“เอกนัฏ” สั่ง “โอ๋ สุดซอย” ลงพื้นที่กำกับซ่อมท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 เปลี่ยนท่อ 14 เมตรแล้ว เร่ง Run Pig–ตรวจทดสอบคุณภาพท่อน้ำมัน ป้องกันเหตุซ้ำ
- หน้าหลัก
- การเมือง
- ข่าวการเมือง
“เอกนัฏ” สั่ง “โอ๋ สุดซอย” ลงพื้นที่กำกับซ่อมท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 เปลี่ยนท่อ 14 เมตรแล้ว เร่ง Run Pig–ตรวจทดสอบคุณภาพท่อน้ำมัน ป้องกันเหตุซ้ำ
เผยแพร่: 4 ต.ค. 2569 12:30 ปรับปรุง: 4 ต.ค. 2569 12:30 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
วันนี้ (4 ต.ค.) น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน” พร้อมด้วย นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันบริเวณย่านพระราม 3 หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล โดยได้ติดตามการดำเนินงานของทีมช่าง รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมล่าสุด พบว่าการดำเนินงานมีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยทีมช่างได้ดำเนินการเปลี่ยนท่อในส่วนที่พบจุดรอยรั่วทั้งแท่ง ความยาว 14 เมตร เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพภายในท่อ หรือ Run Pig ตลอดทั้งเส้นทางขนส่งน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจว่าภายในระบบท่อมีความพร้อมและปลอดภัยก่อนกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง
นอกจากนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อประเมินผลกระทบและยืนยันความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม โดยจะยังไม่อนุญาตให้กลับมาเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันจนกว่าการตรวจสอบทั้งหมดจะเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด ทั้งนี้ คาดว่าท่อส่งน้ำมันจะสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน
“การตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล กระทรวงพลังงานได้ให้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ MTEC เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุของการรั่วไหลที่แน่ชัด โดยจะนำข้อมูลเชิงลึกจากการตรวจสอบมาวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและยกระดับความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต”น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว
น.ส.ฐิติภัสร์ ยังกล่าวถึงการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ ได้มีการสั่งการให้บริษัทเจ้าของท่อดำเนินการตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความมั่นใจและดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้บริษัทเจ้าของท่อเร่งหารือร่วมกับผู้ประกอบการและร้านค้าที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น และดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็วที่สุด โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตรง
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีความห่วงใยต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้ตนเองและกรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่เพื่อติดตามและกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด”
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวย้ำว่า แม้ว่าวันนี้การซ่อมแซมและเปลี่ยนท่อในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ความยาว 14 เมตร จะดำเนินการแล้วเสร็จ แต่ยังจำเป็นต้องดำเนินการ Run Pig รวมถึงตรวจสอบความปลอดภัยของระบบทั้งหมดจนกว่าจะผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จึงจะสามารถอนุญาตให้กลับมาเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันได้ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการทั้งหมดแล้วเสร็จและกลับมาใช้งานได้ภายในประมาณ 1 เดือนข้างหน้า”
นางสาวฐิติภัทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตกระทรวงพลังงานจะผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการน้ำมันกับกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถรับทราบข้อมูลและเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรือเหตุฉุกเฉินในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้กำชับบริษัทเจ้าของท่อให้รับผิดชอบดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพของชาวบ้านทุกรายที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเร่งเจรจาและจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้ประกอบการและร้านค้าที่อยู่ตามแนวท่ออย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดจะเดินหน้าควบคู่ไปกับการรอผลการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงจาก MTEC เพื่อนำผลการตรวจสอบและข้อมูลทางวิชาการมาวิเคราะห์ และใช้เป็นแนวทางในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต
“กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมเร่งดำเนินการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ก่อนพิจารณาอนุญาตให้ระบบท่อส่งน้ำมันกลับมาใช้งานตามปกติ”