โยน ‘ป.ป.ช.’ แจง ฟ้องคดีโกงไม่ทัน 3ผู้ต้องหาพ้นคุก

“อนุทิน-วรศิษฎ์” โยนเผือกร้อนให้  ป.ป.ช.แจงปมฟ้องไม่ทัน จนต้องปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นองค์กรอิสระแทรกแซงไม่ได้ “โรม” ซัดผิดปกติ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เปิดช่องหนี “ตำรวจ ปปป.” กู้หน้าบุกรวบ  “นายกอร” คาที่ทำงาน อบต.บ้านใหญ่ ผงะ! มีรายชื่อซื้อเก้าอี้ถึง 1,738 ราย

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในคดีทุจริตและการเรียกรับเงินในการสอบแข่งขันบุคคลเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น  ซึ่งล่าสุดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ปล่อยตัว นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน, จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน พ้นการควบคุมตัว หลังถูกฝากขังครบกำหนด 7 ผัด รวม 84 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการสูงสุดไม่ทันตามกรอบเวลา

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการปล่อยตัวทำให้กังวลว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดูว่า ป.ป.ช.จะไปเป็นมวยล้มได้อย่างไร  ไม่เชื่อ เพราะ ป.ป.ช.ทำงานภายใต้กฎหมายของเขา ไม่มีใครไปกดดันหรือมีอิทธิพลเหนือ ป.ป.ช.ได้ การดำเนินการต่างๆ ก็เป็นไปตามกฎหมาย ในส่วนของรัฐบาลเองเราได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เราจับกุมคนที่เกี่ยวข้องมาตั้งหลายคน

เมื่อถามว่า มองว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อธิบายได้หมดทุกเรื่อง เรื่องที่เกี่ยวกับ ป.ป.ช.ก็ต้องไปถาม ป.ป.ช.เอง เพราะรัฐบาลไม่สามารถตอบแทน ป.ป.ช.ได้ เนื่องจากเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งเราทำงานร่วมกัน แต่จะไปตอบคำถามแทนกันไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีการทำหนังสือถึงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน เรียกให้ไปชี้แจงกรณีการสอบท้องถิ่นประจำปี 2567-2569 ว่าเป็นการใช้อำนาจตามข้อบังคับหรือไม่ โดยนายกฯ พยักหน้ากล่าวเพียงคำว่า "อืม" ก่อนบอกว่า "ไปแล้ว" และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

ขณะที่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า มท.ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ในข้อกฎหมาย มีหลักเกณฑ์การฝากขังว่าฝากขังได้กี่ผัด แต่เงื่อนไขของเรื่องนี้คือปริมาณของคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมากระดับหลายพันถึงหมื่นคน ทำให้ ป.ป.ช.อาจต้องใช้เวลาไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานก่อนสั่งฟ้อง ทั้งนี้ การไม่ได้ส่งฟ้องไม่ได้หมายความว่าคดีนี้จบ เพราะเมื่อ ป.ป.ช.รวบรวมพยานหลักฐานและส่งฟ้อง คดีนี้ก็เดินต่ออยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดว่าทำไมถึงส่งฟ้องไม่ทันนั้นก็ไม่ทราบ

เมื่อถามว่า การทิ้งเวลาให้ทอดยาวออกไปจะทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานยิ่งทำได้ยากขึ้นหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องถาม ป.ป.ช. เพราะผู้รวบรวมพยานหลักฐานคือ ป.ป.ช. เราไม่ก้าวล่วงการทำงานของ ป.ป.ช.อยู่แล้ว เพราะเป็นองค์กรอิสระ

“สิ่งที่เราทำได้ เราก็ทำไปหมดแล้ว ตั้งแต่การเพิกถอนรายชื่อคนที่มีการแก้คะแนน และความคืบหน้าล่าสุดตอนนี้ กำลังเร่งบรรจุคนที่สอบได้ด้วยตนเองกลับเข้าไปในระบบให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนไม่เกินวันที่ 20 ต.ค.นี้” นายวรศิษฎ์ระบุ

ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า เราคาดหวังกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในฐานะเป็นองค์กรในการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ แต่ก็เข้าใจว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด คนที่ถูกปล่อยตัวออกมาก็ไม่ได้แปลว่าบริสุทธิ์ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และคนที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะสังคมตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการทำหน้าที่องค์กรเหล่านี้อย่าง ป.ป.ช.

“กระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุด อาจจะเร็วเกินไปหากพูดว่าเป็นความพยายามที่จะตัดตอนเพื่อสาวไม่ให้ไปถึงต้นตอ” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวว่า แม้ ป.ป.ช.ชี้แจงว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ กมธ.การกฎหมายฯ มองว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เนื่องจากอาจเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาหลบหนีและทำให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ซึ่ง ป.ป.ช.อ้างอิงถึงความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือตรวจข้อสอบ ซึ่งมองว่าล่าช้าผิดปกติ และไม่สมกับเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ นอกจากนี้ คณะทำงานที่นายกฯ ได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ  ดำเนินการสอบข้อเท็จจริง จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการส่งมอบรายงานข้อมูลให้แก่ ป.ป.ช.แต่อย่างใด ทำให้รายงานถูกวางทิ้งไว้โดยไม่มีการขยายผลหรือดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

“กมธ.การกฎหมายฯ เตรียมนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า  ส่วนการนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาหรือไม่ ยังต้องติดตามดูพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป”

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า ผู้แทน ป.ป.ช.ชี้แจงว่า กว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวผู้ต้องหา 3 รายมาให้ ป.ป.ช.ไต่สวนก็มีเวลาน้อย ให้แค่ 3 ผัดเท่านั้น โดยปกติการไต่สวนของ ป.ป.ช.ใช้เวลานานกว่านั้น และระเบียบของ ป.ป.ช.ระบุว่าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งเวลาแค่ 3 ผัด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งฟ้องได้ทัน แต่ว่าในความเป็นจริงในทางคดี ตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไป ป.ป.ช.สามารถไต่สวนต่อได้เหมือนเดิม การจับกุมตัวที่ผ่านมาก็ไม่ได้สูญเปล่า ได้หลักฐานทันที และผู้ต้องหาไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับพยานช่วง 84 วันที่ผ่านมา ทำให้ ป.ป.ช.ได้หลักฐานที่สำคัญทั้งหมด

เมื่อถามว่า สังคมเห็นการปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหา มีคำถามว่า กรณีของนายกเฮง และ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งเป็นชุดที่ 2 กลัวว่าจะถูกปล่อยลอยนวลอีก นายอาสพลธ์กล่าวว่า กรณีของนายกเฮงและ 2  เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทางตำรวจการป้องกันปราบปรามการทุจริต (ปปป.) ได้ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ส่วนที่มองว่าอาจจะทำสำนวนไม่ทันและอาจจะถูกปล่อยตัวนั้น ไม่เกี่ยว ตำรวจ ปปป.ได้ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไม่ได้ฝากขัง

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริต (ผบก.ปปป.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันจับกุมนางภาณี หรือนายกอร อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.87/2569 ลงวันที่ 7 ต.ค.2569 ในความผิดเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องได้ที่ อบต.บ้านใหญ่ ต.บ้านใหญ่ อ.เมืองฯ จ.นครนายก ซึ่งจากตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการส่งรายชื่อบุคคลที่ประสงค์สอบเข้ารับราชการ 1,738 รายชื่อ และมีการจ่ายผลตอบแทน 155 ล้านบาท

ส่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2569 ว่า คณะกรรมการธุรกรรมเคยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 108 รายการในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น รวมมูลค่าประมาณ 320 ล้านบาท (ตามคำสั่ง ย.190-192/2569) ในการนี้ สำนักงาน ปปง.สืบพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม จึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เพิ่มเติม 5 รายการ เป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท.