นายกฯ สั่ง ปภ.- 21 ผู้ว่าฯ ลุยช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมยกระดับช่วยภัยน้ำท่วม เตรียมประชุมรับมือด่วนพรุ่งนี้หลังลงเครื่อง

วันนี้ (26 กันยายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (SAT) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ., ชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ., ปภ.จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

นิรัตน์กล่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ฝากส่งกำลังใจถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงทุกคน พร้อมกำชับให้ผู้ว่าฯ ทั้ง 21 จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ออกช่วยเหลือประชาชนและตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดสื่อสารสร้างการรับรู้ว่ารัฐบาลและทุกหน่วยงานกำลังทำงานอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ นิรัตน์ เน้นย้ำให้ ปภ.จังหวัด อัปเดตสถานการณ์น้ำ จุดเสี่ยง และระดับความรุนแรงให้ผู้ว่าฯ รับทราบเป็นระยะ โดยต้องจัดลำดับความช่วยเหลือ เร่งช่วยชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงต้องย้ายออกมาก่อน พร้อมนำแผนปฏิบัติการที่เคยฝึกซ้อมมาใช้ช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด หากมีอุปสรรคให้แจ้ง ปภ. ทันที

ด้าน ธีรพัฒน์ กล่าวว่า ได้ประชุมจัดเตรียมเครื่องจักรกลในพื้นที่เขตต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดสระแก้วที่ต้องเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง พร้อมเน้นย้ำให้เร่งชี้แจงและสยบข่าวปลอม (Fake News) เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ในวันที่ 27 กันยายน นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาติดตามสถานการณ์ที่ ปภ. จึงขอให้ทุกจังหวัดรายงานข้อมูลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ว่า มีน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ เหลือเพียง 2 อำเภอที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลำเลียงกลุ่มเปราะบางไปยังศูนย์พักพิง และนำผู้ป่วยติดเตียงส่งโรงพยาบาล

ส่วน ประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปภ. เปิดเผยถึงการคาดการณ์สภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน ยังคงมีฝนตกหนักในภาคเหนือตอนล่าง (ตาก, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, นครสวรรค์), ภาคตะวันออก (จันทบุรี, ตราด, ระยอง, ชลบุรี), ภาคกลาง (นครนายก, ปราจีนบุรี) และภาคอีสาน (นครราชสีมา, บุรีรัมย์) โดยฝนจะเริ่มเบาบางลงในวันที่ 28-29 กันยายน และสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม

สำหรับพื้นที่ภาคกลางต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสถานีวัดน้ำ C.2 นครสวรรค์ มีการปล่อยน้ำเกิน 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาและท่าจีนต้องตั้งรับอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ปภ. ได้แบ่งการแจ้งเตือนเป็น 3 ส่วน คือ

  • ส่งข้อความผ่านระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและท่าจีน (สุพรรณบุรี, อยุธยา, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ปทุมธานี)
  • ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนใน กทม. และนนทบุรี หลังมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง 2 วัน
  • เฝ้าระวังปัญหาน้ำหลากในพื้นที่ นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, นครนายก และตราด อย่างใกล้ชิด