ดอลลาร์อ่อนค่า หลังพุ่งแรงขานรับเฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบ 3
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลงในวันนี้ เพียงหนึ่งวันหลังจากทำสถิติพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 เดือน ขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และส่งสัญญาณว่าจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
ณ เวลา 22.50 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ลบ 0.01% สู่ระดับ 100.237 หลังจากพุ่งขึ้น 0.7% วานนี้
นอกจากนี้ ดอลลาร์อ่อนค่า 0.09% สู่ระดับ 1.148 เทียบยูโร และร่วงลง 0.25% สู่ระดับ 155.87 เยน
ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันนี้ สอดคล้องกับการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวานนี้ (16 ก.ย.) ตามการคาดการณ์ของตลาด
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยวานนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนก.ค.2566 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้ง รวม 1.75%
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยการดำเนินนโยบายในวันนี้จะช่วยสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของคณะกรรมการได้เร็วขึ้น ขณะที่คณะกรรมการจะรักษาเสถียรภาพด้านราคา
ทั้งนี้ รายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะสิ้นสุดปี 2569 และ 2570 ที่ระดับเดียวกัน ขณะที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งทั้งในปี 2571 และ 2572
นายบ็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Edwards Asset Management กล่าวว่า หากเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ก็น่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนธันวาคม เนื่องจากเฟดไม่น่าจะประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันนี้ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
สมาชิก MPC จำนวน 6 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ ขณะที่ 3 รายมีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
BoE มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 6 ของปีนี้ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงปรับตัวสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BoE
นอกจากนี้ BoE ได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% นับตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีที่แล้ว
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 5 พ.ย.
การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ทำให้ BoE ดำเนินนโยบายการเงินแตกต่างจากธนาคารกลางขนาดใหญ่อื่น ๆ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566
ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในปีนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากปรับขึ้นครั้งแรกในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี
ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในการประชุมนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