'ชัชชาติ' เผยฝนสะสมเกิน 300 มม. สูงสุดรอบ 43 ปี ประกาศ กทม. เป็นเขตสาธารณภัย สั่งหยุดเรียน-ให้ WFH 28 ก.ย. นี้ - The Reporters

วันนี้ (26 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)

นายชัชชาติเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำตั้งแต่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2569 จนถึงปัจจุบัน มีฝนตกเฉลี่ยเกิน 300 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงมากเมื่อเทียบกับปี 2526 ที่มีพายุเข้า โดยเขตมีนบุรี พระยาสุเรนทร์ และประชาร่วมใจ เขตคลองสามวา มีปริมาณฝนสะสมเกินกว่า 300 มิลลิเมตรทั้งหมด ขณะนี้พบกลุ่มฝนตกแช่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ จึงประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตสาธารณภัยเพื่อความสะดวกในการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน

จากการติดตามพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มขยับขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานครลดลงและระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น ที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในฝั่งพระนครประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรุงเทพมหานครมีกำลังสูบน้ำประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าหากฝนหยุดตกจะใช้เวลาระบายน้ำ 2-3 วัน แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาปริมาณน้ำเต็มคลองอยู่ในภาวะวิกฤต ยกเว้นคลองที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องเร่งสูบออกให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครหารือร่วมกับกรมชลประทานเกี่ยวกับมวลน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ โดยกรมชลประทานจะปล่อยน้ำผ่านเข้ามาในกรุงเทพมหานครให้น้อยที่สุด และจะผันน้ำออกแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตแทน พร้อมดึงน้ำจากคลองแสนแสบบางส่วนไปออกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนเกิดจากน้ำในคลองสายหลักเต็มความจุ เช่น คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองทวีวัฒนา ส่งผลกระทบต่อถนนและชุมชนริมคลอง โดยมีถนนสายหลักที่รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ 13 สาย อาทิ ถนนเอกมัย ถนนงามวงศ์วานช่วงแยกพงษ์เพชร ถนนวิภาวดีรังสิตช่วงแยกจตุจักรถึงการบินไทย ถนนรามคำแหงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถนนลาดกระบังช่วงแยกกิ่งแก้ว ถนนเสนานิคม ถนนแจ้งวัฒนะช่วงแยกหลักสี่ถึงทางด่วน ถนนศรีนครินทร์ ถนนดินแดง ถนนพหลโยธิน ถนนสุวินทวงศ์ ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว

ด้านการช่วยเหลือประชาชน มีผู้อาศัยริมคลองอพยพเข้าศูนย์พักพิงแล้วประมาณ 981 คน โดยกรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์พักพิงรองรับในโรงเรียนสังกัด กทม. รวม 233 แห่ง รองรับได้ 15,000 คน พร้อมอพยพผู้ป่วยติดเตียงไปโรงพยาบาลและจัดรถบริการประชาชน โดยสั่งการให้ทุกสำนักงานเขตจัดตั้งครัวกลางแจกจ่ายอาหาร ยืนยันว่าอาหารยังไม่ขาดแคลนและขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ประชาชนที่ต้องการกระสอบทรายหรือความช่วยเหลือสามารถติดต่อสำนักงานเขต หมายเลข 1555 หรือรับบริการด้านสุขภาพที่หมายเลข 1669

ขณะที่จุดจอดรถชั่วคราว ประชาชนสามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคารจอดแล้วจรของกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เดอะมอลล์ทุกสาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ และโลตัส นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และสั่งหยุดเรียนโรงเรียนในสังกัด กทม. ทุกแห่งในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569

“ตอนนี้สถานการณ์ทรงตัว ถ้าไม่มีฝนเติมมาสถานการณ์ก็จะค่อย ๆ คลี่คลาย ถ้าฝนตกซึ่งเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก อาจจะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณฝน 300 มิลลิเมตรถือว่ายากต่อการรับมือเนื่องจากถูกจำกัดด้วยความจุของคลอง ซึ่งเป็นคอขวดของการระบายน้ำไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา การปรับปรุงความจุคลองจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง หรือต้องเสริมประสิทธิภาพอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมาเคยวางแบบจำลองฝนตก 300 มิลลิเมตรไว้ แต่ยอมรับว่าสถานการณ์จริงมีความซับซ้อน ซึ่งกรุงเทพมหานครจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแบบจำลองให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเตือนภัย นายชัชชาติระบุว่า มีการแจ้งเตือนทุกวันแต่การคาดการณ์ล่วงหน้าทำได้ยาก เนื่องจากกรุงเทพมหานครต้องอาศัยข้อมูลพยากรณ์จากหน่วยงานอื่น พร้อมรับไปปรับปรุงและนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการพยากรณ์ให้แม่นยำยิ่งขึ้น

“สรุปว่าการพยากรณ์เรายังทำไม่ดี การเตือนภัยต่าง ๆ มันคงต้องทำให้แม่นยำขึ้นในอนาคต” นายชัชชาติ กล่าว

แนะแนวเรื่อง