ในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ เงินบาทเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีและ 30 ปีปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 24 ปี
นอกจากนี้ บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังสะท้อนความกังวลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และสนับสนุนมุมมองว่า แม้เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เดือนนี้ แต่ยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมก่อนสิ้นปี
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนทางอ้อมจากการอ่อนค่าของเงินยูโร ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกและบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลดลง ตามความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลงบางส่วน
ปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ภายหลังการหารือกับอิหร่าน สหรัฐฯ จะยังไม่ดำเนินการโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งช่วยลดแรงกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันให้ย่อตัวลง
Back to top button