มก.ผนึก กรมศิลปากร เปิดงาน สะสมศิลป์ ปี 3 ดันหลักสูตร Micro-credential “อาชีพนักสะสมของเก่า” - ข่าวสด
มก.ผนึก กรมศิลปากร เปิดงาน สะสมศิลป์ ปี 3 ดันหลักสูตร Micro-credential “อาชีพนักสะสมของเก่า” สู่มาตรฐานวิชาชีพมั่นคง
วันที่ 13 ส.ค.2569 ที่อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.มณฑล ฐานุตตมวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ชุมชนจีนในสยาม เครื่องลายคราม และการค้าทางเรือสำเภาผู้บริหาร นักวิชาการ นักสะสมชั้นนำ บุคลากร และนิสิตเข้าร่วมงาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ร่วมเปิดงาน “สะสมศิลป์ เป็นสิน(ทรัพย์) ปีที่ 3 : มรดกศิลป์ แผ่นดินไทย” ระหว่างวันที่ 13–15 ส.ค. 2569 โดยผนึกความร่วมมือกับกรมศิลปากร สืบสานและต่อยอดองค์ความรู้ด้านมรดกศิลป์ไทย สู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและ Soft Power ของประเทศ พร้อมผลักดันการพัฒนาหลักสูตร Micro-credential “อาชีพนักสะสมของเก่า” เป็นครั้งแรกเพื่อผลักดันให้เป็นอาชีพนำไปสู่การจัดทำมาตรฐานการรับรองสมรรถนะอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัย สามารถเข้ามาเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพในระดับชาติ ถือเป็นการยกระดับความรู้และความหลงใหลในศิลปะให้กลายเป็นวิชาชีพที่มั่นคง

นายพนมบุตร เปิดเผยว่า การอนุรักษ์มรดกศิลป์ไทยในปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับการรวบรวม จัดเก็บ และถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากองค์ความรู้จำนวนมากยังอยู่กับผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก่า ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหากไม่มีการบันทึกและส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความชอบและความปรารถนา จึงเกิดเป็นโลกของนักสะสม เริ่มต้นจากเจ้านาย พ่อค้า คหบดี ทำให้โลกปัจจุบัน ขยายออกไปเป็นอย่างมาก

“ผมมีของสะสมเพียงเล็กน้อย จากการเอานำเอาเดือนเช่าพระเครื่องสิ่งของสะสมไว้ เมื่อสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงได้พบเจอเพื่อนมีสังคมที่ชอบในสิ่งเดียวกัน มูลค่าไม่เท่าคุณค่าทางจิตใจ คุณค่าในใจของสะสมไม่สามารถแปรเป็นมูลค่าได้ เชื่อว่าทุกท่านต้องมีของบางชิ้นไม่ยอมขาย ก่อนนำมาสะสมพัฒนาเป็นอาชีพมั่นคง ส่งเสริมจนเป็นอาชีพได้ อย่างการค้าขายธุรกิจพระเครื่องสมัยก่อนอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับ การที่สถาบันอย่าง ม.เกษตรศาสตร์ ทำให้เป็นประโยชน์กับรุ่นต่อไป ธุรกิจที่ตัวเองรักตัวเองชอบ ซื้อมาไม่ขายแต่เพื่อชื่นชม หวังเป็นอย่างยิ่งจะมีการจัดกิจกรรมดีๆ เหล่านี้ ต่อไป อาจจะได้เปิดโลกใบใหม่ให้ทุกท่านได้ค้นหาตัวเองเจอว่าชอบอะไร ใช้เวลาว่างอยู่กับของที่ท่านรัก” อธิบดีกรมศิลปกร กล่าว
ด้านผศ.ดร.มณฑล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านมรดกศิลป์ไทยให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น พร้อมนำองค์ความรู้จากเครือข่ายนักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และภาควิชาการ มาพัฒนาสู่ระบบ Credit Bank และหลักสูตร Micro-credential “อาชีพนักสะสมของเก่า”เพื่อยกระดับการสะสมจากความชื่นชอบส่วนบุคคลสู่การรับรองสมรรถนะและการสร้างอาชีพในอนาคต

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปวัตถุหายากจากนักสะสมชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ พระเครื่อง เครื่องถ้วยโบราณ ผ้าโบราณ และของสะสมทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พร้อมกิจกรรมเสวนาและ Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้เรื่องการสะสม การประเมินคุณค่า และการบริหารจัดการมรดกศิลป์ในฐานะ “สินทรัพย์” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์การจัดงานในปีนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรมเข้ากับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต โดยมุ่งยกระดับ “มรดกศิลป์ไทย” ให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ แหล่งสร้างอาชีพ และพลัง Soft Power ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศได้อย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถเข้าชมงาน “สะสมศิลป์ เป็นสิน(ทรัพย์) ปีที่ 3 : มรดกศิลป์ แผ่นดินไทย” ได้ฟรี ระหว่างวันที่ 13–15 ส.ค. 2569 เวลา 10.00–17.00 น. ณ อาคารวิทยบริการ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน