33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (197) - มติชนสุดสัปดาห์

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (197)

ม็อบตุ๊ก-ตุ๊ก

และปัญหาระบบรถสาธารณะ

ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2544 ผมได้รับกระเช้าของขวัญจากประชาชนในพื้นที่ป่าตองเป็นจำนวนมาก ซึ่งมาจากโรงแรม บริษัทห้างร้าน ผู้ประกอบการต่างๆ จนห้องทำงานของผมเต็มไปด้วยกระเช้าของขวัญ แต่ผมไม่ได้นำกลับไปเป็นของส่วนตัว

ในการจัดงานปีใหม่ของตำรวจนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะตำรวจทุกคนต้องระดมกำลังออกไปทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่ และมีโอกาสเดียวที่ตำรวจจะมีงานเลี้ยงในเทศกาลปีใหม่ได้ คืองานวันเด็ก

ในคืนวันเด็ก ผมจึงได้จัดงานเลี้ยงครอบครัวตำรวจทุกคนยกเว้นผู้ที่ต้องทำหน้าที่ แล้วนำกระเช้าของขวัญที่ผมได้รับทั้งหมดมาเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลในการจับฉลากให้กับตำรวจ

แม้จะเป็นสิ่งของไม่มากมายแต่เป็นการสร้างความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่เพื่อนตำรวจที่ทำงานโรงพักเดียวกัน

ในช่วงเวลาที่ผมมาทำงานที่โรงพักป่าตอง จึงค่อยๆ สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของตำรวจป่าตองมากขึ้นทุกๆ วัน โครงการแต่ละโครงการก็ดำเนินไปตามแผนการที่วางไว้ทุกประการ

ผมมีความสุขในการทำงานที่ป่าตองมาก ด้วยเหตุที่เป็นโรงพักขนาดไม่ใหญ่ พื้นที่รับผิดชอบไม่ได้มากนัก สามารถตรวจตราได้อย่างทั่วถึง ควบคุมจำนวนคดีได้ เมื่อมีคดีเกิดขึ้นก็สามารถติดตามจับกุมได้ พนักงานสอบสวนไม่มีปัญหาเรื่องสำนวนล่าช้าหรือมีสำนวนมากจนทำกันไม่ไหว

ซึ่งแตกต่างจาก สภ.อ.เมืองภูเก็ตอย่างสิ้นเชิง

รถตุ๊กตุ๊กที่มีจำนวนมากจนล้นถนนในป่าตอง มองไปทางไหนก็เจอแต่รถตุ๊กตุ๊ก ได้รวมตัวกันประท้วง

ผมพบการประท้วงของรถตุ๊กตุ๊กในสมัยที่ผมเป็น ผกก.สภ.อ.กะทู้ 2 ครั้ง แต่ไม่มีการปิดถนนเหมือนที่เคยทำกันบ่อยๆ เพราะถือเป็นความผิดตามกฎหมาย หากมีการปิดถนนจริง ผมจะจับกุมผู้ประท้วงดำเนินคดีพร้อมกับยึดรถทุกคัน ไม่มีการต่อรองให้เสียเวลา ถ้ากล้าลองก็ต้องเจอลูกเด็ดขาดของผม แต่เมื่อมีการประท้วงผมจะรับฟังและร่วมเจรจาพูดคุย

ครั้งแรกคนขับรถตุ๊กตุ๊กป้ายเหลืองที่วิ่งรถในป่าตองมารวมตัวกันที่บริเวณสวนสาธารณะโลมา ติดกับชายหาดป่าตอง เรียกร้องให้ตำรวจเร่งปราบปรามจับกุมรถตุ๊กตุ๊กป้ายดำซึ่งเป็นรถส่วนบุคคล มาแย่งรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

วันที่ประท้วง 5 โมงเย็นกว่าๆ เกือบจะ 6 โมงเย็นแล้ว ผมเลิกงานแล้ว และเปลี่ยนเป็นชุดกีฬาไปวิ่งออกกำลังกายที่เขื่อนบางวาด เมื่อได้รับแจ้ง จึงรีบเดินทางกลับมาพบคนขับรถตุ๊กตุ๊กเหล่านี้ โดยผมยังแต่งชุดกีฬาอยู่ เป็นชุดที่ไปวิ่งออกกำลังกาย

ข้อเรียกร้องนั้นผมรับปากพร้อมที่จะดำเนินการ การพูดคุยเจรจาไม่มีการใช้ถ้อยคำโต้เถียงที่รุนแรง แต่เป็นไปด้วยความละมุนละม่อม และผมยังฝากขอร้องให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่จอดรถในที่ห้ามจอด ปฏิบัติต่อผู้โดยสารด้วยความสุภาพ และแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมกับเมืองท่องเที่ยว

เรื่องที่สำคัญที่ฝากไปในวันนั้นให้ทุกคนเป็นหูเป็นตาให้กับตำรวจ เมื่อพบเรื่องที่ผิดกฎหมายให้แจ้งตำรวจทันที ทั้งเรื่องยาเสพติด หรือมีเบาะแสของอาชญากรรมต่างๆ แล้วผู้ประท้วงก็ได้แยกย้ายกันไป

การประท้วงครั้งที่ 2 คราวนี้เป็นคิวของรถตุ๊กตุ๊กป้ายดำ ยกขบวนมาเยี่ยมถึงโรงพัก แต่วันนั้นผมเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะมีการประชุมของตำรวจภูธรภาค 8 โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.จรัส เจษฎาวัลย์ รอง ผกก.(สส.) รักษาราชการแทน

ผกก.สภ.อ.กะทู้ ได้โทรศัพท์แจ้งเหตุให้ผมทราบ ผมจึงได้ขออนุญาต พล.ต.ท.ไพศาล ตั้งใจตรง ผบช.ภ.8 ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ขอเดินทางกลับก่อนเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ผมใช้เวลาเดินทางนานเกือบ 2 ชั่วโมงจึงมาถึงโรงพักป่าตอง มีคนขับรถตุ๊กตุ๊กป้ายดำซึ่งเป็นรถส่วนบุคคลมารวมตัวกันจำนวนมากเต็มหน้าโรงพัก ข้อเรียกร้องนั้นขอให้ตำรวจเห็นใจคนขับรถตุ๊กตุ๊กด้วย เพราะเป็นคนในพื้นที่ ต้องหาเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว ขอให้ตำรวจใช้ความอะลุ่มอล่วยปล่อยให้ทำมาหากินกันได้บ้าง ไม่เช่นนั้นครอบครัวเดือดร้อน

ผมยังคงใช้น้ำเย็นเข้าเจรจา และแสดงความเห็นใจทุกๆ คนที่เดินทางมาพบผมในวันนี้ เพราะมีความทุกข์ร้อน แต่ผมชี้แจงให้ทุกคนต้องยอมรับว่า ถ้ารถยังเป็นป้ายทะเบียนส่วนบุคคลจะนำมารับผู้โดยสารไม่ได้ เป็นความผิดตามกฎหมาย ทุกคนรับรู้ไม่มีใครโต้เถียง หากยังต้องการจะประกอบอาชีพให้ถูกต้อง ต้องไปเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนต่อขนส่งจังหวัด ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น

ในเวลานั้นผมต้องยึดหลักกฎหมายเอาไว้ก่อน ผมใช้วิธีเจรจาลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย และในที่สุดการรวมตัวกันก็แยกสลายกันไป

ถ้าในยุคปัจจุบันนี้มีการใช้รถ GRAB หรือ UBER คงจะช่วยคลายปัญหาไปได้บ้าง

ปัญหารถโดยสารสาธารณะเป็นปัญหากองโตของจังหวัดภูเก็ตและเกือบจะทุกแห่งในประเทศไทยที่ไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ นับวันมีแต่จะยิ่งกองทับถมสูงจนพะเนินเทินทึก ยิ่งปัญหาระบบรถโดยสารประจำทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะเรียกว่าไม่มีระบบก็น่าจะใช่ เพราะแต่เดิมเป็นมาอย่างไรก็ปล่อยให้มันเป็นอยู่อย่างนั้น หากจะอาศัยรถโดยสารประจำทางในการเดินทางจะไม่มีความสะดวกเลย

สงสารคนไทยในต่างจังหวัดที่ไร้วาสนาอับโชค จะเดินทางไปไหนก็แสนลำบาก แทนที่จะมีรถโดยสารที่ครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ เดินทางกันได้สะดวก ปลอดภัย และตรงเวลา

