อธิบดีปกครอง เคลียร์ปมแจกปืน 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยันล็อก ป.3 ทั่วประเทศ
"นฤชา" ยันรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ไม่มีการแจกปืน เปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือเงินสดมูลค่าเท่ากัน เผยกรมการปกครองล็อกระบบระงับออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ ตามนโยบายนายกฯ รวมถึงปืนสวัสดิการ พร้อมเปิดทางตำรวจ-เจ้าหน้าที่พกปืนขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ต้องมีคำสั่งผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร
13 สิงหาคม 2569 - เวลา 10.20 น. ที่เมืองทองธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีงานเลี้ยงครบรอบ 134 ปี กำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีการจับรางวัลแจกปืนลูกซองยาวว่า นโยบายขณะนี้คือการควบคุมและจำกัดปริมาณอาวุธปืน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่นายกรัฐมนตรีให้ระงับการออกใบอนุญาต ป.3 เอาไว้ก่อน
สำหรับรางวัลของผู้ใหญ่บ้าน จะมอบสิ่งอื่นที่มีมูลค่าเท่ากับอาวุธปืนที่ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับให้แทน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้
เมื่อถามว่า นโยบายออกมาแล้วแต่ยังคงมีการแจกปืนอยู่ นายนฤชา กล่าวว่า ไม่ได้แจก แต่เป็นการมอบรางวัลตามระเบียบเรื่องอาวุธปืน โดยขณะนี้เปลี่ยนใหม่เป็นการให้สิ่งของที่มีมูลค่าทดแทนกันได้ หรืออาจเป็นเงินสด
เมื่อถามอีกว่า ต่อไปนี้นโยบายให้ปืนกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะไม่มีแล้วใช่หรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า จะต้องยกเลิกไปก่อน หรือระงับเอาไว้ก่อน แม้ระเบียบยังมีอยู่ แต่ในระเบียบก็มีช่องว่าง โดยที่ผ่านมาได้มอบเข็มและใบประกาศ ส่วนรางวัลอื่นจะต้องจัดหาทุกปี เช่นเดียวกับอาวุธปืนที่จะต้องจัดหาจากต่างประเทศ แต่ปีนี้มีนโยบายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมอบสิ่งอื่นที่มีมูลค่าทดแทนกัน
“ไม่มีการจัดหา ในแต่ละปีต้องดำเนินการตรวจสอบ แต่ละคนที่ได้รางวัลไป เขาต้องไปขอออกใบอนุญาตก่อน คือ ออกใบ ป.3 แต่เราระงับไปแล้ว ไม่ใช่แค่สั่งระงับ แต่เราล็อกระงับชั่วคราว โดยใช้ฐานข้อมูลจากส่วนกลางหยุดปฏิบัติการออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ และสัปดาห์ที่แล้วที่มีการมอบรางวัล เป็นการมอบแหนบทองคำกับใบประกาศ ไม่มีการมอบอาวุธปืน” นายนฤชา กล่าว
เมื่อถามถึงคำสั่งของกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ให้ระงับปืนสวัสดิการ ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากตำรวจว่า ปืนสวัสดิการเป็นช่องทางการเข้าถึงอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ และกรมการปกครองได้หารือกับตำรวจบ้างหรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจว่า แม้แต่ปืนสวัสดิการ เดิมมีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่และข้าราชการที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย แต่ขณะนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องจำกัดปริมาณอาวุธปืน ดังนั้น แม้แต่ปืนสวัสดิการก็จำเป็นต้องระงับเช่นเดียวกัน โดยดำเนินการอย่างเป็นกลางทั้งสำหรับข้าราชการและประชาชน
ถามอีกว่า มีเสียงสะท้อนจากตำรวจที่จำเป็นต้องพกอาวุธปืนในการปฏิบัติหน้าที่ หากต้องนำปืนไปเก็บไว้ที่ สน. หรือ สภ. เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างไร นายนฤชา กล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยปฏิบัติ แต่ในทางปฏิบัติได้มีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ โดยอนุญาตเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และต้องมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร มอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตามหน้าที่ของตนเอง
ทั้งนี้ ทุก สน. และทุกหน่วยราชการต้องออกคำสั่งรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถนำอาวุธปืนไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้