“นรเศรษฐ์” ยื่น ป.ป.ช.พรุ่งนี้ สอบ “ไอเดียร์” ใส่โรเล็กซ์ 3.3 ล้าน ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน ดักคอ ถึงยืมเพื่อนก็ต้องแจ้ง

  1. หน้าหลัก 
  2. การเมือง 
  3. ข่าวการเมือง 

“นรเศรษฐ์” ยื่น ป.ป.ช.พรุ่งนี้ สอบ “ไอเดียร์” ใส่โรเล็กซ์ 3.3 ล้าน ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน ดักคอ ถึงยืมเพื่อนก็ต้องแจ้ง

เผยแพร่: 4 ต.ค. 2569 12:43   ปรับปรุง: 4 ต.ค. 2569 12:43   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายนรเศรษฐ์” ตั้งข้อสังเกตภาพ “สส.ไอเดียร์” ใส่นาฬิกาหรู Rolex Cosmograph Daytona เรือนละ 3.3 ล้าน แต่ไม่มีในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้ง ป.ป.ช.มีแต่ Rolex GMT-Master II มูลค่า 4.2 แสน เตรียมยื่น ป.ป.ช.สอบ 5 ต.ค.นี้ เตือน หากอ้างว่ายืมเพื่อนมาก็ต้องแจ้ง

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “นรเศรษฐ์ นาหนองตูม” ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “ไอเดียร์” พร้อมระบุว่า วันที่ 5 ต.ค. 2569 เวลา 13.30 น. จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายนรเศรษฐ์ระบุว่า จากเอกสารแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ป.ป.ช. ในรายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่น หน้า 17 ลำดับที่ 19 มีการระบุ Rolex GMT-Master II “Sprite” มูลค่าประมาณ 420,000 บาท จำนวน 1 เรือน แต่ไม่ปรากฏรายการนาฬิกา Rolex รุ่นอื่น เช่น Rolex Cosmograph Daytona


อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพการลงพื้นที่หาเสียงและปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวันที่ 20 ม.ค., 31 ม.ค., 4 ก.พ. ซึ่งมีการลงพื้นที่ร่วมกับนายไชยชนก ชิดชอบ และวันที่ 6 ก.พ. 2569 พบภาพ น.ส.สุชาดาสวมใส่นาฬิกาสายสีดำที่มีลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona รุ่น 126519LN ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3.3 ล้านบาท

นายนรเศรษฐ์ระบุอีกว่า เมื่อมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ซึ่งเป็นกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. กลับไม่ปรากฏรายการนาฬิกาลักษณะดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากนาฬิกาเรือนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่นจริง ก็อาจเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนหรือขณะเข้ารับตำแหน่งและต้องแสดงในบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีหากมีการชี้แจงว่าเป็นเพียงการหลงลืมไม่ได้แจ้งรายการ โดยระบุว่า ในบัญชีทรัพย์สินมีการแจ้งรายละเอียดทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าไม่สูงมาก เช่น สร้อยคอทองคำมูลค่า 30,000 บาท จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริง


นอกจากนี้ นายนรเศรษฐ์ยังระบุว่า หากมีการอ้างว่านาฬิกาดังกล่าวถูกขายไปแล้วก่อนยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ยังมีข้อสังเกตจากภาพช่วงวันที่ 23-28 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประชุมคณะกรรมาธิการ และลงพื้นที่ต่าง ๆ โดยอ้างว่ายังคงปรากฏภาพการสวมใส่นาฬิกาที่มีลักษณะคล้ายเรือนดังกล่าว

จากประเด็นทั้งหมด นายนรเศรษฐ์ตั้งคำถามว่า นาฬิกาเรือนดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ น.ส.สุชาดาหรือไม่ และหากเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าตัว เหตุใดจึงไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ดังนั้นจึงจะยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่


ล่าสุดวันนี้( 4 ต.ค.) นายนรเศรษฐ์โพสต์ข้อความเพิ่มเติมถึงกรณีที่ น.ส.สุชาดาอาจมีการชี้แจงว่า “นาฬิกายืมเพื่อน” โดยอ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ.5/2566 ซึ่งเจ้าตัวระบุว่า ศาลได้วางหลักเกี่ยวกับกรณีผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลอื่น

นายนรเศรษฐ์อธิบายว่า หากการถือครองแทนก่อให้เกิดภาระผูกพันที่จะต้องส่งคืนทรัพย์สินให้เจ้าของที่แท้จริง ก็อาจมีประเด็นเกี่ยวกับการแสดงรายการในส่วนของหนี้สินที่ต้องตรวจสอบ โดยเห็นว่า หากนำหลักดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับกรณี “นาฬิกายืมเพื่อน” ผู้ยืมก็มีหน้าที่ต้องส่งคืนทรัพย์สินตามสัญญายืมใช้คงรูปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 จึงเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นกรณีถือครองแทนหรือยืมจากบุคคลอื่น ต่างเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบว่ามีภาระผูกพันที่ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ พร้อมระบุว่าจะนำคำพิพากษาดังกล่าวแนบประกอบการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 5 ต.ค.นี้