ระบบดีๆ ที่ต่างประเทศเขาทำกันได้และทำกันมานานแสนนาน แต่ประเทศของเรากลับทำไม่ได้แบบเขา จนน่าจะถือเป็นจุดอ่อน จุดอับ จุดบอด จุดดับ ตกหล่มอยู่ในหลุมดำของประเทศที่จมปลักมาชั่วนาตาปี ตั้งแต่เมื่อครั้งรุ่นปู่รุ่นย่า

ซึ่งถ้าคิดจะแก้ไขกันจริงๆ มีคนเก่งๆ ทำได้อย่างแน่นอน

แต่เพราะติดขัดเรื่องผลประโยชน์ที่ผูกขาด ทั้งความเห็นแก่ตัว แล้วเมื่อมีใครคิดจะทำให้ดีขึ้น พวกนี้ก็คอยขวางเอาไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลง

มีกฎหมายและระเบียบที่เก่าคร่ำครึโบราณ ล้าสมัย บวกกับระบบราชการที่ยังด้อยประสิทธิภาพเพิ่มเข้าไปอีก ปัญหาจึงซ้อนปัญหา หลายซับหลายซ้อน ยุ่งพันกันไปหมด

คนในต่างจังหวัดก็ต้องทนๆ กันอยู่อย่างนั้น

เมื่อระบบขนส่งหรือระบบรถโดยสารประจำทางไม่ดี

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้มีตำแหน่งใหญ่ และข้าราชการยังใช้กฎหมายเก่าๆ เป็นเครื่องมือหากินที่มีนอกมีใน

ระบบรถสาธารณะจึงเป็นอยู่แบบนี้ คือรวมแล้วคนที่เกี่ยวข้องในการจัดการแย่มาก ตั้งแต่บนสุด จนมาถึงพวกผู้ประกอบการล่างสุดที่เห็นแก่ตัว

ในป่าตองจะมีการนำรถสี่ล้อเล็กมาดัดแปลงเป็นรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เรียกกันว่า รถตุ๊กตุ๊ก แล้วขนส่งจังหวัดภูเก็ตให้จดทะเบียนตามกฎหมายใช้ป้ายสีเหลือง ขึ้นต้นด้วย 30 เป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง รถตุ๊กตุ๊กเหล่านี้จะวิ่งรับคนโดยสารทั่วไป และดูเหมือนว่าขนส่งจังหวัดจะมีมาตรการจำกัดจำนวนทะเบียนรถ แต่กลับมีรถตุ๊กตุ๊กมากมายเป็นร้อยๆ คัน จนเกือบล้นถนนในป่าตอง และดูเหมือนจะยังเพิ่มอยู่ตลอดเวลา

ราคาค่าโดยสารไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มีราคามาตรฐานตายตัว แล้วแต่คนขับจะเรียกจากผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

เมื่อการท่องเที่ยวเฟื่องฟู มีนักท่องเที่ยวใช้บริการจำนวนมาก ยิ่งทำให้คนอยากเปลี่ยนอาชีพมาขับรถตุ๊กตุ๊กเพิ่มมากขึ้น ป้ายทะเบียนรถสาธารณะจึงยิ่งแพง แผ่นป้ายทะเบียนราคาสูงกว่าราคารถตุ๊กตุ๊กทั้งคันเสียอีก มีค่ามากกว่าทองคำหลายเท่า แล้วยังมีการกีดกันรถตุ๊กตุ๊กต่างถิ่น ไปส่งได้ แต่รับกลับไม่ได้ เมื่อมีการไปส่งผู้โดยสารไปยังอีกถิ่นหนึ่ง ห้ามรับผู้โดยสารจากถิ่นที่ไปส่งเด็ดขาด เจ้าถิ่นนั้นจะไม่ยอม ถึงขั้นมีการลงมือชกต่อยทะเลาะวิวาทกันเพื่อแย่งคนโดยสาร มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ ถิ่นใครถิ่นมัน

ปัญหาที่เป็นสาเหตุใหญ่คือ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มตลอด แต่ก็ไม่สมดุลกับจำนวนรถตุ๊กตุ๊กที่ปล่อยให้มีมากเกินไป จนต้องแย่งคนโดยสาร