คลังปลื้มพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส ขายเกลี้ยงใน 21 วินาที เปิดจองรอบใหม่3-5 ส.ค.นี้

คลังปลื้ม พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส ขายเกลี้ยงใน 21 วิ ชูสูตรใหม่ Small Lot First จองน้อยได้เปรียบ เปิดจองรอบใหม่ 3-5 ส.ค. นี้

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลออม พลัส ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยวงเงินจำหน่าย 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นพันธบัตรอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.80 ต่อปี และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.80 ต่อปี ถูกจองซื้อเต็มวงเงินภายในเวลาเพียง 21 วินาที

ทั้งนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รายงานว่า มีผู้ลงทุนจองซื้อรวม 1,590 ราย แบ่งเป็นพันธบัตรอายุ 3 ปี จำนวน 259 ราย วงเงินรวม 217.31 ล้านบาท และพันธบัตรอายุ 10 ปี จำนวน 1,331 ราย วงเงินรวม 1,782.69 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยยังมีเงินออม และต้องการช่องทางการลงทุนที่มีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลต้องการให้ประชาชนรายย่อยได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น ควบคู่กับการสร้างวินัยการออมในระยะยาว

“ขอบคุณประชาชนชาวไทยที่สนับสนุนและสนใจจองพันธบัตรออมพลัส ล็อตแรก 2,000 ล้านบาท หมดภายในเวลา 21 วินาที แต่ว่าไม่ต้องกังวล กระทรวงการคลังจะออกขายทุกเดือน รอบต่อไปวันที่ 3-5 สิงหาคม นี้ ผ่าน Bond Connect โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อน” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับการจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform จะกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และโดยใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First หรือให้สิทธิผู้ลงทุนรายย่อยก่อน เพื่อให้ผู้ที่จองซื้อวงเงินไม่มากมีโอกาสได้รับการจัดสรรมากกว่าผู้ที่จองซื้อวงเงินสูง นอกจากนี้ พันธบัตรออมพลัสถูกออกแบบภายใต้แนวคิดส่งเสริมความยั่งยืนทางการเงินและการเข้าถึงการลงทุน โดยมีจุดเด่นคือการเปิดจำหน่ายทุกเดือน ให้ผลตอบแทนที่จูงใจกว่าเงินฝากทั่วไป มีตลาดรองรองรับการซื้อขายที่โปร่งใส และเพิ่มช่องทางการลงทุนผ่านวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และ แอพพลิเคชัน Streaming เพื่อให้ประชาชนเลือกลงทุนได้ตามความเหมาะสม

“คนที่จองซื้อยอดต่ำๆ จะมีโอกาสได้สูงกว่าคนที่จองซื้อยอดใหญ่ เพราะเราต้องการให้ประชาชนสามารถเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยของรัฐบาลได้ และได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น มีช่องทางการจำหน่ายที่ง่ายขึ้น และสามารถซื้อขายในตลาดรองได้มากขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า พันธบัตรออมพลัสไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะผู้ลงทุนรายย่อย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศใน 3 มิติ ได้แก่ ระดับครัวเรือน ที่ช่วยสร้างวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอและเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ ระดับตลาดทุน ที่ช่วยยกระดับตลาดรองให้มีสภาพคล่องและเชื่อมโยงสู่ระบบการลงทุนดิจิทัล พร้อมสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการออมของประเทศ และระดับการคลัง ที่ช่วยขยายฐานผู้ออมในประเทศ เพิ่มทางเลือกในการระดมทุนของภาครัฐ และเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยในอนาคต โดยยิ่งประชาชนวัยทำงานมีเครื่องมือออมระยะยาวที่มั่นคงมากขึ้น ภาระต่อระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะยาวก็จะลดลงตามไปด้วย

“ที่ประชาชนสนใจมาก แสดงว่าตอนนี้คนไทยยังมีเงินออมอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประชาชนรายย่อยที่เราต้องการให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น และได้มีหลักทรัพย์ที่มั่นคง ตรงนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาลไทย และสะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย ผมมั่นใจว่าตรงนี้จะเป็นช่องทางให้คนไทยมีการออมในระยะยาวมากขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว