รู้จัก ‘คัตสึยูกิ ทาคาฮาชิ’ อาจารย์ ม.นเรศวร ผู้ออกมาคัดค้าน หลังคณะสังคมศาสตร์จับมือกองทัพภาคที่ 3 พัฒนาหลักสูตรด้านความมั่นคง

เมื่อเร็วๆ นี้ เราอาจได้เห็นภาพชายผู้หนึ่งยืนแขวนป้ายขนาดใหญ่ แสดงข้อความคัดค้านการร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับกองทัพ ชื่อของเขาคือ คัตสึยูกิ ทาคาฮาชิ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 

ไม่ว่าจะสอนหนังสือ ซื้อของ ทานข้าว หรือเดินทางไปที่ใด เขาก็จะแขวนป้ายข้อความนี้ไว้กับตัวเสมอ เพื่อแสดงจุดยืนของเขาและเพื่อยืนยันในเสรีภาพทางวิชาการ ก่อนหน้านี้เขายืนโดยลำพัง ก่อนจะมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มายืนเคียงข้างด้วย

เหตุสืบเนื่องมาจากวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา บนเฟซบุ๊กของคณะฯ ปรากฏภาพห้องประชุมคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีตัวแทนจากกองทัพภาคที่ 3 ในเครื่องแบบทหาร ร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารของคณะสังคมศาสตร์ เพื่อพิจารณาร่าง MOU จัดทำหลักสูตรด้านความมั่นคง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการให้แก่กำลังพล

ในทางกลับกัน ทางคณะผู้บริหารของคณะฯ ก็ได้ไปเยือนกองทัพถึงที่ โดยปรากฎภาพการร่วมหารือของทั้งสองฝ่ายในห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาเช่นกันผลของ MOU ระหว่างสองฝ่าย นำไปสู่การจัดการเรียนการสอนรายวิชาเลือก หมวดวิชาศึกษาทั่วไป ‘ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืน’ โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ออกมาเผยว่า มีสนใจสมัครเข้าเรียนมากถึง 366 คน ก่อนจะมีการศึกษาดูงานภายในหน่วยทหาร จ.พิษณุโลก วันที่ 5-6 กันยายนที่ผ่านมา

“ทำไมต้องให้ความสำคัญกับกองทัพก่อนประชาชน? คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ควรให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับประชาชนก่อนความร่วมมือกับกองทัพครับ” คัตสึยูกิกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม คณะฯ ยังไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน คัตสึยูกิเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เดือนนี้ตรงกับช่วงต่อสัญญาจ้างงานหนึ่งปีของเขากับมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นครั้งแรกที่เขาถูกขอให้ลงนามรับทราบ ‘ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพสำหรับบุคลากร’ รวมถึง ‘หลักเกณฑ์และขั้นตอนในการดำเนินการสอบสวนด้านจริยธรรม’ ทำให้เขาตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงมีการขอให้ลงนามในเอกสารดังกล่าวในช่วงเวลานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นว่า สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นคือ เมื่อคัตสึยูกิออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นสิทธิที่นักวิชาการสามารถทำได้ ผู้บริหารคณะก็ไม่ควรตอบโต้ด้วยการเรียกให้เขาไปชี้แจง เพียงเพราะมีจุดยืนแตกต่างจากผู้บริหาร

เชตวันย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับกองทัพ แต่คือ นักวิชาการต้องมีสิทธิไม่เห็นด้วยกับนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าการแสดงความคิดเห็นนั้นจะนำไปสู่การถูกเรียกชี้แจงหรือกดดันในภายหลัง

สำหรับคัตสึยูกิ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาออกมาแขวนป้ายแสดงจุดยืนต่อความไม่เป็นธรรมในสังคม ก่อนหน้านี้ เขาเคยยืนประท้วงหน้ารัฐสภาเพียงลำพัง หลัง ดร.พอล แชมเบอร์ส อดีตอาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ ถูกกองทัพภาคที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการแสดงทัศนะเกี่ยวกับโครงสร้างกองทัพในงานเสวนาวิชาการ ซึ่งส่งผลให้เขาถูกจับกุมและเพิกถอนวีซ่า

เขายังเคยแขวนป้ายแสดงจุดยืนร่วมกับอาจารย์ นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่พิษณุโลก เพื่อต่อต้านสงครามและความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่า ทหารก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา และเขาไม่ต้องการให้ครอบครัวใดต้องสูญเสียคนที่รักไปเพราะสงคราม พร้อมย้ำข้อความว่า “เราปรารถนาให้มหาวิทยาลัยเป็นป้อมปราการแห่งสันติภาพของมวลมนุษยชาติ”

อ้างอิงจาก

facebook.com

facebook.com

facebook.com

matichon.co.th

socsci.nu.ac.th