ส่งออกไทย ก.ค.โต 21.6% ต่อเนื่องเดือนที่ 25  สหรัฐพุ่ง 45.3%-อิเล็กทรอนิกส์ยังแรง

สนค.เผยส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 มูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 แรงหนุนหลักมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีขั้นสูง และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าวโต 5.3% ครั้งแรกในรอบ 21 เดือน จับตาความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและมาตรการภาษีสหรัฐในระยะถัดไป 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,128,984 ล้านบาท ขยายตัว 21.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 

หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกขยายตัว 23.3% โดยกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงยังเติบโตโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออก เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ 

ขณะที่สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด รวมทั้งยางพาราและสินค้าปศุสัตว์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง 

สำหรับภาพรวม 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกมีมูลค่า 231,531.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 18.5% 

นำเข้าพุ่ง 36.7% ขาดดุลเดือนเดียว 3,610 ล้านดอลลาร์ 

เดือนกรกฎาคม 2569 ไทยนำเข้าสินค้ามูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.7% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ส่วน 7 เดือนแรก การนำเข้ามีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 37.8% ทำให้ขาดดุลการค้าสะสม 35,354.5 ล้านดอลลาร์ 

เมื่อคิดเป็นเงินบาท เดือนกรกฎาคม การส่งออกมีมูลค่า 1,128,984 ล้านบาท ขยายตัว 21.5% การนำเข้า 1,262,116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.6% และขาดดุลการค้า 133,132 ล้านบาท 

ส่วน 7 เดือนแรก การส่งออกมีมูลค่า 7,349,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% การนำเข้า 8,585,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.5% และขาดดุล 1,236,566 ล้านบาท 

ข้าวกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 21 เดือน 

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเดือนกรกฎาคมยังหดตัว 1.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 3.3% ต่อเนื่อง 4 เดือน แต่สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว 0.6% ในรอบ 3 เดือน

สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา 33.8% ข้าว 5.3% ซึ่งกลับมาขยายตัวในรอบ 21 เดือน อาหารสัตว์เลี้ยง 17.4% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 2.9% ไก่แปรรูป 7.5% และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง 24.7%

ขณะที่สินค้าที่หดตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ลดลง 4.6% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ลดลง 10.1% น้ำตาลทรายลดลง 34.0% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ลดลง 11.8% และไก่สดแช่เย็นแช่แข็งลดลง 24.8% 

ภาพรวม 7 เดือนแรก การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 2.9% 

อุตสาหกรรมโต 24.2% โทรศัพท์พุ่ง 160.3% 

ด้านสินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเดือนกรกฎาคมขยายตัว 24.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 28 

สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 63.2% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 160.3% แผงวงจรไฟฟ้า 35.2% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 21.7% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 47.5% และทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดง 41.7% 

ขณะที่เครื่องวิดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวสูงถึง 754.1% 

ส่วนสินค้าที่หดตัว ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ ลดลง 5.9% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ลดลง 4.9% และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ลดลง 6.3% 

ภาพรวม 7 เดือนแรก การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 22.0% 

ตลาดสหรัฐโตแรง 45.3% 

การส่งออกไปตลาดหลักขยายตัวทุกตลาด โดยตลาดหลักรวมขยายตัว 26.9% 

สหรัฐขยายตัว 45.3% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 34 และ 7 เดือนแรกขยายตัว 41.7% ขณะที่จีนขยายตัว 15.2% ญี่ปุ่น 21.3% สหภาพยุโรป 31.5% อาเซียน 5 ประเทศ 16.8% และ CLMV 13.0% 

ส่วนตลาดรองขยายตัว 10.1% โดยออสเตรเลียโต 28.9% แอฟริกา 11.3% ลาตินอเมริกา 12.1% และรัสเซียกับกลุ่ม CIS 4.7% 

อย่างไรก็ตาม เอเชียใต้หดตัว 5.4% ตะวันออกกลางลดลง 12.1% และสหราชอาณาจักรลดลง 10.6% 

จับตาฮอร์มุซ-ภาษีสหรัฐ 

สนค.คาดว่า การส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนพลังงานผันผวนและสูงขึ้น รวมถึงผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐที่มีต่อไทย ซึ่งอาจมีความเจาะจงมากขึ้นทั้งรายประเทศและรายสินค้า 

กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการส่งเสริมผลไม้ไทยเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น การเจรจาขยายตลาดสินค้าพรีเมียมและสินค้าเกษตรนวัตกรรมในจีน การผลักดันขึ้นทะเบียน GI ไทยในจีน และเร่งเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART กับสหรัฐให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อลดความไม่แน่นอนต่อผู้ส่งออก โดยยังยึดการรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาวเป็นหลัก