โบสถ์โปรเตสแตนต์ สำเหร่ คริสตจักรเก่าแก่ริมเจ้าพระยา

ในซอยเจริญนคร 59 ฝั่งธนบุรี มีอาคารสีเหลืองมัสตาร์ดหลังหนึ่งที่ยืนเงียบๆ ท่ามกลางย่านที่คนทั่วไปอาจไม่เคยมีเหตุต้องแวะ

อาคารหลังนั้นคือ คริสตจักรที่ 1 สำเหร่ หรือ The First Presbyterian Church of Bangkok — โบสถ์โปรเตสแตนต์ ที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร และเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ในไทยที่ยาวนานกว่า 175 ปี

โบสถ์โปรเตสแตนต์2 1

มิชชันนารีกลุ่มแรกและดินแดนที่ไม่มีใครอยากได้

เรื่องราวของ โบสถ์โปรเตสแตนต์ แห่งนี้เริ่มในปี พ.ศ. 2383 เมื่อ วิลเลียม พี. บูเอลล์ มิชชันนารีชาวอเมริกันกลุ่มแรกของคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนเดินทางเข้ามาถึงกรุงเทพฯ แต่ต้องเดินทางกลับในปี 2387 เพราะภรรยาของเขาล้มป่วยอัมพาต

กลุ่มต่อมาที่เข้ามาในปี 2390 คือ สตีเฟน แมตตูน และภรรยา พร้อมกับ ซามูเอล เรย์โนลด์ส เฮาส์ ซึ่งทั้งกลุ่มนี้เป็นผู้วางรากฐานที่แท้จริงของคณะมิชชันนารีในสยาม

เรื่องของที่ดินในสำเหร่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อ เดวิด โอ คิง พ่อค้าชาวอเมริกันที่พำนักในเซี่ยงไฮ้เดินทางมากรุงเทพฯ และต้องการขยายกิจการ เขาขอให้หมอแมตตูนซื้อที่ดินที่สำเหร่ให้ เพราะเขายังไม่มีสิทธิ์ซื้อที่ดินด้วยตัวเองตามกฎหมายสยาม ต่อมากิจการของนายคิงล้มละลาย หมอแมตตูนจึงต้องรับภาระที่ดินผืนนั้นไว้เอง ที่ดินที่ไม่มีใครต้องการนั้นคือจุดเริ่มต้นของ โบสถ์โปรเตสแตนต์ ที่ยืนมาจนถึงทุกวันนี้

โบสถ์โปรเตสแตนต์1 1

ก่อตั้งปี 2392 เก่ากว่าที่หลายคนคิด

คริสตจักรที่ 1 สำเหร่ ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2392 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 อาคารโบสถ์หลังแรกสร้างระหว่างปี 2403-2405 โดยใช้เงินบริจาคจากพ่อค้าต่างชาติ กะลาสีเรือ มิชชันนารี และเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน โดยการก่อสร้างล่าช้าออกไปเพราะเกิดสงครามกลางเมืองอเมริกาพอดี

อาคารหลังปัจจุบันที่เห็นอยู่ทุกวันนี้สร้างขึ้นในปี 2453 ในสไตล์โคโลเนียลที่ผสมผสานความเรียบง่ายของนิกายเพรสไบทีเรียนเข้ากับบรรยากาศเขตร้อนของสยาม อาคารสีเหลืองนวลที่ดูนุ่มนวลแต่มีพลัง หน้าต่างโค้งสูงที่รับแสงธรรมชาติเข้ามาในโถงโบสถ์ และลานหน้าโบสถ์ที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ — ทุกอย่างดูเหมือนเวลาที่ในนั้นเดินช้ากว่าโลกภายนอก

มากกว่าการสวดมนต์ มิชชันนารีที่เปลี่ยนสยาม

สิ่งที่ทำให้คณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนมีบทบาทพิเศษในประวัติศาสตร์ไทยคือพวกเขาไม่ได้มาแค่เพื่อเผยแพร่ศาสนา แต่นำความรู้และเทคโนโลยีใหม่มาด้วย

หมอเฮาส์ผู้ร่วมมากับหมอแมตตูนเป็นแพทย์ที่นำวิทยาการการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาในสยาม รวมถึงการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษซึ่งช่วยชีวิตคนไทยไปมากมาย คณะมิชชันนารีพรสไบทีเรียนยังเป็นกลุ่มที่จัดพิมพ์หนังสือภาษาไทยและออกหนังสือพิมพ์ “สยามสมัย” ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ภาษาไทยยุคแรกๆ ของประเทศ

นอกจากนั้นคณะมิชชันนารียังตั้งโรงพยาบาลและโรงเรียนหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งพัฒนาต่อมาเป็นสถาบันที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน มรดกเหล่านี้ทำให้ โบสถ์โปรเตสแตนต์ แห่งนี้มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ไทยในมิติที่กว้างกว่าแค่ศาสนา

โบสถ์โปรเตสแตนต์3 1

ชุมชนที่ยังมีชีวิต

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดเกี่ยวกับคริสตจักรที่ 1 สำเหร่ในปัจจุบันคือมันไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์หรือโบราณสถาน แต่ยังคงเป็น โบสถ์โปรเตสแตนต์ ที่มีการนมัสการทุกวันอาทิตย์ มีชุมชนผู้เชื่อที่สืบทอดความศรัทธามาจากรุ่นสู่รุ่น และมีกิจกรรมชุมชนที่ยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

การที่โบสถ์อายุกว่า 175 ปียังคงมีชีวิตและทำหน้าที่ได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วนั้นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของรากฐานที่สร้างไว้ตั้งแต่แรก ทั้งรากฐานทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงงดงาม และรากฐานทางชุมชนที่ยังคงผูกพันกัน

การเดินทางมาสำเหร่ในปี 2026

สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศาสนาและสถาปัตยกรรมเก่า คริสตจักรที่ 1 สำเหร่ตั้งอยู่ที่เลขที่ 37 ซอยเจริญนคร 59 ถนนเจริญนคร แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี สามารถเดินทางได้โดยเรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่าเรือสำเหร่ หรือโดยรถยนต์ผ่านสะพานพระปิ่นเกล้า ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม เพราะอาคารเป็นสถานที่ทางศาสนาที่ยังใช้งานอยู่

ย่านสำเหร่โดยรอบยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ทำให้การมาเยือนครั้งเดียวสามารถสำรวจประวัติศาสตร์หลายชั้นของฝั่งธนบุรีได้พร้อมกัน